Offshore Stock Update

กำไรโตโดเด่น ปรับประมาณการขึ้นแต่คอขวดด้านการผลิตยังมีอยู่

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|6 May 26 9:43 AM
brand-img
สรุปสาระสำคัญ

ผลประกอบการ 3QFY26 ของ Lumentum (LITE) แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยทำสถิติรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์จากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์และระบบคลาวด์ บริษัทสามารถเพิ่มอัตรากำไรได้อย่างโดดเด่นผ่านการเน้นขายสินค้ากลุ่มชิปเลเซอร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่มีมูลค่าสูง แม้บริษัทจะเผชิญกับปัญหาคอขวดด้านกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการที่สูงมาก แต่โครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งจากการระดมทุนและการปรับประมาณการล่วงหน้าขึ้นสะท้อนถึงอนาคตเชิงบวกต่อการเติบโตของบริษัทอย่างชัดเจน

ผลประกอบการโดยรวม ดีกว่าทีตลาดคาดการณ์ไว้

กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.37 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.27 ดอลลาร์สหรัฐหรือ 4.4% ในขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 808.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับตัวเลขคาดการณ์ที่ 810 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้กำไรดีกว่าคาดมากมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 47.9% ซึ่งดีกว่าที่ประเมินไว้ที่ 45.1% เป็นผลจากการบริหารสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต และการกำหนดราคาขายที่สูงขึ้นตามตวามต้องการที่สูง

 

 

ผลงานจริง

ประมาณการตลาด

 

รายได้รวม

$808.4M

$805–810M

ใกล้เคียงคาด

กำไรต่อหุ้น (ไม่รวมรายการพิเศษ)

$2.37

$2.27

ดีกว่าคาด 4.4%

อัตรากำไรขั้นต้น (ไม่รวมรายการพิเศษ)

47.9%

45.1%

ดีกว่าคาด 280 bps

กำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมรายการพิเศษ)

$260.7M

$245.5M

ดีกว่าคาด 6.2%

 

สรุปรายละเอียดของผลประกอบการ

  • รายได้รวมเติบโตเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากกลุ่มชิ้นส่วนอุปกรณ์และกลุ่มระบบที่เติบโตอย่างมากที่ 77.3% และ 121.1% ตามลำดับ
  • ยอดขายกลุ่มชิ้นส่วนอุปกรณ์ โดยเฉพาะชิปเลเซอร์และตัวรับส่งข้อมูลความเร็วสูงสำหรับปัญญาประดิษฐ์เพิ่มสูงขึ้น (ยอดขายเลเซอร์ EML รุ่น 200G ขยายตัวเกินเท่าตัว)
  • เลเซอร์ความถี่แคบสำหรับโครงข่ายระยะไกลเติบโต 120% (9 ไตรมาสติดต่อกัน)
  • ปั๊มเลเซอร์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานเติบโต 80%
  • ตัวรับส่งสัญญาณแสงในศูนย์ข้อมูลเติบโต 40% ทำสถิติสูงสุดบริษัท
  • ยอดขายสวิตช์วงจรแสงขยายตัวได้ดีจากการรับรู้รายได้ของสัญญาระยะยาวมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
  • สินค้ากลุ่มอุปกรณ์เชื่อมต่อสายเคเบิล (Cable Access) หดตัวลงจากผลกระทบด้านจังหวะเวลาสั่งซื้อของลูกค้า
  • ยอดขายเลเซอร์สำหรับอุตสาหกรรมยังคงชะลอตัวและอยู่ในระดับคงที่
  • ธุรกิจ 3D Sensing สำหรับอิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภค (Apple) ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนหลักในไตรมาสนี้
  • บริษัทสามารถขยายขีดความสามารถในการทำกำไรได้ดี ทั้งในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรจากการดำเนินงาน โดยอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2% เทียบกับ 10.8% ในปีก่อน ซึ่งปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยะสำคัญ
  • ทั้งรายได้และอัตรากำไรเร่งตัวขึ้นพร้อมกัน ซึ่งเกิดขึ้นได้ยากในอุตสาหกรรมนี้ สัญญาณนี้บ่งชี้ว่าบริษัทมีอำนาจในการกำหนดราคาสูงขึ้น

 

  Q3 FY26 Q2 FY26 Q3 FY25 QoQ YoY
รายได้รวม 808.4 665.5 425.2 21.5% 90.1%
รายได้ส่วนชิ้นส่วน 533.3 443.7 300.8 20.2% 77.3%
รายได้ส่วนระบบ 275.1 221.8 124.4 24.0% 121.1%
กำไรขั้นต้น (GAAP) 357.0 (44.2%) 240.1 (36.1%) 122.5 (28.8%) +810 bps +1,540 bps
กำไรขั้นต้น (ไม่รวมพิเศษ) 386.9 (47.9%) 282.6 (42.5%) 149.5 (35.2%) +540 bps +1,270 bps
กำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมพิเศษ) 260.7 (32.2%) 167.7 (25.2%) 46.1 (10.8%) +700 bps +2,140 bps
EBITDA 293.5 198.3 71 48.0% 313.4%
กำไรต่อหุ้น (GAAP) 1.5 0.9 -0.6 68.50% พลิกเป็นกำไร
กำไรต่อหุ้น (ไม่รวมพิเศษ) 2.4 1.7 0.6 41.9% 315.8%

 

สถานะทางการเงินแข็งแกร่ง

  • กระแสเงินสดอิสระประมาณ ~$168M ต่อไตรมาส ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับดีมาก และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
  • เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นเพิ่มขึ้นมากถึง 2,017 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ยอดอยู่ที่ 3,3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สาเหตุมาจากได้รับเงินระดมทุนผ่านการออกหุ้นบุริมสิทธิให้แก่บริษัท Nvidia ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
  • บริษัทใช้จ่ายเงินลงทุนไป 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสล่าสุด โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายโรงงานและการจัดซื้อเครื่องจักรเพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าปัญญาประดิษฐ์
  • งบดุลระบุหนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีเพิ่มสูงขึ้นเป็น 3,6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อนำมาหักลบกับเงินสดที่มีอยู่มหาศาลกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้หนี้สินสุทธิอยู่ในระดับที่ต่ำมากหรือแทบไม่มีนัยสำคัญ โครงสร้างทุนของบริษัทจึงยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง
  • สินค้าคงคลังปรับตัวสูงขึ้น 62 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เพื่อรองรับคำสั่งซื้อล่วงหน้าที่เพิ่มขึ้นอย่างหนัก CFO บอกว่าไม่ใช่สัญญาณสินค้าค้างสต็อก

 

  Q3 FY26 Q2 FY26 หมายเหตุ
เงินสดและการลงทุนระยะสั้น $3,172.3M $1,155.3M เพิ่มขึ้น $2,017M จากการลงทุนของ NVIDIA
สินค้าคงคลัง $632.8M ~$571M เพิ่มขึ้น $62M รองรับการเติบโต
ทรัพย์สินถาวร สุทธิ $964.3M $813.5M ลงทุนขยายกำลังการผลิต
หนี้สินรวม $4,054.5M $3,958.7M  
ส่วนผู้ถือหุ้น $2,973.4M $846.6M เพิ่มขึ้นมากจากหุ้น Series A ที่ NVIDIA ลงทุน
งบลงทุน $125M $84M มุ่งขยายกำลังการผลิตเลเซอร์
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิ / EBITDA ~0.1x   แข็งแกร่งมาก

 

ปรับประมาณการขึ้น

  • ผู้บริหารตั้งเป้าหมายรายได้ใน 4QFY26 ไว้ที่ 960 ถึง 1,010 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสร้างสถิติใหม่และสูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ที่ราว 917 ถึง 936 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6%
  • คาดการณ์กำไรต่อหุ้นจะอยู่ระหว่าง 2.85 ถึง 3.05 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ที่ 2.69 ถึง 2.75 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8%
  • ปัจจัยบวกหลักจะมาจากการส่งมอบอุปกรณ์รับส่งข้อมูลระดับความเร็ว 1.6 เทราไบต์ในปริมาณมากขึ้น ประกอบกับกระแสความต้องการสวิตช์วงจรแสงและเลเซอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปีบัญชี 2027

 

  3QFY26 4QFY26
Guidance
 
รายได้ 808.4 960-1,010 ดีกว่าคาด 5–7% 
อัตราการทำกำไรจากการดำเนินงาน 32.2% 35%-36%  
EPS (Diluted) 2.37 2.85-3.05 ดีกว่าคาด 7–10%

 

มุมมองของผู้บริหารและประเด็นสำคัญจากการประชุมแถลงผลประกอบการ

  • ผู้บริหารเน้นย้ำว่าสิ่งที่น่าประทับใจที่สุดในไตรมาสนี้ไม่ใช่รายได้ที่เติบโต แต่เป็นการที่บริษัทสามารถรักษาวินัยด้านราคา และขยายผลกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ผู้บริหารได้สะท้อนความกังวลว่าความต้องการสินค้าของผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานมีมากกว่ากำลังการผลิตที่บริษัททำได้ถึง 30% ส่งผลให้บริษัทจำเป็นต้องพิจารณาเลือกลูกค้าอย่างระมัดระวัง พร้อมทั้งเร่งก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตล่วงหน้าไปจนถึงปี 2028 รวมถึงมีการหาแนวทางร่วมมือกับบริษัทผู้รับจ้างผลิตเพื่อแก้ไขปัญหาคอขวดนี้
  • บริษัทประเมินว่ายังอยู่บนเส้นทางสู่รายได้ 2,000 ล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส โดยโรงงาน Greensboro (ฐานการผลิต InP แห่งที่ 5) จะเริ่มมีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในต้นปี 2028
  • การรวมเลเซอร์ภายใน (insourcing) ในตัวรับส่งสัญญาณแสง จะเริ่มผลิตช่วงต้นใน 4QFY26 ราว 20% ของโมดูลทั้งหมด คาดว่าจะขยายสัดส่วนต่อไปเพื่อเพิ่มอัตราการทำกำไรให้สูงขึ้น
  • บริษัทกำลังเข้าใกล้การประกาศชัยชนะในการประมูลรายสำคัญ (โมดูล ELS สำหรับ CPO แบบครบวงจร) ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าต่อหน่วยอย่างมาก
  • การแข่งขันจากจีนเพิ่มขึ้น แต่ฝ่ายบริหารมั่นใจในความได้เปรียบทางเทคโนโลยีในระยะ 1 ปีข้างหน้า แต่ยอมรับว่าต้องไม่หยุดพัฒนา

 

การวิเคราะห์เชื่อมโยงไปยังบริษัทอื่นและอุตสาหกรรม

  • ทิศทางของความต้องการที่สูงนี้ส่งสัญญาณเชิงบวกอย่างมากต่ออุตสาหกรรม Optic บริษัทคู่แข่ง (เช่น บริษัทCoherent) และบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ซื้อชิ้นส่วน (เช่น บริษัท Google) จะได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์
  • ปัจจุบันฝั่งผู้ผลิตเทคโนโลยี Optic มีอำนาจต่อรองที่สูงมาก สามารถเจรจาต่อรองให้ลูกค้ายอมจ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อจองกำลังการผลิตและปรับเพิ่มราคาขายได้ เนื่องจากสินค้าขาดแคลนมากและเจอปัญหาคอขวดทั้งอุตสาหกรรม
  • อุตสาหกรรมในภาพรวมกำลังเผชิญกับการแย่งชิงชิ้นส่วนประกอบที่สำคัญเช่น Indium Phosphide (มีคุณสมบัติทางไฟฟ้าและแสงที่โดดเด่น) ซึ่งทุกบริษัทต้องลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตแข่งกัน
  • Coherent (COHR) — อุปสงค์ในตลาดตัวรับส่งสัญญาณแสงและ OCS ยังแข็งแกร่ง
  • NVIDIA (NVDA) — เป็นทั้งนักลงทุน (เพิ่งลงทุน $2B) และลูกค้า (เลเซอร์ CW สำหรับ Spectrum-X) สัญญาณอุปสงค์ยังแข็งแกร่ง
  • Google (GOOGL) — ลูกค้า OCS หลักรายใหญ่ที่สุด การขยายตัวของ TPU V8 และ AI cluster ระดับ 130,000 หน่วย เป็นตัวเร่งอุปสงค์ OCS
  • Applied Optoelectronics (AAOI) — สัญญาณอุปสงค์ในตลาดเดียวกันเป็นบวก

 

มุมมองของ INVX

  • การลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ ชิปประมวลผล แต่ได้รับความนิยมกลุ่ม อุปกรณ์เครือข่ายแสงเลเซอร์ซึ่งทำหน้าที่เป็นท่อลำเลียงข้อมูลความเร็วสูงระหว่างเซิร์ฟเวอร์ การที่ Nvidia ลงทุนสองพันล้านดอลลาร์เพื่อเข้าถือหุ้นในบริษัทสะท้อนให้เห็นว่า ภายในอีกสองถึงสามปีข้างหน้า ใครก็ตามที่สามารถควบคุมหรือบริหารห่วงโซ่อุปทานกำลังการผลิตชิ้นส่วนเครือข่ายแสงได้มากที่สุด ผู้นั้นจะเป็นสำคัญที่สุดที่จะกำหนดความรวดเร็วในการสร้างศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์
  • การลงทุนในภาพกลุ่มที่มีปัญหาคอขวดในช่วงที่บริษัทผู้ผลิตชิปมียอดขายที่ดีกว่าที่คาดเป็นดาบสองคม 1) สามารถขายของได้ในราคาที่สูงทำให้อัตราการทำกำไรโดดเด่นและขยายตัวมาก แต่ 2) หากปัญหาคอขวดยังยืดเยื้ออาจจะทำให้การผลิตไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดหวังเอาไว้เพราะบริษัท Optic มีกำลังการผลิตที่จำกัดในช่วงเวลานี้
  • Lumentum เผยว่า InP มีอุปทานตึงตัวทั่วอุตสาหกรรม ซึ่งอาจจำกัด upside ระยะสั้นของ Coherent
  • อุปสงค์เลเซอร์แสงยังสูงกว่าอุปทานมากกว่า 30% และยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะสมดุลเร็วๆ นี้ ราคาขายมีแนวโน้มสูงขึ้นโดยบริษัทยอมรับว่ากำลังปรับราคาขึ้นในผลิตภัณฑ์ที่ตึงตัว งบลงทุนของกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัว ทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่าปัจจัยพื้นฐานในปี 2026-2028 ยังคงแข็งแกร่ง
  • Lumentum กำลังเข้าสู่ช่วงเติบโต — รายได้เพิ่มขึ้น 90% แต่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นกว่า 2,000% เมื่อเทียบกับปีก่อน แนวโน้ม 4QFY26 ที่สูงกว่าประมาณการตลาดมากถึง 6–8% เป็นสัญญาณบวกมาก แสดงว่าโมเมนตัมยังไม่ชะลอตัวและ catalysts รอบถัดไป (OCS ขนาดใหญ่, CPO scale-out, 1.6T transceivers) ยังไม่ได้รับรู้ในงบอย่างเต็มที่
  • จุดที่น่าสนใจที่สุดคือการที่ฝ่ายบริหารยังไม่ได้รวม Greensboro และส่วนใหญ่ของ CPO/ELS ไว้ในประมาณการ หาก catalysts เหล่านี้เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2027-2028 ศักยภาพการขยาย EPS ยังมีอีกมาก แม้ว่าราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น 170% ในปีนี้ สะท้อนว่าความในราคาไปแล้วระดับหนึ่ง P/E ของปี 2027 อยู่ที่ 60x และ 38x ในปี 2028 แต่เมื่อเทียบกับความคาดหวังต่อการเติบโตของกำไรที่ 93% ต่อปี ยังถือว่าไม่แพงมากจนน่าตกใจ
  • หากต้องการพิจารณาทางเลือกอื่นในห่วงโซ่อุปทานของ Lumentum อยู่ที่ 1) ลูกค้า ได้แก่ Ciena (22% ของ รายได้ LITE), Alphabet (21%), Apple (5%), Amazon (2%) 2) Suppliers ได้แก่ Fabrinet (LITE คิดเป็น 7% ของรายได้), Semight Instrument (5%), IQE (8%), Win Semiconductor (4%)
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5