สรุปสาระสำคัญ
หุ้นเทคโนโลยีจีนกลับมาเป็นจุดสนใจของตลาดอีกครั้ง หลังดัชนี Star 50 พุ่งขึ้นแรงถึง 9.2% หลังเปิดซื้อขายหลังวันหยุดยาว และทำสถิติสูงสุดใหม่ แซงระดับสูงสุดเดิมในปี 2021 โดยแรงซื้อกระจุกตัวในหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างไรก็ดี หุ้นทุกตัวไม่ได้ดีเท่ากัน บางบริษัทกำไรโตจริงจากคำสั่งซื้อและมาร์จิ้นที่ดีขึ้น ขณะที่บางบริษัทโตจากยอดขายแต่ถูกกดดันด้วยมาร์จิ้นบางลง ทำให้ธีมเซมิคอนดักเตอร์จีนรอบนี้ ต้องเลือกหุ้นให้ถูกจุด เพราะคุณภาพการเติบโตของแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน
หุ้นเซมิคอนดักเตอร์จีน Star 50 ขึ้นทำสถิติใหม่ หนุนจากผลประกอบการ หนุนมุมมองเติบโตต่อแต่ต้องเลือกหุ้นให้ถูกจุด
- หุ้นเทคโนโลยีจีนกลับมาเป็นจุดสนใจของตลาดอีกครั้ง หลังดัชนี Star 50 พุ่งขึ้นแรงถึง 9.2% หลังเปิดซื้อขายหลังวันหยุดยาว และทำสถิติสูงสุดใหม่ แซงระดับสูงสุดเดิมในปี 2021 โดยแรงซื้อกระจุกตัวในหุ้นเซมิคอนดักเตอร์และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น Hygon Information และ Cambricon สะท้อนว่าตลาดเริ่มกลับมาให้ความหวังกับ รอบใหม่ของชิปจีน หลังจากหลายปีที่หุ้นกลุ่มนี้ถูกกดดันจากผลประกอบการที่ยังตามไม่ทันความคาดหวัง
- ประเด็นสำคัญคือ นี่ไม่ใช่แค่รอบฟื้นตัวของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป แต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่ผูกกับทั้ง AI, ความมั่นคงทางเทคโนโลยี และการลดพึ่งพาต่างชาติ อย่างไรก็ดี หุ้นทุกตัวไม่ได้ดีเท่ากัน บางบริษัทกำไรโตจริงจากคำสั่งซื้อและมาร์จิ้นที่ดีขึ้น ขณะที่บางบริษัทโตจากยอดขายแต่ถูกกดดันด้วยมาร์จิ้นบางลง ทำให้ธีมเซมิคอนดักเตอร์จีนรอบนี้ ต้องเลือกหุ้นให้ถูกจุด เพราะคุณภาพการเติบโตของแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน
1) กลุ่มที่โตเด่นที่สุดคือ ชิป AI และหน่วยความจำที่เกี่ยวข้องกับ AI
- กลุ่มที่เห็นการเติบโตชัดที่สุดคือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับความต้องการ AI โดยตรง โดย Cambricon เด่นมากในฐานะผู้ผลิตชิป AI จีน รายได้ 1Q26 เพิ่มขึ้น 53% QoQ เป็น 9 พันล้านหยวน สูงกว่าคาดมาก พร้อมอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มเป็น 42% จาก 26% ในไตรมาสก่อน สะท้อนความต้องการชิป AI ในประเทศที่แข็งแรง และคำสั่งซื้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
- อีกบริษัทที่สะท้อนธีมนี้คือ Gigadevice ซึ่งได้แรงหนุนจากหน่วยความจำเฉพาะทาง กำไรสุทธิ 1Q26 เพิ่มขึ้น 523% YoY หนุนโดย Specialty DRAM, การฟื้นตัวของ MCU และสัดส่วนสินค้า NOR Flash ที่ดีขึ้น ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 1% จาก 37.4% ในปีก่อน สะท้อนว่าราคาและสัดส่วนสินค้ากำลังเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
- สรุปภาพย่อย: กลุ่มชิป AI และหน่วยความจำยังเป็นจุดที่ตลาดให้ค่ามากที่สุด เพราะเห็นทั้งรายได้โต คำสั่งซื้อดี และมาร์จิ้นสูงขึ้น แต่ราคาหุ้นหลายตัวก็ปรับขึ้นแรงแล้ว ทำให้ต้องระวังมูลค่าหุ้นที่ตึง
2) เครื่องจักรผลิตชิปจีนยังเป็นธีมหลักของการพึ่งพาตัวเอง
- กลุ่มเครื่องจักรผลิตชิปจีน เช่น AMEC และ NAURA ยังเป็นหัวใจสำคัญของธีม “จีนสร้างห่วงโซ่ชิปเอง”
- โดย AMEC รายได้ 1Q26 โต 34% YoY แม้ต่ำกว่าคาด แต่กำไรสุทธิสูงกว่าคาดจากกำไรการลงทุน ขณะที่ธุรกิจหลักยังได้แรงหนุนจากเครื่องจักรแกะสลักชิปขั้นสูงสำหรับลูกค้าหน่วยความจำ
- NAURA รายได้ 1Q26 โต 26% YoY เป็น 03 หมื่นล้านหยวน ใกล้เคียงคาด และอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็น 40.8% จาก 37.2% ในไตรมาสก่อน สะท้อนสัดส่วนสินค้าที่ดีขึ้นจากลูกค้าหน่วยความจำและชิประดับสูง อย่างไรก็ดี กำไรสุทธิต่ำกว่าคาดเพราะค่าใช้จ่ายวิจัยและพัฒนาสูงขึ้น
- ภาพนี้ได้รับการยืนยันจากบทวิเคราะห์เครื่องจักรผลิตชิประดับโลก ซึ่งปรับเพิ่มคาดการณ์การใช้จ่ายเครื่องจักรผลิตชิปทั่วโลกเป็น 141 / 186 / 208 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026-2028 จากแรงหนุนของ AI, หน่วยความจำ และชิประดับสูง ขณะเดียวกันยังมองว่า AMEC และ NAURA ยังมีความน่าสนใจ เพราะจีนยังต้องเร่งขยายกำลังผลิตและเพิ่มสัดส่วนเครื่องจักรในประเทศ
- สรุปภาพย่อย: กลุ่มเครื่องจักรผลิตชิปจีนเป็นธีมที่มีแรงหนุนระยะยาวค่อนข้างชัด เพราะไม่ใช่แค่ได้ประโยชน์จาก AI แต่ยังได้แรงหนุนจากนโยบายลดพึ่งพาต่างชาติและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน
3) โรงงานผลิตชิปจีนได้แรงหนุนจากลูกค้าในประเทศที่โตเร็วขึ้น
- SMIC สะท้อนภาพของกลุ่มโรงงานผลิตชิปจีนได้ดี โดยผู้บริหารยังมองว่าการขยายกำลังผลิตชิปในจีนยังอยู่ในช่วงขาขึ้นต่อเนื่อง และลูกค้าผู้ออกแบบชิปในประเทศกำลังพัฒนาเทคโนโลยีเร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนความต้องการผลิตชิปในประเทศระยะยาว
- จุดสำคัญคือ SMIC ไม่ได้เป็นเพียงหุ้นโรงงานผลิตชิปทั่วไป แต่เป็นตัวแทนของการเพิ่มกำลังผลิตในประเทศเพื่อรองรับลูกค้าจีนที่โตขึ้น ทั้งในกลุ่มสมาร์ตโฟน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ อุตสาหกรรม และชิปที่เกี่ยวข้องกับ AI
- สรุปภาพย่อย: โรงงานผลิตชิปจีนอาจไม่ได้โตหวือหวาเท่าชิป AI แต่เป็นฐานสำคัญของธีมพึ่งพาตัวเอง และได้ประโยชน์จากการย้ายคำสั่งผลิตเข้าสู่ระบบในประเทศมากขึ้น
4) อุปกรณ์เชื่อมต่อและชิปสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI เริ่มเป็นอีกธีมที่โตเร็ว
- Montage เป็นตัวอย่างของบริษัทที่ไม่ได้ผลิตชิป AI โดยตรง แต่ได้ประโยชน์จากการขยายตัวของเซิร์ฟเวอร์ AI ผ่านสินค้าเชื่อมต่อหน่วยความจำและการส่งข้อมูลความเร็วสูง แม้รายได้ 1Q26 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อยจากปัญหาวัตถุดิบและค่าเงิน แต่อัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 8% สูงกว่าคาดมาก เพราะสัดส่วนสินค้า DDR5 และสินค้ามาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น
- นอกจากนี้ รายได้จากสินค้าใหม่ เช่น MRCD/MDB, PCIe retimer, CKD และ CXL MXC แตะ 269 ล้านหยวนใน 1Q26 หรือคิดเป็น 19% ของรายได้กลุ่ม Interface IC แล้ว สะท้อนว่าบริษัทกำลังเกาะกับการเติบโตของ AI server มากขึ้น
- สรุปภาพย่อย: กลุ่มนี้เป็น ผู้ได้ประโยชน์ทางอ้อมจาก AI ที่น่าสนใจ เพราะไม่ได้แข่งตรงในชิป AI แต่ได้ประโยชน์จากความต้องการส่งข้อมูลเร็วขึ้นและหน่วยความจำที่ซับซ้อนขึ้นในระบบ AI
5) AI Server โตแรง แต่ไม่ได้แปลว่ามาร์จิ้นจะดีเสมอไป
- Inspur ผู้นำในตลาดเซิร์ฟเวอร์ AI ของจีน และได้ประโยชน์จากแนวโน้มการใช้ชิป AI ที่หลากหลายขึ้น รวมถึงการประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี จุดที่ต้องระวังคือการเปลี่ยนจากชิประดับโลก เช่น NVIDIA ไปสู่ชิป AI จีน อาจทำให้ราคาขายเฉลี่ยของเซิร์ฟเวอร์ลดลง
- ตลาดปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของ Inspur ปี 2026 / 2027 ลง 20% / 2% เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนผ่านไปใช้ชิป AI จีนที่มีต้นทุนต่ำกว่า และสัดส่วนยอดขายให้ผู้ให้บริการคลาวด์จีนที่มากขึ้น ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ราว 5-6% ในปี 2026-2028 เทียบกับอดีตที่เคยอยู่ 10-15%
- สรุปภาพย่อย: AI Server เป็นธีมที่รายได้โต แต่มาร์จิ้นหดตัว อาจต้องระวังหุ้นที่โตจากยอดขายจำนวนมาก แต่กำไรต่อยอดขายยังบาง
6) สินค้าที่พึ่งพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปยังฟื้นช้ากว่า AI
- สินค้าที่พึ่งพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป เช่น สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และสินค้าอุปโภคบริโภคอิเล็กทรอนิกส์ ยังฟื้นตัวช้ากว่า สะท้อนจากกรณี SMIC ที่แม้ผู้บริหารมองบวกต่อการขยายกำลังผลิตและลูกค้าออกแบบชิปจีน แต่หนึ่งในความเสี่ยงสำคัญยังเป็นความต้องการสมาร์ตโฟนและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่อาจอ่อนแอกว่าคาด
- ภาพเดียวกันยังเห็นจาก Gigadevice โดยแรงหนุนหลักของผลประกอบการไม่ได้มาจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปเป็นหลัก แต่เกิดจาก Specialty DRAM, การฟื้นตัวของ MCU และการยกระดับสัดส่วน NOR Flash ขณะที่ราคา NOR Flash ได้แรงหนุนจากตลาดยานยนต์และอุตสาหกรรมมากกว่า
- สรุปภาพย่อย: กลุ่มที่โยงกับ AI และการลงทุนผลิตชิปในประเทศยังมีแรงส่งดีกว่า ส่วนหุ้นที่อิงสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปควรมองเป็นรอบฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป
7) ภาพใหญ่ที่เห็นร่วมกันคือ กลุ่มชิปจีนไม่ได้ฟื้นเท่ากันทุกส่วน และ Localization มาเร็วกว่าที่คาด
- กลุ่มที่เกี่ยวกับ AI, หน่วยความจำเฉพาะทาง และการทดแทนสินค้านำเข้าเติบโตเด่นที่สุด ส่วนกลุ่มที่พึ่งพาเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์ หรือสินค้าอุตสาหกรรมทั่วไปยังฟื้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ขณะเดียวกัน หลายบริษัทเริ่มเห็นอัตรากำไรดีขึ้นจากสัดส่วนสินค้าที่ซับซ้อนขึ้น
- Localization มาเร็วกว่าที่คาด: การที่จีนเร่งผลักดันการผลิตชิปภายในประเทศงผลให้บริษัทในห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิปของจีนอย่าง Cambricon, Advance Micro-Fabrication Equipment (AMEC), MetaX, และ Naura เติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะที่บริษัทต่างชาติต้องระวังผลกระทบจากการควบคุมการส่งออกทำให้จีนมีแนวโน้มพึ่งพิงสหรัฐน้อยลงในอนาคต โดยมีการคาดการณ์ว่าตลาดชิปประมวลผล AI ของจีนที่ผลิตภายในประเทศจะเพิ่มขึ้นจาก33% เป็น 75% ภายในปี 2030
8) มุมมองการลงทุนของ INVX
- โตแข็งแรงที่สุด ที่ได้ประโยชน์ตรงจาก AI และการใช้ชิปจีน: ชิป AI, หน่วยความจำเฉพาะทาง, ชิ้นส่วนเชื่อมต่อในเซิร์ฟเวอร์ AI เช่น Cambricon, Hygon Information, Biren (BIREN23), Gigadevice (GIGA23), Montage Technology
- โตต่อเนื่องเชิงโครงสร้างได้แรงหนุนจากการขยายกำลังผลิตและการลดพึ่งพาต่างชาติ: เครื่องจักรผลิตชิป และโรงงานผลิตชิปในประเทศ เช่น AMEC, NAURA (NAURA23), SMIC (SMIC23), Hua Hong Semiconductor (HUAHONG23)
- โตจากปริมาณ แต่ต้องระวังมาร์จิ้น: เซิร์ฟเวอร์ AI เช่น Inspur, Foxconn Industrial Internet, Lenovo
- กลุ่มที่ยังฟื้นช้ากว่า: สินค้าที่พึ่งพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป เช่น สมาร์ตโฟนและสินค้าอุปโภคบริโภคบางส่วน เช่น Sunny Optical, AAC Technologies, Will Semiconductor / OmniVision