Offshore Stock Update

Novo Nordisk งบ 1Q26 ดีเกินคาด หนุนจากยอดขาย Wegovy Pill ในสหรัฐฯ

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|6 May 26 5:14 PM
nvo
สรุปสาระสำคัญ

Novo Nordisk เผยงบ 1Q26 แข็งแกร่งเกินคาด โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากความสำเร็จในการเปิดตัว Wegovy Pill ในสหรัฐฯ ที่ทำรายได้สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดเกือบเท่าตัว แม้บริษัทจะเผชิญกับแรงกดดันด้านราคายา จนทำให้ยอดขายที่ปรับปรุงแล้วหดตัวลงเล็กน้อย แต่การกลับรายการสำรองทางบัญชีมูลค่ามหาศาลช่วยหนุนกำไรสุทธิให้พุ่งสูงขึ้น จนนำไปสู่การ ปรับเพิ่มเป้าหมายผลการดำเนินงานทั้งปี 2026 ขึ้น

ภาพรวมผลประกอบการ

 

Novo Nordisk เผยงบ 1Q26 แข็งแกร่งเกินคาด โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากความสำเร็จในการเปิดตัว Wegovy Pill ในสหรัฐฯ ที่ทำรายได้สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดเกือบเท่าตัว แม้บริษัทจะเผชิญกับแรงกดดันด้านราคายา จนทำให้ยอดขายที่ปรับปรุงแล้วหดตัวลงเล็กน้อย แต่การกลับรายการสำรองทางบัญชีมูลค่ามหาศาลช่วยหนุนกำไรสุทธิให้พุ่งสูงขึ้น จนนำไปสู่การ ปรับเพิ่มเป้าหมายผลการดำเนินงานทั้งปี 2026 ขึ้น

 

ผลประกอบการดีกว่าคาดไหม?

 

  • ผลประกอบการดีกว่าที่คาด ทั้งกำไรและยอดขายรวม
  • หนุนจากยอดขาย Wegovy Pill ที่ระดับ 2.26 พันล้านโครนเดนมาร์ก (สูงกว่าคาดการณ์ที่ 1.16 พันล้านโครนเดนมาร์ก) และมีรายการพิเศษจากการกลับรายการสำรองโครงการ 340B มูลค่า 4.2 พันล้านเหรียญฯ 

 

รายละเอียดผลประกอบการ 

 

  • รายได้: เติบโตแบบก้าวกระโดด (+32%) แต่ถ้าตัดรายการพิเศษออกจะพบว่ารายได้จริงๆ ลดลงเล็กน้อย (-4%) สาเหตุเพราะบริษัทต้องลดราคายาลงเพื่อแข่งกับคู่แข่งรายสำคัญ
  • อัตรากำไร: อัตรากำไรดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ประมาณ 46.9% ซึ่งถือว่ายังแข็งแกร่งในกลุ่มอุตสาหกรรมยา แม้จะหดตัวลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อยตามสภาวะสงครามราคา

 

ตัวเลขทางการเงิน (DKK million)

Q1 2026

% YoY (DKK)

% YoY (CER*)

ยอดขายสุทธิ (Reported Net Sales)

96,823

+24%

+32%

ยอดขายที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Sales)

70,063

-10%

-4%

กำไรจากการดำเนินงาน (Reported OP)

59,618

+54%

+65%

กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว

32,858

-15%

-6%

อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Reported)

61.6%

(เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากรายการพิเศษ)

 

 

วิเคราะห์ฐานะการเงินและกระแสเงินสด

 

  • รายการที่ผิดสังเกต: การกลับรายการสำรอง (Provision Reversal) มูลค่าประมาณ 26.7 พันล้านโครนเดนมาร์ก (4.2 พันล้านเหรียญฯ) เป็นรายการทางบัญชีที่ส่งผลบวกต่อกำไรทันที แต่เป็นรายการพิเศษ
  • การลงทุน: บริษัทยังคง CAPEX ในระดับสูงเพื่อขยายฐานการผลิตยาลดน้ำหนักที่ยังมีความต้องการมหาศาล
  • Net Debt/EBITDA: คาดว่าจะยังอยู่ในระดับต่ำมาก (Net Cash Position) เนื่องจากกระแสเงินสดรับที่เพิ่มขึ้นจากกำไรพิเศษ

 

รายการพิเศษ 

 

  • การกลับรายการสำรอง (Provision Reversal) มูลค่าประมาณ 26.7 พันล้านโครนเดนมาร์ก (4.2 พันล้านเหรียญฯ) เป็นรายการทางบัญชีที่ส่งผลบวกต่อกำไรเกือบเท่าตัว แต่เป็นรายการพิเศษ

 

ปัจจัยขับเคลื่อนธุรกิจและตลาดหลัก

 

  • Wegovy Pill (ชนิดเม็ด): กลายเป็นสินค้าหลักตัวใหม่ที่มีคนสั่งซื้อสะสมแล้วกว่า 2 ล้านครั้ง สร้างสถิติการเปิดตัวยาที่โตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท
  • กลุ่มยาลดน้ำหนัก: ยังคงเติบโตต่อเนื่อง 22% และเป็นรายได้หลัก
  • ตลาดสหรัฐฯ: ตลาดสหรัฐฯ มียอดขายปรับปรุงลดลง 11% เนื่องจากการลดราคาจำหน่ายเพื่อแข่งกับ Eli Lilly
  • ตลาดโลก: ตลาดโลกยังเติบโตได้ดี 6% จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
  • Ozempic (ยาเบาหวาน): ยอดขายหดตัว 8-18% สะท้อนถึงการอิ่มตัวและการเปลี่ยนผ่านไปยังผลิตภัณฑ์ใหม่

 

แนวโน้มและเป้าหมายในอนาคต

 

บริษัทปรับเพิ่มขึ้นแนวโน้มกำไรทั้งปีขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ยอดขายที่ปรับปรุงแล้ว: ปรับจากเดิม (ที่เคยคาดว่าอาจลบถึง -13%) เป็น -4% ถึง -12%
  • กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว: ปรับเป็น -4% ถึง -12%
  • สมมติฐานหลัก: ความต้องการ Wegovy Pill ที่ยังสูงต่อเนื่องและการเปิดตัวในตลาดต่างประเทศใน 2H26 จะช่วยชดเชยราคาขายต่อหน่วยที่ลดลงได้

 

มุมมองผู้บริหาร

 

CEO (Mike Doustdar) มั่นใจมากว่า Wegovy Pill คือตัวเปลี่ยนเกม โดยเน้นย้ำว่า:

  • เป็นการเปิดหมวดหมู่ใหม่ (Oral Peptide) ที่คู่แข่งยังตามไม่ทันในเชิงปริมาณ
  • พบปรากฏการณ์ Limited Cannibalization คือคนไข้เปลี่ยนมาจากยาของคู่แข่งมากกว่าจะเปลี่ยนจากยาตัวเดิมของ Novo เอง

 

ความเสี่ยงที่ควรระวัง

 

  • ราคายาที่ลดลง: การแข่งขันในสหรัฐฯ บังคับให้ต้องลดราคาลงเรื่อยๆ ซึ่งอาจจะกระทบกำไรในระยะยาว
  • การขยายตลาด: การไปเปิดตัวในต่างประเทศช่วงครึ่งปีหลังต้องทำให้สำเร็จตามแผนเพื่อรักษาการเติบโต
  • ความกังวลของนักลงทุน: ราคาหุ้นที่ร่วงลงมาในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนว่าคนยังกลัวว่าในอนาคต Novo จะสู้กับคู่แข่งไหวไหม

 

มุมมองของ INVX

 

เรามองว่า Novo Nordisk มีความได้เปรียบในฐานะ First Mover ในกลุ่ม Oral Peptide อย่างไรก็ดี ยารูปแบบฉีดเดิมเริ่มเผชิญกับข้อจำกัดด้านราคา โดยเราประเมินว่า ในช่วงครึ่งปีหลังการแข่งขันในกลุ่ม GLP-1 จะรุนแรงขึ้น จากผู้เล่นใหม่ที่เข้ามาในตลาด รวมไปถึงอุปสรรคด้านภาษีในสหรัฐฯ จะบั่นทอนกำไรของ Novo Nordisk ด้วยเหตุนี้ เรายังมองบวกต่อ Eli Lilly มากกว่า Novo Nordisk (อ่านบทวิเคราะห์เพิ่มเติมของ Eli Lilly ได้ที่นี่)

 

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5