Offshore Stock Update

Moderna–Merck จุดเปลี่ยนวัคซีนมะเร็ง mRNA หลังผลทดลองระยะ 3 สำเร็จ

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA|20 Aug 26 9:38 AM
ChatGPT Image Aug 20, 2026, 09_45_43 AM
สรุปสาระสำคัญ

ผลทดลองระยะ 3 ที่สำเร็จของวัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล intismeran ร่วมกับ Keytruda ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ Moderna–Merck เพราะช่วยยืนยันว่าเทคโนโลยี mRNA สามารถนำมาใช้รักษามะเร็งได้จริง เปิดโอกาสสร้างธุรกิจมะเร็งใหม่ให้ Moderna และต่อยอด Keytruda ให้ Merck แม้ยังต้องติดตามรายละเอียดประสิทธิผล การอนุมัติ และผลทดลองในมะเร็งชนิดอื่นก่อนประเมินศักยภาพเชิงพาณิชย์เต็มที่

Moderna–Merck จุดเปลี่ยนวัคซีนมะเร็ง mRNA หลังผลทดลองระยะ 3 สำเร็จ

  • Moderna และ Merck รายงานผลทดลองระยะ 3 ของวัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล intismeran ร่วมกับ Keytruda ในผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังชนิด melanoma หลังผ่าตัด โดยสามารถลดการกลับเป็นซ้ำและการแพร่กระจายของมะเร็งได้อย่างมีนัยสำคัญ ถือเป็นความสำเร็จระยะ 3 ครั้งแรกของการรักษามะเร็งด้วยเทคโนโลยี mRNA และช่วยยืนยันศักยภาพของแพลตฟอร์มนี้นอกเหนือจากวัคซีนโควิด สำหรับ Moderna ผลลัพธ์นี้เปิดโอกาสสร้างธุรกิจมะเร็งเป็นเสาหลักใหม่ ขณะที่ Merck มีโอกาสใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวช่วยต่อยอด Keytruda ก่อนหมดสิทธิบัตร อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องรอรายละเอียดประสิทธิผลจริง การอนุมัติ และความสามารถในการผลิตในวงกว้างก่อนประเมินมูลค่าเชิงพาณิชย์เต็มที่
  1. ผลทดลองระยะ 3 ถือเป็นก้าวสำคัญของวัคซีนมะเร็ง mRNA
  • การทดลอง INTerpath-001 ทดสอบ intismeran autogene ร่วมกับ Keytruda ในผู้ป่วย melanoma ระยะ IIB–IV ที่ผ่าตัดก้อนมะเร็งออกแล้ว เทียบกับการใช้ Keytruda เพียงอย่างเดียว ผลการทดลองผ่านเป้าหมายหลักคือการยืดระยะเวลาที่มะเร็งไม่กลับมา และผ่านเป้าหมายรองสำคัญคือการลดการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น โดยไม่พบสัญญาณความปลอดภัยใหม่
  • ความสำคัญของผลครั้งนี้คือเป็น ผลทดลองระยะ 3 เชิงบวกครั้งแรกของการรักษามะเร็งด้วย mRNA แบบเฉพาะบุคคล และเป็นหลักฐานว่าการฝึกภูมิคุ้มกันให้จดจำลักษณะเฉพาะของเซลล์มะเร็งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของ Keytruda ได้จริง
  1. เทคโนโลยีทำงานอย่างไร และเหตุใดจึงแตกต่าง
  • วัคซีน intismeran ถูกผลิตขึ้นเฉพาะสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยนำตัวอย่างก้อนมะเร็งไปวิเคราะห์หาการกลายพันธุ์ จากนั้นคัดเลือกเป้าหมายที่มีโอกาสกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้มากที่สุดและนำมาเข้ารหัสด้วย mRNA เพื่อสร้างวัคซีนเฉพาะบุคคล กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์
  • เมื่อใช้ร่วมกับ Keytruda เป้าหมายคือให้วัคซีนช่วย “ชี้เป้า” เซลล์มะเร็งแก่ระบบภูมิคุ้มกัน ขณะที่ Keytruda ช่วยปลดข้อจำกัดของระบบภูมิคุ้มกันให้สามารถโจมตีเซลล์มะเร็งได้มีประสิทธิภาพขึ้น จึงเป็นการทำงานเสริมกันมากกว่าการแข่งขันกันโดยตรง
  1. ผลบวกต่อ Moderna มากที่สุด เพราะเปิดธุรกิจใหม่ด้านมะเร็ง
  • สำหรับ Moderna ผลลัพธ์นี้ช่วยเปลี่ยนภาพบริษัทจากผู้ผลิตวัคซีนโรคติดเชื้อไปสู่บริษัทที่มีศักยภาพในด้านมะเร็งอย่างจริงจัง โดยก่อนหน้านี้รายได้ของบริษัทพึ่งพาวัคซีนโควิดเป็นหลักและอยู่ในช่วงลดลง
  • เรามองว่าผลทดลองนี้ช่วยลดความเสี่ยงของโครงการมะเร็งอย่างมีนัย โดยมีการปรับเพิ่มโอกาสสำเร็จของ intismeran ใน melanoma เป็น 100% และเพิ่มประมาณการยอดขายสูงสุดของ melanoma เป็น $4.3bn จากเดิม $2.8bn ขณะที่โอกาสในมะเร็งปอดชนิด NSCLC ถูกปรับเพิ่มเป็น $6.6bn หากผลทดลองในอนาคตประสบความสำเร็จ
  1. Merck ได้ประโยชน์จากการต่อยอด Keytruda และลดความเสี่ยงจากการหมดสิทธิบัตร
  • สำหรับ Merck ความสำเร็จของ intismeran มีความสำคัญเพราะช่วยสร้างโอกาสเติบโตใหม่ให้กับธุรกิจมะเร็งในช่วงที่บริษัทต้องเตรียมรับมือกับการหมดสิทธิบัตรของ Keytruda ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท
  • หาก intismeran ได้รับอนุมัติและถูกนำมาใช้ร่วมกับ Keytruda ในผู้ป่วยมากขึ้น จะช่วยยืดอายุเชิงพาณิชย์ของธุรกิจ Keytruda และขยายตลาดเข้าสู่การรักษาแบบเฉพาะบุคคลมากขึ้น ขณะที่โครงการร่วมระหว่าง Moderna และ Merck มีการแบ่งต้นทุนและกำไรเท่า ๆ กัน
  1. แนวโน้มถัดไป: ต้องพิสูจน์ผลในมะเร็งชนิดอื่น
  • แม้ผลใน melanoma จะเป็นก้าวสำคัญ แต่โอกาสเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่กว่าจะเกิดขึ้นเมื่อเทคโนโลยีสามารถใช้ได้กับมะเร็งชนิดอื่น โดย Moderna และ Merck กำลังทดสอบ intismeran ในมะเร็งปอด กระเพาะปัสสาวะ ไต ตับอ่อน และกระเพาะอาหาร รวมทั้งหมดหลายการทดลองระยะ 2 และระยะ 3
  • จุดที่ตลาดจะติดตามต่อคือข้อมูลมะเร็งไตในช่วงปี 2026–ต้นปี 2027 และข้อมูลระยะ 3 ในมะเร็งปอดช่วงปี 2027 หากผลลัพธ์ยังเป็นบวก จะช่วยยืนยันว่าเทคโนโลยีนี้ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะ melanoma แต่สามารถขยายเป็นแพลตฟอร์มมะเร็งที่กว้างขึ้น
  1. ยังมีข้อจำกัดด้านข้อมูล การผลิต และต้นทุน
  • แม้ผลเบื้องต้นเป็นบวกมาก แต่บริษัท ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดขนาดของประโยชน์จากการรักษา เช่น ระดับการลดความเสี่ยงของการกลับเป็นซ้ำในระยะ 3 และยังต้องติดตามข้อมูลการรอดชีวิตโดยรวมต่อไป
  • อีกความเสี่ยงคือการผลิต เพราะวัคซีนต้องออกแบบเฉพาะสำหรับผู้ป่วยแต่ละคน ใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ และต้องอาศัยการวิเคราะห์พันธุกรรม รวมถึงกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน ทำให้ต้นทุนและความสามารถในการผลิตในวงกว้างเป็นปัจจัยสำคัญต่อการใช้งานจริง
  • นอกจากนี้ ราคาหุ้น Moderna ปรับขึ้นอย่างรุนแรงหลังข่าว และนักวิเคราะห์บางรายเตือนว่าราคาหุ้นอาจสะท้อนความคาดหวังต่อการสำเร็จในมะเร็งชนิดอื่นไปมากแล้ว ทั้งที่ข้อมูลระยะ 3 ที่เปิดเผยในปัจจุบันยังมีเพียงผลสรุปเบื้องต้น

มุมมองของ InnovestX

  • เรามองข่าวนี้เป็น จุดเปลี่ยนสำคัญของเทคโนโลยี mRNA และเป็นบวกมากที่สุดต่อ Moderna เพราะช่วยยืนยันว่าแพลตฟอร์มสามารถขยายจากวัคซีนโรคติดเชื้อเข้าสู่การรักษามะเร็งได้จริง ขณะที่ Merck ได้ประโยชน์จากการต่อยอด Keytruda และลดความเสี่ยงจากการหมดสิทธิบัตรในอนาคต
  • นอกจากนี้ยังเป็นบวกเชิงภาพรวมต่อกลุ่มพัฒนา mRNA และวัคซีนมะเร็ง เช่น BioNTech อย่างไรก็ตาม หลังราคาหุ้น Moderna ปรับขึ้นแรง เรามองว่าปัจจัยชี้ขาดรอบถัดไปคือ รายละเอียดประสิทธิผลระยะ 3 การอนุมัติจากหน่วยงานกำกับ และผลทดลองในมะเร็งชนิดอื่น โดยเฉพาะมะเร็งปอดและมะเร็งไต ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าผลสำเร็จครั้งนี้จะพัฒนาไปสู่แพลตฟอร์มมะเร็งขนาดใหญ่ได้จริงหรือไม่

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
MRK.N
MRNA.NB
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา, IAA

Offshore Investment Team Lead

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5