Offshore Stock Update

Space: จีนส่งจรวดล้มเหลว ด้าน RKLB งบเด่นกว่า ASTS

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA|11 Aug 26 11:13 AM
rklb sats
สรุปสาระสำคัญ

ภาพรวมอุตสาหกรรมอวกาศยังโตแรงแต่มีคอขวดสำคัญที่การนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร สะท้อนจากความล้มเหลวของจรวด Long March-7A ของจีนและความไม่แน่นอนของกำหนดส่งจรวด Neutron ของ Rocket Lab (RKLB) โดยผลประกอบการ 2Q26 ของ RKLB ออกมาผสมจากรายได้ และ Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ขาดทุนมากกว่าคาด ขณะที่ ASTS ผลงานต่ำกว่าคาดและขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นจากการเร่งลงทุนโครงข่าย BlueBird ทำให้ในเชิงกลยุทธ์จึงมองบวกต่อ RKLB มากกว่า ASTS เนื่องจากมีธุรกิจที่สร้างรายได้จริงและมีความเสี่ยงด้านการดำเนินงานต่ำกว่า

ภาพรวมอุตสาหกรรมอวกาศยังสะท้อนการขยายตัวของความต้องการทั้งการส่งดาวเทียม ระบบสื่อสาร และบริการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือโดยตรงผ่านดาวเทียม แต่เหตุการณ์จรวด Long March-7A ของจีนล้มเหลว ประกอบกับความไม่แน่นอนของกำหนดส่ง Neutron ของ Rocket Lab ชี้ว่าความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและการส่งขึ้นสู่วงโคจรยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อมูลค่าหุ้นในกลุ่มนี้ ด้านผลประกอบการ 2Q26 ของ Rocket Lab (RKLB) ออกมาค่อนข้างดีกว่าคาด จากรายได้และ EBITDA ที่ดีกว่าคาด พร้อมยอดคำสั่งซื้อคงค้างทำสถิติสูงสุด แม้ EPS และแนวโน้ม EBITDA ไตรมาสถัดไปต่ำกว่าคาด ส่วน AST SpaceMobile (ASTS) ต่ำกว่าคาดทั้งรายได้และกำไร แต่ภาพธุรกิจระยะกลางยังได้แรงหนุนจากยอดรายได้ตามสัญญา $1.3 พันล้าน การเพิ่มจำนวนดาวเทียม และแผนเริ่มบริการทดลองภายในปี 2026

 

1. จรวดจีนล้มเหลว ตอกย้ำความเสี่ยงด้านการส่งขึ้นสู่วงโคจร

 

จีนประสบความล้มเหลวในการส่งดาวเทียมสื่อสาร Zhongxing-4B เมื่อจรวด Long March-7A เกิดความผิดปกติหลังออกจากฐานส่ง Wenchang ราว 1 นาทีครึ่ง โดยภารกิจสูญเสียทั้งหมดและทางการจีนอยู่ระหว่างสอบสวนสาเหตุ ทั้งนี้ไม่มีมนุษย์อยู่บนยาน เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นความล้มเหลวครั้งที่สองของตระกูล Long March ในปี 2026 หลัง Long March-3B ประสบปัญหาในเดือนมกราคม


ประเด็นที่ต้องจับตาต่อคือผลต่อภารกิจ Chang’e-7 ซึ่งมีแผนใช้ Long March-5 ส่งยานสำรวจไปยังขั้วใต้ของดวงจันทร์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เนื่องจาก Long March-5 ใช้ชิ้นส่วนบางส่วนร่วมกับ Long March-7A อย่างไรก็ตาม ข้อมูลปัจจุบันยังไม่ยืนยันว่าความล้มเหลวล่าสุดจะทำให้ Chang’e-7 ต้องเลื่อนหรือไม่


ในเชิงอุตสาหกรรม เหตุการณ์นี้ไม่ได้เปลี่ยนภาพการเติบโตของเศรษฐกิจอวกาศ แต่เป็นเครื่องเตือนว่าความต้องการดาวเทียมที่สูงไม่สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ได้หากขาดความสามารถในการส่งขึ้นสู่วงโคจรอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น ความน่าเชื่อถือของจรวด ความถี่ในการส่ง และความสามารถในการกลับมาดำเนินงานหลังเกิดความผิดพลาด จึงมีความสำคัญไม่แพ้จำนวนคำสั่งซื้อ

 

2. ผลประกอบการ 2Q26: RKLB ดีกว่าคาดในเชิงการดำเนินงาน ขณะที่ ASTS ต่ำกว่าคาด


ภาพรวม


RKLB รายงานผลประกอบการแบบผสม รายได้ทำสถิติสูงสุดที่ $234.1 ล้าน เพิ่ม 62% YoY สูงกว่าคาด ขณะที่ขาดทุน EBITDA ที่ปรับรายการแล้วเหลือ $8.8 ล้าน ดีกว่าคาดอย่างชัดเจน และมาร์จิ้นขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากปีก่อน อย่างไรก็ตาม EPS ขาดทุน 8 เซนต์ แย่กว่าคาดที่ขาดทุน 7 เซนต์ และตลาดกังวลแนวโน้ม EBITDA 3Q26 รวมถึงความเสี่ยงที่ Neutron อาจเลื่อนไปปี 2027


ASTS ต่ำกว่าคาดทั้งรายได้และกำไร รายได้ $31.5 ล้าน ต่ำกว่าคาดราว $34.6 ล้าน แม้เพิ่มขึ้นอย่างมากจากฐานต่ำปีก่อนและมากกว่าเท่าตัวจาก 1Q26 ขณะที่ขาดทุนสุทธิขยายเป็น $230.9 ล้าน เทียบกับขาดทุน $99.4 ล้านปีก่อน โดยค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ดี ยอดรายได้ตามสัญญาเพิ่มเป็น $1.3 พันล้าน และบริษัทยังคงเป้ารายได้ทั้งปี $150–200 ล้าน


ตารางผลประกอบการ 2Q26

 

รายการ

Rocket Lab (RKLB)

AST SpaceMobile (ASTS)

รายได้

$234.1 ล้าน

$31.5 ล้าน

YoY

+62%

+2,627%

รายได้เทียบตลาดคาด

ดีกว่าคาด $232.1 ล้าน

ต่ำกว่าคาด $34.6 ล้าน

ขาดทุนสุทธิ

$49.3 ล้าน

$230.9 ล้าน

YoY

ดีขึ้นประมาณ 26%

ขาดทุนเพิ่มประมาณ 132%

EPS

-$0.08

-$0.77

EPS เทียบคาด

แย่กว่าคาดเล็กน้อย

แย่กว่าคาดมาก

 

2.1 Rocket Lab: รายได้และคุณภาพการดำเนินงานดีกว่าที่ตัวเลข EPS สะท้อน


RKLB มีรายได้ $234.1 ล้าน เพิ่ม 62% YoY และสูงกว่าไตรมาสก่อนประมาณ $34 ล้าน โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากความต้องการทั้งธุรกิจส่งจรวดและธุรกิจระบบอวกาศ พร้อมกับมาร์จิ้นขั้นต้นที่ปรับรายการแล้วเพิ่มเป็น 41.5% จาก 36.9% ปีก่อน ขณะที่ขาดทุน EBITDA ลดลงเหลือเพียง $8.8 ล้าน จาก $27.6 ล้านปีก่อน และดีกว่าที่ตลาดคาดว่าจะขาดทุน $22.1 ล้านอย่างมีนัยสำคัญ


คุณภาพของรายได้ยังได้รับการสนับสนุนจาก backlog $2.36 พันล้าน เพิ่ม 137% YoY และบริษัทมีเที่ยวบินอยู่ใน backlog มากกว่า 90 ภารกิจ หลังเซ็นสัญญาจรวด Electron, HASTE และ Neutron มากกว่า $437 ล้านในช่วง 2Q26 และหลังสิ้นไตรมาส


จุดอ่อนคือกำไรสุทธิยังเป็นขาดทุน $49.3 ล้าน และ EPS ขาดทุน $0.08 ซึ่งต่ำกว่าคาดเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ในมุมพื้นฐาน การลดขาดทุน EBITDA พร้อมกับรายได้และ backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถือว่ามีความสำคัญมากกว่าความคลาดเคลื่อนของ EPS ในระยะสั้น


2.2 AST SpaceMobile: รายได้โตแรง แต่ยังเป็นช่วงใช้เงินสร้างเครือข่าย


ASTS มีรายได้ $31.5 ล้าน จากเพียง $1.16 ล้านปีก่อน และเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจาก 1Q26 โดยรายได้หลักมาจากการส่งมอบอุปกรณ์ gateway และการรับรู้รายได้ตามความสำเร็จของโครงการรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม รายได้ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาด $34.6 ล้าน


จุดอ่อนอยู่ที่ค่าใช้จ่าย โดยค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มเป็น $329.1 ล้าน จาก $164.1 ล้านใน 1Q26 ส่วนหนึ่งมาจากรายการขาดทุน $125.9 ล้านจาก involuntary conversion ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิสำหรับผู้ถือหุ้นสามัญเพิ่มเป็น $230.9 ล้าน จาก $99.4 ล้านปีก่อน และประมาณ $191 ล้านใน 1Q26


อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวต้องพิจารณาควบคู่กับการที่ ASTS ยังอยู่ในช่วงสร้างโครงข่ายเต็มรูปแบบ จึงมีการลงทุนด้านดาวเทียม โรงงาน และค่าขนส่งขึ้นสู่วงโคจรสูงกว่าธุรกิจที่เข้าสู่ระยะเก็บเกี่ยวรายได้แล้ว

 

3. แนวโน้มธุรกิจและ Guidance


3.1 Rocket Lab — รายได้แข็งแกร่ง แต่ Neutron กลายเป็นตัวแปรสำคัญ


สำหรับ 3Q26 RKLB คาดว่า

 

3Q26 Guidance

บริษัทคาด

ตลาดคาด

เทียบคาด

รายได้

$250–265 ล้าน

$237 ล้าน

ดีกว่าคาด

มาร์จิ้นขั้นต้นที่ปรับรายการแล้ว

35–37%

ลดจาก 2Q26

Adjusted EBITDA

ขาดทุน $17–23 ล้าน

ขาดทุน ~$12 ล้าน

ต่ำกว่าคาด

ค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ปรับรายการแล้ว

$121–127 ล้าน


ภาพรายได้จึงยังแข็งแรง โดยค่ากลางของ Guidance ที่ $257.5 ล้านหมายถึงการเติบโตต่อเนื่องจาก $234 ล้านใน 2Q26 และสูงกว่าคาดตลาด แต่ EBITDA มีแนวโน้มกลับมาขาดทุนมากขึ้น สะท้อนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา Neutron การขยายกำลังการผลิต และธุรกิจระบบอวกาศ


สมมติฐานหลัก


1) Electron และ Space Systems ต้องรักษาการส่งมอบตามแผน เพื่อสนับสนุนรายได้ระหว่างที่ Neutron ยังไม่สร้างรายได้เต็มรูปแบบ
2) Backlog ต้องเปลี่ยนเป็นรายได้ได้ตามเวลา ปัจจุบันบริษัทมี backlog $2.36 พันล้านและเที่ยวบินกว่า 90 ภารกิจ ทำให้ความเสี่ยงด้านอุปสงค์ต่ำลง แต่ยังมีความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน
3) Neutron เป็นสมมติฐานที่สำคัญที่สุด บริษัทคงเป้าหมายส่งตัวจรวดไปยังฐานปล่อยใน 4Q26 แต่ไม่ได้ยืนยันชัดว่าการบินครั้งแรกจะเกิดภายในปี 2026 โดยระบุว่ากรอบเวลาการส่งแคบลงและยังมีความไม่แน่นอนจากการทดสอบ

 

3.2 AST SpaceMobile — คงเป้ารายได้ แต่ 4Q26 ต้องเร่งตัวอย่างมาก


ASTS ยืนยัน Guidance รายได้ปี 2026 ที่ $150–200 ล้าน โดยผู้บริหารระบุว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกไตรมาส แต่มีแนวโน้มกระจุกตัวใน 4Q26


บริษัทคาดค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ปรับรายการแล้ว ไม่รวมต้นทุนรายได้ เฉลี่ยประมาณ $100 ล้านต่อไตรมาส หรือ $400 ล้านทั้งปี ขณะที่เงินลงทุน 3Q26 คาดอยู่ที่ $350–425 ล้าน ส่วนต้นทุนเฉลี่ยสำหรับดาวเทียม BlueBird มากกว่า 90 ดวงอยู่ที่ประมาณ $21–23 ล้านต่อดวง รวมวัสดุและค่าปล่อยดาวเทียม

 

สมมติฐานหลัก


1) ต้องส่ง BlueBird ได้ตามกำหนด เนื่องจากทั้งรายได้จากภาครัฐและการเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ขึ้นกับจำนวนดาวเทียมที่ทำงานจริงในวงโคจร
2) ต้องมีดาวเทียมประมาณ 45–60 ดวง เพื่อให้บริการต่อเนื่องในตลาดหลัก เช่น สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ขณะที่บางตลาดสามารถเริ่มให้บริการบางส่วนได้ด้วยดาวเทียมประมาณ 9 ดวง
3) รายได้ 4Q26 ต้องเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ เพราะบริษัทคาดรายได้จะเพิ่ม QoQ แต่เน้นหนักในช่วงปลายปี
4) รายได้ขึ้นกับหลายจุดพร้อมกัน ทั้งการส่งมอบ gateway การบรรลุเป้าหมายสัญญารัฐบาล การเริ่มบริการกับผู้ให้บริการมือถือ และความสำเร็จในการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร

 

4. มุมมองผู้บริหารและประเด็นสำคัญจาก Earnings Call


4.1 Rocket Lab: ไม่ต้องการรีบเปิดตัว Neutron แล้วขยายไม่ได้


Peter Beck ให้ภาพที่น่าสนใจว่า เป้าหมายของบริษัทไม่ได้อยู่เพียงการนำ Neutron ขึ้นบินครั้งแรกให้เร็วที่สุด แต่ต้องทำให้ระบบพร้อมสำหรับการผลิตจำนวนมากและการส่งด้วยความถี่สูง โดยทีมกำลังเข้าสู่ขั้นตอนประกอบและตรวจสอบฮาร์ดแวร์เที่ยวบินจริง ขณะที่เครื่องยนต์ Archimedes ผ่านการทดสอบจุดระเบิดมากกว่า 400 ครั้ง


ประเด็นนี้อธิบายได้ว่าทำไมบริษัทจึงหลีกเลี่ยงการยืนยันว่าจะส่ง Neutron ภายในปี 2026 แม้ยังตั้งเป้านำจรวดไปยังฐานส่งใน 4Q26 กล่าวคือ ผู้บริหารเลือก ลดความเสี่ยงด้านวิศวกรรมก่อนเร่งกำหนดเวลา ซึ่งดีต่อความน่าเชื่อถือในระยะยาว แต่สร้างความเสี่ยงต่อราคาหุ้นในระยะสั้นหากตลาดเคยสะท้อนความคาดหวังว่าจะมีเที่ยวบินแรกภายในปีนี้


ขณะเดียวกัน ผู้บริหารชี้ว่าความต้องการ Neutron ยังแข็งแรง โดย Kepler Communications จองเที่ยวบินเฉพาะสำหรับปี 2028 และ backlog รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงหมายความว่าประเด็นหลักของ Neutron ในปัจจุบันไม่ใช่จะมีลูกค้าหรือไม่ แต่คือ จะพร้อมให้บริการเมื่อใด


การซื้อ Iridium เปลี่ยนภาพ RKLB


อีกประเด็นสำคัญคือการซื้อ Iridium Communications ซึ่งหากสำเร็จจะทำให้ Rocket Lab ขยายจากผู้สร้างชิ้นส่วนและให้บริการส่งจรวด ไปสู่บริษัทที่สามารถ สร้างดาวเทียม และส่งขึ้นวงโคจร และเป็นเจ้าของและดำเนินเครือข่ายสื่อสารเอง ผู้บริหารมองว่าการซื้อ Iridium รวมถึง Mynaric และ Motiv จะช่วยสร้างธุรกิจอวกาศแบบครบวงจรและเปิดทางเข้าสู่ตลาด Direct-to-Device

 

4.2 AST SpaceMobile: จากสร้างเทคโนโลยี เข้าสู่ช่วงเร่งสร้างเครือข่าย


Abel Avellan เน้นว่าจุดแข็งของ ASTS คือการออกแบบเครือข่ายให้ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเดิม ไม่ใช่เข้ามาแทนที่ ทำให้ผู้ให้บริการไม่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นหัวใจของกลยุทธ์ Direct-to-Device ของบริษัท


ปัจจุบัน ASTS มีพันธมิตรผู้ให้บริการมือถือมากกว่า 60 ราย ครอบคลุมผู้ใช้มากกว่า 3 พันล้านราย และกำลังทดสอบเครือข่ายกับ Vodafone, Orange, Telefónica, Deutsche Telekom และพันธมิตรในญี่ปุ่น แคนาดา และซาอุดีอาระเบีย


กำลังการผลิตเริ่มเป็นประเด็นสำคัญ


BlueBird 14–16 อยู่ในขั้นตอนทดสอบสุดท้าย ขณะที่ BlueBird 17–46 อยู่ระหว่างกระบวนการผลิต บริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 6 ดาวเทียมต่อเดือน และเพิ่มพื้นที่ผลิตทั่วโลกเป็นมากกว่า 1 ล้านตารางฟุต ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการสร้างเครือข่ายให้มีจำนวนดาวเทียมเพียงพอต่อการให้บริการต่อเนื่อง


ด้านเทคโนโลยี ดาวเทียมรุ่นใหม่ Block 2 มีเป้าความเร็วสูงสุดใกล้ 200 Mbps เทียบกับ Block 1 ที่ทดสอบได้เกือบ 100 Mbps ขณะที่ ASIC รุ่นใหม่มีศักยภาพเพิ่มความสามารถประมวลผลต่อดาวเทียมประมาณ 10 เท่า


จึงเห็นได้ว่า ASTS กำลังเปลี่ยนจากเรื่องเล่าด้านเทคโนโลยีไปสู่ การพิสูจน์ว่าบริษัทสามารถผลิต ส่งขึ้นวงโคจร และเปิดบริการในระดับอุตสาหกรรมได้จริง

 

5. มุมมองของ INVX


ภาพรวมจากทั้งสามประเด็นบอกเรื่องเดียวกันคือ ตลาด Space ไม่ได้ขาดอุปสงค์ แต่คอขวดกำลังอยู่ที่การดำเนินงาน


ทั้ง RKLB และ ASTS มี backlog สูงและมีลูกค้าจากทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล ขณะที่ ASTS มีผู้ให้บริการมือถือกว่า 60 รายเป็นพันธมิตร แต่การรับรู้รายได้ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการสร้างและส่งฮาร์ดแวร์เข้าสู่วงโคจรสำเร็จ เหตุการณ์ Long March-7A ของจีนและความไม่แน่นอนของ Neutron จึงทำให้ตลาดอาจเริ่มให้มูลค่า ความสามารถในการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรตามแผน มากขึ้นกว่าการประกาศสัญญาหรือขนาดตลาดเพียงอย่างเดียว


ในมุมโครงสร้าง จึงเป็นบวกต่อผู้ให้บริการที่มีจรวดใช้งานจริงและมีประวัติการส่งสม่ำเสมอ เพราะลูกค้าดาวเทียมต้องการลดความเสี่ยงจากการเลื่อนโครงการ ขณะเดียวกันยังเป็นแรงผลักให้บริษัทดาวเทียมกระจายผู้ให้บริการส่งขึ้นสู่วงโคจรหลายรายแทนการพึ่งพาผู้ให้บริการเพียงรายเดียว


RKLB — มุมมองบวกมากกว่า ASTS แต่ Neutron เป็นตัวแปรชี้ขาด


เรามองผลประกอบการ RKLB เป็น บวกต่อพื้นฐาน จาก 1) รายได้ +62% YoY และทำสถิติสูงสุด 2) EBITDA ดีกว่าคาดอย่างมาก 3) backlog $2.36 พันล้าน และ 4) Guidance รายได้ 3Q26 สูงกว่าตลาด สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าธุรกิจเดิมทั้ง Electron และ Space Systems สามารถเติบโตได้โดยไม่ต้องรอ Neutron อย่างเดียว


อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นระยะสั้นมีโอกาสถูกกดดันจาก Neutron timeline มากกว่าผลประกอบการ หากเที่ยวบินแรกเลื่อนไปปี 2027 นักลงทุนจะต้องเลื่อนสมมติฐานรายได้จากจรวดขนาดกลางออกไปด้วย ขณะเดียวกัน EBITDA 3Q26 ที่คาดขาดทุน $17–23 ล้านต่ำกว่าที่ตลาดคาด ยังบ่งชี้ว่าช่วงลงทุนหนักยังไม่จบ 


ASTS — ศักยภาพตลาดสูง แต่ความเสี่ยงการดำเนินงานสูงกว่า


ASTS มีจุดเด่นจากตลาด Direct-to-Device ที่มีขนาดใหญ่ พันธมิตร MNO มากกว่า 60 ราย backlog $1.3 พันล้าน และสถานะเงินทุนแข็งแรงกว่าเดิม แต่ผล 2Q26 แสดงให้เห็นว่าบริษัทต้องใช้เงินจำนวนมากก่อนเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวรายได้ โดย 3Q26 เพียงไตรมาสเดียวคาดลงทุน $350–425 ล้าน


เราจึงมอง ASTS เป็นหุ้นที่ ผลตอบแทนมีความไม่แน่นอน หากการส่ง BlueBird เร่งขึ้นและบริการเชิงพาณิชย์เริ่มสร้างรายได้ตามแผน มูลค่าธุรกิจสามารถขยายอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากจำนวนดาวเทียมไม่ถึงระดับที่ต้องการหรือการส่งล่าช้า การรับรู้รายได้จะเลื่อนออกไปในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง 


มุมมองรวม


ในกลุ่ม Space Economy เราให้น้ำหนัก RKLB มากกว่า ASTS ในระยะนี้ เนื่องจาก RKLB มีธุรกิจที่สร้างรายได้จริงและมี backlog รองรับแล้ว ขณะที่ ASTS ยังต้องพิสูจน์การเปลี่ยนเครือข่ายดาวเทียมให้เป็นรายได้บริการเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ทั้งสองหุ้นยังเป็นหุ้นเติบโตสูงที่มูลค่าขึ้นกับเหตุการณ์สำคัญ มากกว่ากำไรระยะสั้น โดย RKLB เราแนะติดตามการทดสอบและเที่ยวบินแรกของ Neutron ขณะที่ ASTS เราแนะติดตามจำนวน BlueBird ในวงโคจร การเริ่มบริการทดลอง และการเร่งรายได้ใน 4Q26 เป็นตัวชี้วัดหลักในการปรับน้ำหนักการลงทุน

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
RKLB23x.BK
ASTS.O
RKLB.O
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA

Offshore Investment Team Lead

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5