
Li Auto และ XPeng ต่างเผยงบ 1Q26 ต่ำกว่าคาดจากสงครามราคาในจีน แต่ทิศทางหุ้นสวนทางกัน โดย Li Auto ปรับตัวลดลงหนักจากมาร์จิ้นที่หดตัวเหลือ 7.9% และแนวโน้ม 2Q26 ที่อ่อนแอ ขณะที่ XPeng หุ้นฟื้นตัวขานรับมาร์จิ้นที่พุ่งแตะ 20.6% ร่วมกับคาดการณ์ไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ INVX มองว่ากลุ่มผู้ผลิต EV ยังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง จากด้านราคาและการพัฒนาเทคโนโลยี จึงมองบวกต่อกลุ่มต้นน้ำอย่าง CATL (CATL23) และ Horizon Robotics (HORIZON23) มากกว่า
ภาพรวมผลประกอบการ 1Q26
ทั้งสองบริษัทต่างรายงานผลประกอบการที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของตลาดในแง่ของผลกำไร โดยได้รับผลกระทบจากสงครามราคาที่รุนแรงในประเทศจีน และภาวะตลาดรถยนต์ที่ชะลอตัวตามฤดูกาล
Li Auto (LI): พลิกกลับมาเป็นขาดทุนสุทธิ 2,290 ล้านหยวน จากเดิมที่มีกำไรใน 1Q25 และรายงานรายได้ลดลง 4% YoY
XPeng (XPEV): รายงานขาดทุนสุทธิ 1,780 ล้านหยวน นับเป็นการขาดทุนเพิ่มขึ้น 169% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และรายได้ 13,030 ล้านหยวน (ลดลง 6% YoY)
จุดร่วมกันในผลประกอบการ
จุดต่างที่ส่งผลให้ทิศทางหุ้นสวนทางกัน
แม้ผลประกอบการทั้ง LI และ XPEV จะพลาดเป้าทั้งคู่ แต่ราคาหุ้นของ XPeng กลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขัดแย้งกับ Li Auto ที่ราคาหุ้นดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดในรอบปี โดยมีจุดต่างที่สำคัญดังนี้:
|
ตัวชี้วัด |
Li Auto (LI) |
XPeng (XPEV) |
|
อัตรากำไรขั้นต้น |
หดตัวรุนแรงเหลือ 7.9% จาก 20.5% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการลดราคาเพื่อระบายรถยนต์ไฮบริดรุ่นเก่า |
เพิ่มขึ้นเป็น 20.6% จาก 15.6% ในปีก่อน ได้อานิสงส์จากการประหยัดต้นทุนและยอดขายในต่างประเทศที่มีกำไรสูง |
|
การคาดการณ์ในไตรมาส 2 |
ต่ำกว่าคาด: คาดรายได้ลดลง 16% - 20.2% YoY และยอดส่งมอบลดลงสูงสุด 14.5% YoY |
แข็งแกร่งกว่าคาด: คาดรายได้เติบโต 7.25% - 13.82% YoY และยอดส่งมอบเพิ่มขึ้นสูงสุด 2.73% YoY หรือเพิ่มขึ้น 60-69% QoQ |
|
กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ |
เน้นรถยนต์ประเภทขยายระยะทาง แต่กำลังเผชิญความยากลำบากในการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ |
มุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ เต็มรูปแบบตั้งแต่แรก และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีอัจฉริยะ |
มุมมองของ INVX
เราประเมินว่า กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าจีนยังมีแรงกดดัน 2 ปัจจัย ได้แก่ 1) สงครามด้านราคาที่ยังไม่ลดลง เห็นได้ชัดจาก Li Auto เร่งทำในการระบายสต็อกรถรุ่นเก่า ผ่านการลดราคา ส่งผลเสียต่ออัตรากำไรอย่างรุนแรง 2) การแข่งขันทางด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นตัวเร่งในราคาของรถยนต์ปรับตัวลดลงอีกในระยะข้างหน้า ซึ่ง BYD ยังเป็นค่ายที่มีความโดดเด่นมากที่สุด เมื่อเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรม โดยเฉพาะแบตเตอรี่ และชิป 4 นาโนเมตร ที่เปิดตัวล่าสุด โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มเทคโนโลยีเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ซึ่งอาจกดดันคู่แข่งให้ต้องเร่งลงทุนหรือปรับลดต้นทุนตาม
ดังนั้น เรายังมองบวกต่อกลุ่มต้นน้ำที่สามารถเติบโตตามปริมาณการขายของรถยนต์ไฟฟ้าในจีนอย่างแบตเตอรี่ CATL (CATL23) และระบบขับขี่ Horizon Robotics (HORIZON23) มากกว่ากลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ที่มีการแข่งขันสูง