Offshore Stock Update

HSBC เผยงบ 1Q26 ต่ำกว่าคาด หลังขาดทุนจากสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|5 May 26 2:00 PM
hsbc
สรุปสาระสำคัญ

HSBC รายงานกำไรก่อนหักภาษี (PBT) 1Q26 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองหนี้ (ECL) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันจากกรณีฉ้อโกงในสหราชอาณาจักรและผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม รายได้รวมยังเติบโตได้ 5.5% ขับเคลื่อนด้วยธุรกิจ Wealth Management ในเอเชียที่เติบโตโดดเด่น ธนาคารยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ดอกเบี้ยสุทธิทั้งปีขึ้น และยังคงมั่นใจในการรักษาอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (RoTE) ที่ระดับ 17% ขึ้นไป 

ผลประกอบการดีกว่าคาดไหม?

 

  • ต่ำกว่าที่คาด: กำไรก่อนหักภาษี (PBT) รายงานที่ 9.38 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 9.59 พันล้านดอลลาร์
  • เหตุผลหลัก: แม้รายได้จะทำได้ดีกว่าคาด แต่ถูกหักล้างด้วยการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) สูงถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งมีรายการเหนือความคาดหมายจากกรณีฉ้อโกง 400 ล้านดอลลาร์ในธุรกิจ Securitization กับ Financial Sponsor ในสหราชอาณาจักร รวมถึงตั้งสำรองล่วงหน้า 300 ล้านดอลลาร์สำหรับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง 

 

รายละเอียดผลประกอบการ

 

  • สรุปภาพรวมทางการเงิน: รายได้รวมเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของค่าธรรมเนียมกลุ่ม Wealth และรายได้ดอกเบี้ยที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิหดตัวลง 2.3% YoY จาก ECL ที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 7.6% YoY ขณะที่ NIM ทำได้ 1.60% ทรงตัวจากปีก่อน แต่ลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาลและผลกระทบ One-off 

 

รายการ (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

1Q26

1Q25

% YoY

4Q25

% QoQ

รายได้รวม (Revenue)

18,624

17,649

+5.5%

16,364

+13.8%

กำไรก่อนหักภาษี (PBT)

9,376

9,484

-1.1%

6,802

+37.8%

กำไรสุทธิ (PAT)

7,394

7,570

-2.3%

5,187

+42.5%

NIM (%)

1.60%

1.59%

+1 bps

1.64%

-4 bps

Banking NII

11,253

10,599

+6.2%

11,722

-4.0%

 

วิเคราะห์งบดุล

 

  • คุณภาพสินทรัพย์: อ่อนแอลงในแง่ของ ECL Charge ที่พุ่งขึ้น โดยคิดเป็น 0.52% - 0.53% ของสินเชื่อรวม อย่างไรก็ดี พอร์ตอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกง เริ่มเห็นสัญญาณตกชั้นไปสู่สินเชื่อด้อยคุณภาพที่ลดลง
  • การเติบโตของสินเชื่อ: สินเชื่อรวมสุทธิแตะ 1.002 ล้านล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้นราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ QoQ (บนฐานค่าเงินคงที่) หนุนโดยฝั่งองค์กรใน CIB และ UK
  • เงินกองทุน (CET1): ลดลงเหลือ 14.0% (จาก 14.9% ในไตรมาส 4/25) หลักๆ เป็นผลจากการนำ Hang Seng Bank ออกจากตลาดหลักทรัพย์ การจ่ายปันผล และปริมาณสินทรัพย์เสี่ยง (RWAs) ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการปล่อยกู้ 

 

การเติบโตของรายได้ในแต่ละธุรกิจและภูมิภาค

 

  • NII และ Non-NII:  รายได้ NII เติบโต 8% YoY แตะ 8.94 พันล้านดอลลาร์ จากพอร์ตสินเชื่อและประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยสูง ขณะที่ Non-NII โดดเด่นจากกลุ่ม Wealth และ Insurance
  • Wealth Management: ฟื้นตัวแกร่ง รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 15% YoY หนุนจากการกระจายการลงทุนและกระแสเงินทุนสุทธิ (Net New Money) ถึง 3.9 หมื่นล้านดอลลาร์ (ส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย)
  • Wholesale Transaction Banking: เติบโต 2% นำโดย Securities Services (+11% YoY) และ Global Trade Solutions (+8% YoY) จากปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นในเอเชียและตะวันออกกลาง
  • ตลาดฮ่องกง: เงินฝากและสินเชื่อยังคงเพิ่มขึ้น แม้อสังหาฯ เชิงพาณิชย์จะเจอแรงกดดันด้านราคา แต่ในภาพรวมถือว่าสินทรัพย์เสถียรขึ้น 

 

รายการพิเศษ

 

  • ฝั่งรายได้: มีบันทึกผลขาดทุนรวม 501 ล้านดอลลาร์ ประกอบด้วยผลขาดทุนทางบัญชีจากการโอนธุรกิจใน Malta เป็นสินทรัพย์รอการขาย 300 ล้านดอลลาร์ และผลขาดทุนจากการรับรู้ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน 200 ล้านดอลลาร์จากการเสร็จสิ้นการขายธุรกิจประกันชีวิตใน UK (มีกำไรสวนทางจากการขายอสังหาฯ ประมาณ 200 ล้านดอลลาร์)
  • ฝั่งค่าใช้จ่าย: มีค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างและรายการเกี่ยวเนื่อง (Restructuring and other related costs) อยู่ที่ 128 ล้านดอลลาร์ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขายกิจการ 50 ล้านดอลลาร์
  • ฝั่ง ECL: ต้องตั้งสำรอง 400 ล้านดอลลาร์จากประเด็นฉ้อโกงใน UK และ Management overlay 300 ล้านดอลลาร์จากภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง

 

แนวโน้มบริษัทในระยะข้างหน้า

 

  • Banking NII: ปรับขึ้นเป็นระดับประมาณ 46 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 (จากเป้าเดิมคาดไว้อย่างน้อย 45 พันล้านดอลลาร์) โดยประเมินว่าแนวโน้มดอกเบี้ยเอื้ออำนวยขึ้น
  • ECL Charge: ปรับเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 45 bps ของสินเชื่อรวม (จากเดิมคาดไว้ที่ 40 bps) สะท้อนความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ค่าใช้จ่าย (Target Opex): คงเดิม เป้าหมายเติบโตประมาณ 1%
  • เป้าหมายอื่น: คงเป้า CET1 ไว้ที่ 14-14.5% และ RoTE 17% ขึ้นไปจนถึงปี 2028 (ไม่รวมรายการพิเศษ) 

 

มุมมองของผู้บริหาร (Earnings Call Highlights) 

 

  • CEO Georges Elhedery เน้นย้ำว่า HSBC คือ "Trusted Partner" ยามตลาดผันผวน ส่งผลให้ธุรกิจ Wealth และเงินฝากกลับมาเติบโตเด่น
  • ผู้บริหารได้จัดทำ Scenario Testing ต่อประเด็นตะวันออกกลาง โดยประเมินว่าหากเหตุการณ์ลุกลามยาวนาน (ราคาน้ำมันแพง, เงินเฟ้อพุ่ง, สะดุดของ Supply Chain) อาจกดดัน PBT ให้ลดลงในระดับ Mid-to-high single digit percentage หากไม่มีการบริหารจัดการแก้ไข 

 

สัญญาณต่ออุตสาหกรรมและคู่แข่ง

  • คุณภาพสินทรัพย์: เหตุฉ้อโกง Securitization มูลค่า $400 ล้านในสหราชอาณาจักร เป็นจุดที่ตลาดจะเฝ้าระวังธนาคารในยุโรปและ UK รายอื่นที่อาจมี Exposure ร่วมกับ Financial Sponsor รายนี้
  • ความเสี่ยงจากตะวันออกกลาง: การตั้งสำรองเผื่อความขัดแย้งในตะวันออกกลางของ HSBC สอดคล้องกับงบของ Standard Chartered ที่พึ่งพิงตะวันออกกลางและเพิ่งตั้งสำรองใกล้เคียงกัน ($190 ล้านดอลลาร์สำหรับกัลฟ์) เป็นสัญญาณว่าแบงก์ระดับ Global ล้วนต้องเพิ่มระดับระมัดระวัง
  • การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย: เป็นตัวชี้วัดเชิงบวกให้แก่แบงก์สิงคโปร์และ Standard Chartered ว่า กิจกรรมการลงทุน (Customer activities) ของเศรษฐีเอเชียยังคงแข็งแกร่งและเดินหน้าลงทุนต่อ 

 

ความเสี่ยงและความกังวล

 

  • ความรุนแรงในตะวันออกกลาง: ยืดเยื้อและกระทบต้นทุนพลังงาน นำไปสู่อัตราเงินเฟ้อรอบใหม่และฉุดเศรษฐกิจโลก ซึ่งธนาคารเตือนชัดเจนว่าจะมีแรงกระเพื่อมรุนแรง
  • ปัญหาเศรษฐกิจจีนและภาคอสังหาฯ ฮ่องกง: ราคาและสภาพคล่องอสังหาฯ (HK CRE) ยังค่อนข้างตึงตัวโดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่เกรดต่ำกว่า Investment grade
  • การควบคุมค่าใช้จ่าย: ค่าใช้จ่ายโตค่อนข้างสูง (+7.6% YoY หรือ +3% บน Target basis) ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ แม้จะมีความพยายามลดคนและปิดสาขาไปมากแล้ว 

 

มุมมองของเรา

 

เรามองว่า Upside ของราคาหุ้น HSBC ในระยะสั้นอาจถูกจำกัดด้วยปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ รวมไปถึงธนาคารกำลังอยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้าง ซึ่งยังมีความผันผวนสูงอยู่ 


ทั้งนี้ เรามองเห็นจุดร่วมกันระหว่างธนาคารทั่วโลก (สหรัฐฯ, ยุโรป และจีน) ใน 1Q26 บนแง่การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่โดดเด่น และเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการในรอบนี้ อย่างไรก็ดี เริ่มเห็นแนวโน้มที่ธนาคารระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะในฝั่ง ยุโรป และ จีน ที่มีการตั้งสำรองมากขึ้น จนฉุดรั้งกำไรใน 1Q26 ลง 


ในระยะข้างหน้า เรายังมองเห็นโอกาสที่การเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจะดีกว่าการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งอาจมีแรงฉุดรั้งจากการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น การเติบโตของเศรษฐกิจที่ช้าลง จากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ เรายังมองบวกต่อธนาคารที่มีสัดส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยสูง ในสหรัฐฯ เรามองบวกต่อ JPM, GS, MS ขณะที่ฝั่งยุโรปเรามองบวกต่อ Deutsche Bank, Barclays, UBS และในจีนเรามองบวกต่อ ICBC, AgBank, PSBC

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5