
Coca-Cola ทำผลงานไตรมาส 2 ปี 2026 ได้แข็งแกร่งกว่าคาดทั้งรายได้และกำไร โดยจุดเด่นสำคัญคือการเติบโตของปริมาณขายทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น 5% หนุนจาก Coca-Cola Zero Sugar ที่มีปริมาณยอดขายโต 16% ซึ่งสะท้อนความต้องการบริโภคจริงมากกว่าการพึ่งพาการปรับขึ้นราคาเพียงอย่างเดียว ประกอบกับอัตรากำไรจากการดำเนินงานแบบปรับปรุงแล้วที่ขยายตัวขึ้นเป็น 35.6% ส่งผลให้บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายทั้งรายได้ Organic , กำไรต่อหุ้น และกระแสเงินสดอิสระตลอดทั้งปี โดย INVX ยังมองบวกต่อ KO ในระยะยาวในฐานะหุ้นที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง และจ่ายปันผลต่อเนื่อง
1) ภาพรวมผลประกอบการ
Coca-Cola รายงานผลประกอบการ 2Q26 ดีกว่าที่ตลาดคาดทั้งรายได้และกำไร โดยรายได้อยู่ที่ 13.38 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาด 13.16 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 0.97 ดอลลาร์ สูงกว่าคาด 0.93 ดอลลาร์
การเติบโตมีคุณภาพค่อนข้างดี เนื่องจากปริมาณขายทั่วโลกเพิ่มขึ้น 5% และทุกภูมิภาคมีปริมาณขายเพิ่มขึ้น ไม่ได้พึ่งพาการขึ้นราคาเพียงอย่างเดียว
อัตรากำไรจากการดำเนินงานแบบปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้นเป็น 35.6% จาก 34.7% แม้ต้นทุนวัตถุดิบและงบการตลาดสูงขึ้น
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งทำให้บริษัทปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นและกระแสเงินสดทั้งปี สะท้อนความเชื่อมั่นต่ออุปสงค์ในช่วงครึ่งปีหลัง
ตารางสรุปผลประกอบการ 2Q26
|
รายการ |
2Q26 |
2Q25 |
YoY |
|
รายได้ |
13.38 พันล้านดอลลาร์ |
12.54 พันล้านดอลลาร์ |
+7% |
|
Organic Revenue |
+6% |
– |
– |
|
กำไรขั้นต้น |
8.42 พันล้านดอลลาร์ |
7.82 พันล้านดอลลาร์ |
+8% |
|
อัตรากำไรขั้นต้น |
62.9% |
62.4% |
+50 bps |
|
กำไรจากการดำเนินงาน |
4.67 พันล้านดอลลาร์ |
4.28 พันล้านดอลลาร์ |
+9% |
|
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน |
34.9% |
34.1% |
+80 bps |
|
อัตรากำไรจากการดำเนินงานแบบปรับปรุงแล้ว |
35.6% |
34.7% |
+90 bps |
|
กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้น |
4.43 พันล้านดอลลาร์ |
3.81 พันล้านดอลลาร์ |
+16% |
|
EPS ตามบัญชี |
1.03 ดอลลาร์ |
0.88 ดอลลาร์ |
+16% |
|
EPS แบบปรับปรุงแล้ว |
0.97 ดอลลาร์ |
0.87 ดอลลาร์ |
+11% |
|
ปริมาณขายทั่วโลก |
+5% |
– |
– |
รายได้เติบโตจากปริมาณขายหัวเชื้อเพิ่มขึ้น 4% และ Price/Mix เพิ่มขึ้น 2% ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนช่วยหนุนรายได้อีกประมาณ 2 จุด แต่ถูกหักล้างบางส่วนจากการขายและปรับโครงสร้างธุรกิจประมาณ 1 จุด ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 5% นำโดยอินเดีย จีน สหรัฐฯ และบราซิล สะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนหลักมาจากอุปสงค์จริงมากกว่าการปรับราคา
การเติบโตตามประเภทเครื่องดื่ม
|
กลุ่มผลิตภัณฑ์ |
ปริมาณขาย YoY |
|
เครื่องดื่มอัดลม |
+4% |
|
Trademark Coca-Cola |
+5% |
|
Coca-Cola Zero Sugar |
+16% |
|
Diet Coke / Coca-Cola Light |
+7% |
|
น้ำดื่ม |
+6% |
|
เครื่องดื่มกีฬา |
+5% |
|
ชา |
+6% |
|
น้ำผลไม้ ผลิตภัณฑ์นม และเครื่องดื่มจากพืช |
+2% |
|
กาแฟ |
-2% |
จุดเด่นอยู่ที่ Coca-Cola Zero Sugar ซึ่งเติบโต 16% ในทุกภูมิภาค รวมถึงกลุ่มน้ำดื่ม เครื่องดื่มกีฬา และชา ขณะที่กาแฟเป็นกลุ่มเดียวที่หดตัว โดยมีแรงกดดันหลักจากเอเชียแปซิฟิก
ผลประกอบการรายภูมิภาค
|
ภูมิภาค |
รายได้ YoY |
Organic Revenue |
ปริมาณขาย |
Price/Mix |
กำไรจากการดำเนินงานแบบคงค่าเงิน |
|
ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา |
+2% |
+3% |
+4% |
+1% |
-5% |
|
ลาตินอเมริกา |
+16% |
+5% |
+3% |
+3% |
+4% |
|
อเมริกาเหนือ |
+7% |
+7% |
+3% |
+4% |
+12% |
|
เอเชียแปซิฟิก |
+1% |
+2% |
+8% |
-9% |
ทรงตัว |
|
ธุรกิจบรรจุขวด |
+8% |
+10% |
+5% |
+2% |
+75% |
อเมริกาเหนือมีคุณภาพการเติบโตโดดเด่นที่สุด โดยรายได้เพิ่มขึ้น 7% ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 3% และกำไรจากการดำเนินงานแบบคงค่าเงินเพิ่มขึ้น 12% ส่วนเอเชียแปซิฟิกมีปริมาณขายสูงถึง 8% แต่ Price/Mix ลดลง 9% จากสัดส่วนประเทศและช่องทางขายที่ไม่เอื้อ รวมถึงมาตรการรักษาระดับราคาที่เข้าถึงได้ จึงทำให้กำไรพื้นฐานทรงตัว
อัตรากำไร: ขยายตัว แม้ต้นทุนและการตลาดเพิ่มขึ้น
อัตรากำไรขั้นต้นตามบัญชีเพิ่มขึ้นเป็น 62.9% จาก 62.4% และอัตรากำไรขั้นต้นพื้นฐานเพิ่มขึ้นประมาณ 40 bps โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของรายได้ การเคลื่อนไหวของค่าเงิน และการขายธุรกิจผลิตสินค้าสำเร็จรูปในไนจีเรีย แต่ถูกหักล้างบางส่วนจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
อัตรากำไรจากการดำเนินงานแบบปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้น 90 bps เป็น 35.6% ขณะที่อัตรากำไรพื้นฐานที่ตัดผลของค่าเงินและการซื้อขายธุรกิจออกเพิ่มขึ้นประมาณ 20–24 bps การขยายตัวมาจากยอดขาย Organic ที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ลดลง แต่ถูกจำกัดจากต้นทุนวัตถุดิบและการลงทุนด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้น
2) Guidance และแนวโน้มปี 2026
บริษัท ปรับเพิ่มประมาณการทั้งรายได้ กำไร และกระแสเงินสด
|
รายการ |
Guidance ใหม่ |
Guidance เดิม |
การเปลี่ยนแปลง |
|
Organic Revenue Growth |
ประมาณ 5% |
4–5% |
ปรับขึ้นสู่กรอบบน |
|
กำไรต่อหุ้นพื้นฐานแบบคงค่าเงินและไม่รวมการซื้อขายธุรกิจ |
+7–8% |
+6–7% |
ปรับขึ้น |
|
Comparable EPS Growth |
+9–10% |
+8–9% |
ปรับขึ้น |
|
กระแสเงินสดอิสระ |
ประมาณ 12.4 พันล้านดอลลาร์ |
12.2 พันล้านดอลลาร์ |
ปรับขึ้น |
|
อัตราภาษีพื้นฐาน |
19.9% |
19.9% |
คงเดิม |
สำหรับกำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 9–10% บริษัทประเมินว่าจะได้รับแรงหนุนจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 3 จุด แต่มีผลลบจากการซื้อขายและปรับโครงสร้างธุรกิจประมาณ 1 จุด ส่วนกระแสเงินสดอิสระ 12.4 พันล้านดอลลาร์ มาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานประมาณ 14.6 พันล้านดอลลาร์ หักเงินลงทุน 2.2 พันล้านดอลลาร์
สมมติฐานสำคัญของ Guidance
อุปสงค์ยังเติบโตในวงกว้าง
การเพิ่ม Guidance มีฐานสนับสนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะสหรัฐฯ จีน อินเดีย และบราซิล รวมถึงการเติบโตของสินค้าปราศจากน้ำตาล น้ำดื่ม และเครื่องดื่มกีฬา
รักษาสมดุลระหว่างราคาและปริมาณขาย
บริษัทไม่ได้พึ่งพาการขึ้นราคาอย่างหนัก โดย Price/Mix อยู่ที่เพียง 2% เทียบกับปริมาณขาย 5% และยังใช้กลยุทธ์สินค้าหลากหลายขนาดบรรจุภัณฑ์เพื่อรักษาความสามารถในการซื้อของผู้บริโภค
ค่าเงินเปลี่ยนจากแรงกดดันเป็นปัจจัยหนุน
บริษัทคาดว่าค่าเงินจะช่วยหนุนรายได้ทั้งปีประมาณ 1 จุด และช่วยหนุน Comparable EPS ประมาณ 3 จุด
ต้นทุนยังเป็นข้อจำกัดของมาร์จิ้น
ต้นทุนวัตถุดิบยังสูงขึ้น ขณะที่บริษัทลงทุนด้านการตลาดเพิ่มขึ้น ดังนั้นการขยายมาร์จิ้นในช่วงครึ่งปีหลังอาจไม่รวดเร็วเท่า 2Q26
การขายธุรกิจบรรจุขวดในแอฟริกา
Guidance ตั้งสมมติฐานว่าการขายธุรกิจบรรจุขวดในแอฟริกาจะเสร็จช่วงปลาย 3Q26 หรือใน 4Q26 ซึ่งจะกดดันรายได้ตามบัญชี แต่ไม่กระทบการเติบโต Organic โดยตรง
แนวโน้ม 3Q26
บริษัทคาดว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะช่วยหนุนรายได้แบบปรับปรุงแล้วประมาณ 1 จุด แต่การขายและปรับโครงสร้างธุรกิจจะเป็นแรงกดดันประมาณ 1 จุด ส่วน Comparable EPS จะได้รับแรงหนุนจากค่าเงินประมาณ 3 จุด และมีผลกระทบจากการซื้อขายธุรกิจเพียงเล็กน้อย
3) มุมมองผู้บริหาร
ผู้บริโภคยังระมัดระวัง แต่แบรนด์แข็งแกร่งยังเติบโตได้
Henrique Braun ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าสภาพแวดล้อมผู้บริโภคยังมีความผันผวน แต่ Coca-Cola สามารถอาศัยความแข็งแกร่งของแบรนด์ ระบบจัดจำหน่าย และการตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเชิงมูลค่า พร้อมสร้างการเติบโตทั้งรายได้ กำไร และกำไรต่อหุ้น
FIFA World Cup สนับสนุนยอดขายและประสิทธิภาพการตลาด
บริษัททำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในกว่า 180 ประเทศ เชื่อมโยงกับร้านค้ากว่า 20 ล้านแห่ง และสร้างการเข้าถึงผ่านสื่อดิจิทัลจำนวนมาก แคมเปญดังกล่าวมีส่วนสนับสนุนให้ปริมาณขาย Trademark Coca-Cola เพิ่มขึ้น 5% และ Powerade เพิ่มขึ้น 8% ในไตรมาสนี้
อย่างไรก็ตาม การเติบโตไม่ได้มาจากการแข่งขันฟุตบอลเพียงอย่างเดียว เนื่องจากปริมาณขายเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคและหลายประเภทสินค้า จึงสะท้อนแรงส่งของธุรกิจที่กว้างกว่าปัจจัยชั่วคราว
เน้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์สุขภาพและความต้องการเฉพาะพื้นที่
บริษัทเร่งขยายผลิตภัณฑ์ เช่น Coca-Cola Zero Zero, Sprite+Tea และ BODYARMOR FIT โดยนำสินค้าที่ประสบความสำเร็จในตลาดหนึ่งไปปรับให้เข้ากับความต้องการของตลาดอื่น นวัตกรรมใหม่มีส่วนช่วยต่อการเติบโตของปริมาณขายรวม 5% ในไตรมาสนี้
รักษาความสามารถในการซื้อของผู้บริโภค
กรณีเอเชียแปซิฟิกเป็นตัวอย่างชัดเจน โดยปริมาณขายเพิ่มขึ้น 8% แต่ Price/Mix ลดลง 9% จากการเน้นสินค้าและบรรจุภัณฑ์ที่มีราคาจับต้องได้ สะท้อนว่าบริษัทพร้อมยอมลดรายได้ต่อหน่วยบางส่วนเพื่อรักษาปริมาณขายและฐานผู้บริโภคในตลาดที่มีความอ่อนไหวต่อราคา
4) มุมมองของ INVX
ผลประกอบการสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อ Coca-Cola จาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่
1. คุณภาพรายได้แข็งแกร่ง เนื่องจากปริมาณขายเพิ่มขึ้น 5% มากกว่า Price/Mix ที่เพิ่มขึ้น 2%
2. มาร์จิ้นขยายตัว แม้ต้นทุนวัตถุดิบและการตลาดเพิ่มขึ้น
3. ปรับเพิ่ม Guidance ทั้งกำไรต่อหุ้นพื้นฐานและกระแสเงินสด
4. พอร์ตสินค้าเติบโตสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะ Zero Sugar น้ำดื่ม และเครื่องดื่มกีฬา
เปรียบเทียบกับ PepsiCo
ผลประกอบการครั้งนี้สะท้อนว่า Coca-Cola มีแรงส่งดีกว่า PepsiCo ในธุรกิจเครื่องดื่ม โดย Coca-Cola มีปริมาณขายเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค ขณะที่ PepsiCo เผชิญแรงกดดันจากผู้บริโภคสหรัฐฯ ที่จำกัดการใช้จ่ายทั้งในธุรกิจขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม
ในเชิงกลยุทธ์ Coca-Cola จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการหุ้นสินค้าอุปโภคบริโภคเชิงรับที่ยังมีการเติบโตของปริมาณขายและกระแสเงินสด ขณะที่ PepsiCo ยังต้องพิสูจน์การฟื้นตัวของปริมาณขายในอเมริกาเหนือและความสามารถในการรักษามาร์จิ้นของธุรกิจอาหารมากกว่า Coca-Cola
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน