สรุปสาระสำคัญ
Novo Nordisk เผยงบ 1Q26 แข็งแกร่งเกินคาด โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากความสำเร็จในการเปิดตัว Wegovy Pill ในสหรัฐฯ ที่ทำรายได้สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดเกือบเท่าตัว แม้บริษัทจะเผชิญกับแรงกดดันด้านราคายา จนทำให้ยอดขายที่ปรับปรุงแล้วหดตัวลงเล็กน้อย แต่การกลับรายการสำรองทางบัญชีมูลค่ามหาศาลช่วยหนุนกำไรสุทธิให้พุ่งสูงขึ้น จนนำไปสู่การ ปรับเพิ่มเป้าหมายผลการดำเนินงานทั้งปี 2026 ขึ้น
ภาพรวมผลประกอบการ
Novo Nordisk เผยงบ 1Q26 แข็งแกร่งเกินคาด โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากความสำเร็จในการเปิดตัว Wegovy Pill ในสหรัฐฯ ที่ทำรายได้สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดเกือบเท่าตัว แม้บริษัทจะเผชิญกับแรงกดดันด้านราคายา จนทำให้ยอดขายที่ปรับปรุงแล้วหดตัวลงเล็กน้อย แต่การกลับรายการสำรองทางบัญชีมูลค่ามหาศาลช่วยหนุนกำไรสุทธิให้พุ่งสูงขึ้น จนนำไปสู่การ ปรับเพิ่มเป้าหมายผลการดำเนินงานทั้งปี 2026 ขึ้น
ผลประกอบการดีกว่าคาดไหม?
- ผลประกอบการดีกว่าที่คาด ทั้งกำไรและยอดขายรวม
- หนุนจากยอดขาย Wegovy Pill ที่ระดับ 2.26 พันล้านโครนเดนมาร์ก (สูงกว่าคาดการณ์ที่ 1.16 พันล้านโครนเดนมาร์ก) และมีรายการพิเศษจากการกลับรายการสำรองโครงการ 340B มูลค่า 4.2 พันล้านเหรียญฯ
รายละเอียดผลประกอบการ
- รายได้: เติบโตแบบก้าวกระโดด (+32%) แต่ถ้าตัดรายการพิเศษออกจะพบว่ารายได้จริงๆ ลดลงเล็กน้อย (-4%) สาเหตุเพราะบริษัทต้องลดราคายาลงเพื่อแข่งกับคู่แข่งรายสำคัญ
- อัตรากำไร: อัตรากำไรดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ประมาณ 46.9% ซึ่งถือว่ายังแข็งแกร่งในกลุ่มอุตสาหกรรมยา แม้จะหดตัวลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยตามสภาวะสงครามราคา
|
ตัวเลขทางการเงิน (DKK million)
|
Q1 2026
|
% YoY (DKK)
|
% YoY (CER*)
|
|
ยอดขายสุทธิ (Reported Net Sales)
|
96,823
|
+24%
|
+32%
|
|
ยอดขายที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Sales)
|
70,063
|
-10%
|
-4%
|
|
กำไรจากการดำเนินงาน (Reported OP)
|
59,618
|
+54%
|
+65%
|
|
กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว
|
32,858
|
-15%
|
-6%
|
|
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Reported)
|
61.6%
|
(เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากรายการพิเศษ)
|
|
วิเคราะห์ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
- รายการที่ผิดสังเกต: การกลับรายการสำรอง (Provision Reversal) มูลค่าประมาณ 26.7 พันล้านโครนเดนมาร์ก (4.2 พันล้านเหรียญฯ) เป็นรายการทางบัญชีที่ส่งผลบวกต่อกำไรทันที แต่เป็นรายการพิเศษ
- การลงทุน: บริษัทยังคง CAPEX ในระดับสูงเพื่อขยายฐานการผลิตยาลดน้ำหนักที่ยังมีความต้องการมหาศาล
- Net Debt/EBITDA: คาดว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำมาก (Net Cash Position) เนื่องจากกระแสเงินสดรับที่เพิ่มขึ้นจากกำไรพิเศษ
รายการพิเศษ
- การกลับรายการสำรอง (Provision Reversal) มูลค่าประมาณ 26.7 พันล้านโครนเดนมาร์ก (4.2 พันล้านเหรียญฯ) เป็นรายการทางบัญชีที่ส่งผลบวกต่อกำไรเกือบเท่าตัว แต่เป็นรายการพิเศษ
ปัจจัยขับเคลื่อนธุรกิจและตลาดหลัก
- Wegovy Pill (ชนิดเม็ด): กลายเป็นสินค้าหลักตัวใหม่ที่มีคนสั่งซื้อสะสมแล้วกว่า 2 ล้านครั้ง สร้างสถิติการเปิดตัวยาที่โตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท
- กลุ่มยาลดน้ำหนัก: ยังคงเติบโตต่อเนื่อง 22% และเป็นรายได้หลัก
- ตลาดสหรัฐฯ: ตลาดสหรัฐฯ มียอดขายปรับปรุงลดลง 11% เนื่องจากการลดราคาจำหน่ายเพื่อแข่งกับ Eli Lilly
- ตลาดโลก: ตลาดโลกยังเติบโตได้ดี 6% จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
- Ozempic (ยาเบาหวาน): ยอดขายหดตัว 8-18% สะท้อนถึงการอิ่มตัวและการเปลี่ยนผ่านไปยังผลิตภัณฑ์ใหม่
แนวโน้มและเป้าหมายในอนาคต
บริษัทปรับเพิ่มขึ้นแนวโน้มกำไรทั้งปีขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ยอดขายที่ปรับปรุงแล้ว: ปรับจากเดิม (ที่เคยคาดว่าอาจลบถึง -13%) เป็น -4% ถึง -12%
- กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว: ปรับเป็น -4% ถึง -12%
- สมมติฐานหลัก: ความต้องการ Wegovy Pill ที่ยังสูงต่อเนื่องและการเปิดตัวในตลาดต่างประเทศใน 2H26 จะช่วยชดเชยราคาขายต่อหน่วยที่ลดลงได้
มุมมองผู้บริหาร
CEO (Mike Doustdar) มั่นใจมากว่า Wegovy Pill คือตัวเปลี่ยนเกม โดยเน้นย้ำว่า:
- เป็นการเปิดหมวดหมู่ใหม่ (Oral Peptide) ที่คู่แข่งยังตามไม่ทันในเชิงปริมาณ
- พบปรากฏการณ์ Limited Cannibalization คือคนไข้เปลี่ยนมาจากยาของคู่แข่งมากกว่าจะเปลี่ยนจากยาตัวเดิมของ Novo เอง
ความเสี่ยงที่ควรระวัง
- ราคายาที่ลดลง: การแข่งขันในสหรัฐฯ บังคับให้ต้องลดราคาลงเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะกระทบกำไรในระยะยาว
- การขยายตลาด: การไปเปิดตัวในต่างประเทศช่วงครึ่งปีหลังต้องทำให้สำเร็จตามแผนเพื่อรักษาการเติบโต
- ความกังวลของนักลงทุน: ราคาหุ้นที่ร่วงลงมาในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนว่าคนยังกลัวว่าในอนาคต Novo จะสู้กับคู่แข่งไหวไหม
มุมมองของ INVX
เรามองว่า Novo Nordisk มีความได้เปรียบในฐานะ First Mover ในกลุ่ม Oral Peptide อย่างไรก็ดี ยารูปแบบฉีดเดิมเริ่มเผชิญกับข้อจำกัดด้านราคา โดยเราประเมินว่า ในช่วงครึ่งปีหลังการแข่งขันในกลุ่ม GLP-1 จะรุนแรงขึ้น จากผู้เล่นใหม่ที่เข้ามาในตลาด รวมไปถึงอุปสรรคด้านภาษีในสหรัฐฯ จะบั่นทอนกำไรของ Novo Nordisk ด้วยเหตุนี้ เรายังมองบวกต่อ Eli Lilly มากกว่า Novo Nordisk (อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมของ Eli Lilly ได้ที่นี่)