สรุปสาระสำคัญ
IBM กำลังใช้ความได้เปรียบทางการเงินและเครือข่ายพันธมิตรที่มีอยู่ ทุ่มทุนสร้างทั้งโรงงานผลิตชิปและพัฒนาเครื่องควอนตัมสายพันธุ์ใหม่ เพื่อเป้าหมายในการเป็นผู้ยึดครองตลาดคอมพิวเตอร์ควอนตัมเชิงพาณิชย์แบบไร้ข้อผิดพลาดรายแรกของโลกภายในปี FY29 ภาพนี้สะท้อนกลยุทธ์คุมต้นน้ำเพื่อครองตลาดพาณิชย์ แม้อุตสาหกรรมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและไม่ Mass Market โดยมองบวกต่อหุ้นใหญ่ที่มีความสามารถทางการแข่งขันสูงมากกว่า
จากการประกาศแผนล่าสุด IBM กำลังเดิมพันครั้งใหญ่ในเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยเน้นหนักไปที่ 3 ด้านหลัก ดังนี้:
1. ทุ่มงบ 10,000 ล้านดอลลาร์เพื่อทิ้งห่างคู่แข่ง
- IBM ประกาศทุ่มเงินลงทุนมากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ระยะเวลา 5 ปี) หรือเฉลี่ยปีละ 2,000 ล้านดอลลาร์
- เงินจำนวนนี้จะถูกใช้ครบวงจร ตั้งแต่การวิจัย (R&D), การขยายโรงงานผลิต, ไปจนถึงการไล่ซื้อกิจการ (M&A) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าบริษัทสตาร์ทอัพด้านควอนตัมรายอื่น ๆ ในตลาดอย่างเทียบไม่ติด
2. เน้นความแม่นยำระดับไร้ข้อผิดพลาดภายในปี 2029
- เป้าหมายสูงสุดของ IBM คือการสร้าง Large-scale Fault-tolerant Quantum Computer หรือคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่ที่ทำงานได้อย่างเสถียรและไม่มีข้อผิดพลาดให้ได้ภายในปี 2029
- โดยมีโปรเจกต์หัวหอกชื่อรหัสว่า Starling ตั้งเป้าประมวลผลทางควอนตัมให้ได้ถึง 100 ล้านครั้ง ผ่านการใช้ 200 Logical Qubits ซึ่งจะเปลี่ยนควอนตัมจากภาคทฤษฎี/ห้องทดลอง ให้กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์
3. เน้นความมั่นคงระดับชาติและสร้างฐานผลิตเอง (Anderon)
- IBM จับมือกับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ (ภายใต้ CHIPS Act) ร่วมทุนฝั่งละ 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้าง Anderon โรงงานผลิตชิปควอนตัมเฉพาะทางแห่งแรกในสหรัฐฯ
- ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่า IBM ไม่ได้มองควอนตัมเป็นแค่ซอฟต์แวร์ แต่เน้นควบคุมห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ขั้น "ฮาร์ดแวร์และชิป" เพื่อความมั่นคงทางเทคโนโลยีของประเทศและตัดหน้าคู่แข่งอย่างจีน
4. เน้นระบบนิเวศน์และการใช้งานจริง
- ปัจจุบัน IBM เน้นการเป็นผู้นำด้านจำนวน โดยส่งมอบระบบควอนตัมไปแล้วมากกว่า 90 ระบบ (มากกว่าคู่แข่งทุกรายในตลาดรวมกัน)
มีเครือข่ายพันธมิตรกว่า 325 แห่ง ทั้งมหาวิทยาลัย, รัฐบาล และบริษัท Fortune 500 ที่เข้ามาใช้งานระบบควอนตัมผ่าน Cloud เพื่อแก้โจทย์ยาก ๆ ด้านการแพทย์, เคมี และการเงินอยู่แล้วในปัจจุบัน
มุมมองของ InnovestX
- ตลาดตอบสนองเชิงบวกต่อ IBM และ กลุ่ม Pure-play Quantum เช่น IonQ, D-Wave, Rigetti และ Infleqtion
- เรามองว่าการลงทุนในกลุ่มควอนตัมในปัจจุบันยังเร็วเกินไปที่จะระบุผู้ชนะได้อย่างชัดเจน เนื่องจากอุตสาหกรรมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังไม่เข้าสู่ตลาดMass Market ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในกลุ่มนี้ เราจึงแนะนำให้เน้นหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความสามารถทางการแข่งขันสูง มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง และมีเงินทุนมากพอที่จะรองรับความเสี่ยงในระยะยาวแข่งขัน เช่น AMZN MSFT NVDA GOOGL