Offshore Stock Update

งบ Big Tech: MSFT โตเด่นจาก Cloud...META มีแรงกดดันจากการลงทุน AI

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|30 Jul 26 10:01 AM
lowmetamsft
สรุปสาระสำคัญ

ภาพรวมผลประกอบการสะท้อนว่า Microsoft สามารถเปลี่ยนการลงทุน AI เป็นการเติบโตของ Cloud กำไร และกระแสเงินสดได้ชัดเจนกว่า ขณะที่ Meta แม้ธุรกิจโฆษณายังแข็งแกร่ง แต่ต้นทุน AI ที่เพิ่มเร็ว แนวโน้มรายได้ต่ำกว่าคาด และเส้นทางสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้ผลบวกต่อหุ้นชิปและห่วงโซ่ AI โดยรวมยังจำกัด

Microsoft เด่นกว่าจาก Cloud และกำไร ขณะที่ Meta ถูกกดดันจากต้นทุน AI และแนวโน้มที่ต่ำกว่าคาด

ภาพรวมเปรียบเทียบ

ผลประกอบการรอบล่าสุดสะท้อนความแตกต่างของผลตอบแทนจากการลงทุน AI อย่างชัดเจน โดย Microsoft เริ่มเปลี่ยนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นรายได้และกำไรได้เป็นรูปธรรมกว่า ผ่าน Azure, Microsoft Cloud และ Copilot ขณะที่ Meta ยังอาศัยธุรกิจโฆษณาเป็นแหล่งเงินทุนหลัก และยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนศูนย์ข้อมูล บุคลากร AI และค่าใช้จ่ายอื่นได้เต็มที่

ประเด็น

Microsoft

Meta

ภาพรวมผลประกอบการ

ดีกว่าคาดเกือบทุกด้าน

รายได้ดีกว่าคาดเล็กน้อย แต่กำไรต่ำกว่าคาด

ตัวขับเคลื่อนหลัก

Azure, Microsoft Cloud, Copilot และการควบคุมต้นทุน

การเติบโตของโฆษณาจากจำนวนโฆษณาและราคาต่อโฆษณา

แนวโน้ม

Azure มีแนวโน้มเร่งตัวต่อใน 1H27

รายได้ 3Q26 ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย

ผลตอบแทนจาก CapEx

เริ่มเห็นผ่าน Cloud และกระแสเงินสด

ยังไม่ชัดเจน กระแสเงินสดอิสระลดลงมาก

ความเสี่ยงสำคัญ

Cloud margin, ค่าเสื่อมราคา และต้นทุนชิป/หน่วยความจำ

ค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่ารายได้ การหารายได้จาก AI และความเสี่ยงทางกฎหมาย

มุมมองเชิงกลยุทธ์

เชิงบวกมากกว่า

ระมัดระวังจนกว่าจะเห็นการสร้างรายได้จาก AI ชัดขึ้น

 

Microsoft

1. ผลประกอบการ 4QFY26

Microsoft รายงานผลประกอบการ ดีกว่าคาดอย่างชัดเจน โดยรายได้เติบโต 18% YoY สู่ 90.0 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดประมาณ 2.3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 4.74 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดประมาณ 12% แรงหนุนหลักมาจาก Azure, Microsoft Cloud และธุรกิจซอฟต์แวร์องค์กร ขณะที่บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ แม้การลงทุนศูนย์ข้อมูลและค่าเสื่อมราคาจะเพิ่มขึ้นสูง

ตารางผลประกอบการ Microsoft

รายการ

4QFY26

เติบโต YoY

ตลาดคาด

ดีกว่า/ต่ำกว่าคาด

ประเด็นสำคัญ

รายได้รวม

90.01 พันล้านดอลลาร์

+18%

87.72 พันล้านดอลลาร์

ดีกว่า 2.6%

ดีกว่าคาดเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ

รายได้แบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่

90.0 พันล้านดอลลาร์

+17%

+13.5%

ดีกว่าคาด 3.5 จุด

สะท้อนการเติบโตพื้นฐานแข็งแกร่ง

กำไรสุทธิ

35.8 พันล้านดอลลาร์

+31%

31.5 พันล้านดอลลาร์

ดีกว่า 13.7%

รายได้ Cloud และการควบคุมค่าใช้จ่าย

EPS ตามบัญชี

4.81 ดอลลาร์

+32% โดยประมาณ

4.24–4.25 ดอลลาร์

ดีกว่า 13%

รวมผลจากรายการลงทุน

EPS ปรับปรุงแล้ว

4.74 ดอลลาร์

+30%

4.25 ดอลลาร์

ดีกว่า 11.5%

กำไรจากการดำเนินงานแข็งแกร่ง

กำไรจากการดำเนินงาน

40.60 พันล้านดอลลาร์

เพิ่มขึ้น

39.02 พันล้านดอลลาร์

ดีกว่า 4.0%

ค่าใช้จ่ายดำเนินงานโตช้ากว่ารายได้

อัตรากำไรจากการดำเนินงาน

45.1%

+0.2 จุด

ไม่ระบุ

แข็งแกร่ง

ชดเชยแรงกดดันจาก Cloud margin

Microsoft Cloud

59.3 พันล้านดอลลาร์

+27%

58.71 พันล้านดอลลาร์

ดีกว่า 1.0%

AI และ Azure เป็นแรงขับเคลื่อน

Intelligent Cloud

39.31 พันล้านดอลลาร์

+32%

38.17 พันล้านดอลลาร์

ดีกว่า 3.0%

Azure โตเร็วกว่าคาด

Productivity & Business Processes

37.85 พันล้านดอลลาร์

+14%

37.27 พันล้านดอลลาร์

ดีกว่า 1.6%

Microsoft 365 และ Copilot

More Personal Computing

12.85 พันล้านดอลลาร์

-4%

12.17 พันล้านดอลลาร์

ดีกว่า 5.6%

ดีกว่าคาดแม้รายได้หดตัว

Azure และบริการ Cloud อื่น

ไม่เปิดเผยเป็นตัวเลขตรง

+43% ที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่

+39.6%

ดีกว่า 3.4 จุด

เร็วที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2022

กระแสเงินสดอิสระ

ราว 21 พันล้านดอลลาร์

เพิ่มขึ้น

ต่ำกว่าผลจริงราว 40%

ดีกว่าคาดมาก

แสดงว่าบริษัทยังรองรับ CapEx ได้


ข้อมูลรายได้แต่ละกลุ่มและผลเทียบคาดมาจากผลประกอบการที่รายงาน ขณะที่ Azure เติบโต 43% สูงกว่าคาดประมาณ 40% และยอดรายได้ Azure ทั้งปีเกิน 100 พันล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก

ปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการ

  • Azure เร่งตัวขึ้น: รายได้ Azure เติบโต 43% เทียบกับ 40% ในไตรมาสก่อน และสูงกว่าตลาดคาด สะท้อนว่ากำลังการผลิตศูนย์ข้อมูลที่ทยอยเปิดใช้งานสามารถเปลี่ยนอุปสงค์ค้างอยู่เป็นรายได้ได้มากขึ้น
  • Microsoft Cloud โตในวงกว้าง: รายได้ Cloud รวมเพิ่มขึ้น 27% สู่ 3 พันล้านดอลลาร์ ไม่ได้พึ่งเพียงลูกค้าผู้พัฒนาโมเดล AI รายใหญ่ แต่ยังได้รับแรงหนุนจากลูกค้าองค์กรทั่วไป
  • Copilot เริ่มเห็นการยอมรับ: Microsoft 365 Copilot มีผู้ใช้งานแบบชำระเงินมากกว่า 30 ล้านราย เพิ่มจากประมาณ 20 ล้านรายในไตรมาสก่อน สะท้อนว่ากลยุทธ์ขายพ่วงกับ Microsoft 365 เริ่มสร้างรายได้เป็นรูปธรรม
  • ควบคุมต้นทุนได้ดี: อัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แม้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ Cloud ลดลงประมาณ 3 จุด จากค่าเสื่อมราคาและต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น แสดงถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนอื่นที่มีประสิทธิภาพ

 

2. แนวโน้มและ Guidance

    แนวโน้มของ Microsoft ยังอยู่ในทิศทางบวก โดยผู้บริหารส่งสัญญาณว่า การเติบโตของ Azure อาจปรับตัวดีขึ้นต่อในช่วงครึ่งแรกของ FY27 หลังข้อจำกัดด้านกำลังการประมวลผลเริ่มผ่อนคลายและศูนย์ข้อมูลใหม่ทยอยเปิดใช้งาน

    ปัจจัยสำคัญคือยอดภาระผูกพันตามสัญญาที่ยังไม่รับรู้เป็นรายได้เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น 45 พันล้านดอลลาร์ QoQ สู่ 678 พันล้านดอลลาร์ โดยยอดเพิ่มขึ้นทั้งหมดมาจากลูกค้านอกกลุ่มผู้พัฒนาโมเดล AI ระดับแนวหน้า ช่วยลดความกังวลว่า Microsoft พึ่งพา OpenAI หรือผู้ให้บริการ AI รายใหญ่บางรายมากเกินไป

ประเมินแนวโน้ม Microsoft

ประเด็น

แนวโน้ม

ประเมินเทียบตลาด

Azure

มีโอกาสเร่งตัวต่อใน 1H27

ดีกว่าคาด

Microsoft Cloud

เติบโตสูงต่อเนื่องจาก AI และการย้ายระบบขึ้น Cloud

เชิงบวก

Microsoft 365

รายได้ประจำแข็งแกร่ง

ดีกว่ากังวล

Copilot

จำนวนผู้ใช้งานชำระเงินเร่งตัว

ดีกว่าคาด

อัตรากำไร

ทรงตัวถึงอ่อนตัวเล็กน้อยจากค่าเสื่อมราคา

ยังควบคุมได้

CapEx

อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แต่ไม่ได้เร่งกว่าที่ตลาดกังวลมาก

เชิงบวกต่อหุ้น Microsoft

กระแสเงินสด

ยังรองรับการลงทุนได้

แข็งแกร่ง


จุดสำคัญคือ Microsoft สามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรให้เร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายบางส่วน จึงทำให้การลงทุน AI มีความน่าเชื่อถือมากกว่าในเชิงผลตอบแทนต่อเงินลงทุน

 

3. มุมมองผู้บริหารจาก Earnings Call

ผู้บริหารมีมุมมองเชิงบวกต่ออุปสงค์ Cloud และ AI โดยเน้นประเด็นสำคัญดังนี้

  • อุปสงค์ยังมากกว่ากำลังการให้บริการ: การเพิ่มกำลังศูนย์ข้อมูลช่วยให้ Azure เร่งตัว แต่ยังมีความต้องการที่ไม่สามารถรองรับได้ทั้งหมด ทำให้บริษัทมีความมั่นใจต่อการเติบโตระยะถัดไป
  • AI เริ่มกระจายสู่ลูกค้าองค์กรทั่วไป: การเพิ่มขึ้นของยอดสัญญาคงค้างไม่ได้มาจากผู้พัฒนาโมเดล AI รายใหญ่ แต่เกิดจากบริษัทในหลายอุตสาหกรรม จึงเป็นสัญญาณว่าการนำ AI ไปใช้กำลังขยายตัวจากการฝึกโมเดลไปสู่การใช้งานจริงในองค์กร
  • Copilot เป็นช่องทางสร้างรายได้สำคัญ: จำนวนผู้ใช้งานชำระเงินเพิ่มขึ้น 50% QoQ จากประมาณ 20 ล้านรายเป็นมากกว่า 30 ล้านราย ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาด และสนับสนุนการเติบโตของ Microsoft 365 ใน FY27
  • เน้นประสิทธิภาพควบคู่การลงทุน: แม้การใช้จ่ายด้าน AI สูงขึ้น ผู้บริหารยังรักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงานได้ โดยมีโอกาสลดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใน FY27 เพื่อชดเชยค่าเสื่อมราคาและต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่สูงขึ้น

 

4. CapEx และการเติบโตของ Cloud

CapEx

  • Microsoft ใช้ CapEx 41 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส เพิ่มขึ้นประมาณ 70% YoY และเพิ่มจาก 9 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสก่อน แต่ต่ำกว่าตลาดคาดเล็กน้อยที่ประมาณ 42 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีสัญญาเช่าทางการเงินอีก 5.6 พันล้านดอลลาร์
  • CapEx ทั้ง FY26 อยู่ที่ประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มจากประมาณ 88 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน อย่างไรก็ดี การที่กระแสเงินสดอิสระยังอยู่ที่ประมาณ 21 พันล้านดอลลาร์และสูงกว่าคาดมาก แสดงว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังเติบโตเพียงพอรองรับการลงทุน
  • ประมาณสองในสามของ CapEx เป็นสินทรัพย์อายุสั้น โดยเฉพาะ CPU และ GPU ซึ่งหมายความว่าบริษัทจะมีความต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์ต่อเนื่อง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ค่าเสื่อมราคามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต

Cloud โตดีหรือไม่

เติบโตดีมากและดีกว่าคาด

  • Azure โต 43% เทียบกับตลาดคาดประมาณ 40%
  • Microsoft Cloud โต 27% สู่ 3 พันล้านดอลลาร์
  • Intelligent Cloud โต 32%
  • รายได้ Azure ทั้งปีเกิน 100 พันล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก
  • ยอดสัญญาคงค้างเพิ่มขึ้นสู่ 678 พันล้านดอลลาร์
  • Copilot มีผู้ใช้งานชำระเงินมากกว่า 30 ล้านราย

เมื่อเทียบกับการเพิ่ม CapEx ผลลัพธ์ของ Microsoft แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการลงทุนกับรายได้ชัดเจน กล่าวคือ การเพิ่มกำลังการประมวลผลช่วยให้ Azure กลับมาเร่งตัวและสนับสนุนกำไรโดยรวม

 

5. ความเสี่ยงของ Microsoft

อัตรากำไร Cloud ลดลง

อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ Cloud ลดลงประมาณ 3 จุด จากค่าเสื่อมราคาศูนย์ข้อมูล ต้นทุนพลังงาน และฮาร์ดแวร์ AI หากรายได้ Azure ชะลอตัว อัตรากำไรอาจถูกกดดันชัดขึ้น

ค่าเสื่อมราคาในอนาคต

CapEx ส่วนใหญ่เป็น GPU, CPU และอุปกรณ์ที่มีอายุใช้งานค่อนข้างสั้น ทำให้ค่าเสื่อมราคาจะเพิ่มขึ้นต่อ แม้บริษัทจะไม่เร่ง CapEx มากกว่ากรอบปัจจุบัน

ความเสี่ยงด้านต้นทุนชิปและหน่วยความจำ

ราคาหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอาจกดดันต้นทุนเซิร์ฟเวอร์และอัตรากำไรของธุรกิจอุปกรณ์ โดยเฉพาะ Windows และธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

การพึ่งพา AI และลูกค้ารายใหญ่

แม้ยอดสัญญาใหม่กระจายตัวดีขึ้น แต่การใช้กำลังประมวลผลจำนวนมากยังเชื่อมโยงกับลูกค้า AI รายใหญ่ หากลูกค้าเหล่านี้ลดงบลงทุน อาจกระทบการใช้ศูนย์ข้อมูล

ผลตอบแทนจาก Copilot

จำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นรวดเร็ว แต่ยังคิดเป็นสัดส่วนไม่สูงเมื่อเทียบกับฐานผู้ใช้ Microsoft 365 ทั้งหมด จึงต้องติดตามว่าการนำไปใช้จะขยายตัวต่อและรักษาราคาได้หรือไม่

 

Meta Platforms

1. ผลประกอบการ 2Q26

Meta รายงานผลประกอบการในลักษณะ ผสม โดยรายได้ดีกว่าคาดเล็กน้อยจากธุรกิจโฆษณาที่แข็งแกร่ง แต่กำไรและอัตรากำไรต่ำกว่าคาดจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ ทั้งค่าใช้จ่ายบุคลากร AI ศูนย์ข้อมูล บริการ Cloud ภายนอก ค่าใช้จ่ายประมวลผล และรายการพิเศษด้านกฎหมายและการลดพนักงาน

ตารางผลประกอบการ Meta

รายการ

2Q26

เติบโต YoY

ตลาดคาด

ดีกว่า/ต่ำกว่าคาด

ประเด็นสำคัญ

รายได้รวม

60.80 พันล้านดอลลาร์

+28%

60.24 พันล้านดอลลาร์

ดีกว่า 0.9%

ธุรกิจโฆษณายังแข็งแกร่ง

รายได้โฆษณา

59.36 พันล้านดอลลาร์

+27%

59.07 พันล้านดอลลาร์

ดีกว่า 0.5%

จำนวนและราคาต่อโฆษณาเพิ่มขึ้น

Family of Apps Revenue

60.37 พันล้านดอลลาร์

+28%

59.77 พันล้านดอลลาร์

ดีกว่า 1.0%

Facebook และ Instagram

รายได้ Reality Labs

431 ล้านดอลลาร์

+16%

428.7 ล้านดอลลาร์

ใกล้เคียงคาด

ยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบต้นทุน

รายได้อื่น

1.01 พันล้านดอลลาร์

+73%

863 ล้านดอลลาร์

ดีกว่า 17%

รายได้ที่ไม่ใช่โฆษณาเพิ่มขึ้น

กำไรจากการดำเนินงาน

18.78 พันล้านดอลลาร์

-8.2%

ไม่ระบุ

ต่ำกว่าระดับปีก่อน

ค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่ารายได้

กำไรสุทธิ

15.8 พันล้านดอลลาร์

-14%

18.8 พันล้านดอลลาร์

ต่ำกว่าคาด 16%

กฎหมาย การลดพนักงาน และต้นทุน AI

EPS

6.18 ดอลลาร์

-13%

7.13–7.14 ดอลลาร์

ต่ำกว่าคาดประมาณ 13%

ถูกกดดันจากรายการพิเศษ

อัตรากำไรจากการดำเนินงาน

31%

ลดจาก 43%

ไม่ระบุ

อ่อนแอกว่าคาด

ต่ำสุดในรอบประมาณ 3 ปี

กำไรดำเนินงาน Family of Apps

23.39 พันล้านดอลลาร์

-6.3%

26.11 พันล้านดอลลาร์

ต่ำกว่าคาด 10.4%

ค่าใช้จ่าย AI ถูกบันทึกในธุรกิจหลัก

ขาดทุน Reality Labs

4.62 พันล้านดอลลาร์

ขาดทุนเพิ่มจาก 4.53 พันล้านดอลลาร์

ขาดทุน 4.45 พันล้านดอลลาร์

แย่กว่าคาด

การลงทุนอุปกรณ์สวมใส่และวิจัย

จำนวนโฆษณาที่แสดง

+14%

เร่งจาก +11%

+14.6%

ใกล้เคียงคาด

AI ช่วยเพิ่มการแนะนำเนื้อหา

ราคาต่อโฆษณาเฉลี่ย

+12%

เร่งจาก +9%

+11.7%

ดีกว่าคาดเล็กน้อย

อุปสงค์โฆษณาและประสิทธิภาพดี

ผู้ใช้งาน Family รายวัน

3.60 พันล้านราย

+3.4%

3.61 พันล้านราย

ใกล้เคียงคาด

ฐานผู้ใช้ยังขยายตัว

กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

31.86 พันล้านดอลลาร์

ไม่ระบุ

แข็งแกร่ง

แต่ถูกใช้เกือบทั้งหมดกับ CapEx

กระแสเงินสดอิสระ

784 ล้านดอลลาร์

ลดลงมาก

ตลาดกังวลว่าจะติดลบ

ดีกว่ากรณีเลวร้ายเล็กน้อย

ต่ำสุดนับตั้งแต่ 3Q22

 

ตัวเลขผลประกอบการสะท้อนว่ารายได้โฆษณาดีกว่าคาด แต่กำไรต่ำกว่าคาดจากค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย 2.4 พันล้านดอลลาร์ ค่าใช้จ่ายชดเชยการลดพนักงาน 1.18 พันล้านดอลลาร์ และต้นทุนดำเนินงาน AI ที่เพิ่มขึ้น

ปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการ

  • โฆษณายังแข็งแกร่ง: รายได้โฆษณาเพิ่มขึ้น 27% จากจำนวนโฆษณาที่แสดงเพิ่มขึ้น 14% และราคาต่อโฆษณาเพิ่มขึ้น 12%
  • AI ช่วยธุรกิจหลัก: โมเดล AI ช่วยปรับปรุงการแนะนำเนื้อหาใน Facebook และ Instagram รวมถึงช่วยผู้ลงโฆษณาสร้างเนื้อหาและเพิ่มอัตราการคลิกหรือการซื้อ
  • รายได้อื่นเติบโตสูง: รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 73% และสูงกว่าคาดมาก แม้ฐานรายได้ยังมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับโฆษณา

ปัจจัยกดดัน

  • ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 55% สู่ 42 พันล้านดอลลาร์ เร็วกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น 28% แม้ตัดรายการกฎหมายและค่าชดเชยการลดพนักงานออก ค่าใช้จ่ายยังเพิ่มขึ้นประมาณ 42% สะท้อนแรงกดดันเชิงโครงสร้างจากบุคลากร AI การดำเนินงานศูนย์ข้อมูล ค่าใช้บริการ Cloud ภายนอก และต้นทุนประมวลผล

 

2. แนวโน้มและ Guidance

Meta ให้แนวโน้ม 3Q26 ที่ ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย โดยคาดรายได้ 61–64 พันล้านดอลลาร์ มีค่ากลางที่ 62.5 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับตลาดคาดประมาณ 63.2 พันล้านดอลลาร์ หรือต่ำกว่าคาดราว 1.1%

ตาราง Guidance ของ Meta

รายการ

Guidance ใหม่

Guidance เดิม/ตลาดคาด

การเปลี่ยนแปลง

ประเมิน

รายได้ 3Q26

61–64 พันล้านดอลลาร์

ตลาดคาด 63.17 พันล้านดอลลาร์

ค่ากลาง 62.5 พันล้านดอลลาร์

ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย

CapEx ปี 2026

130–145 พันล้านดอลลาร์

เดิม 125–145 พันล้านดอลลาร์

เพิ่มกรอบล่าง 5 พันล้านดอลลาร์

สูงต่อเนื่อง

ค่าใช้จ่ายรวมปี 2026

165–169 พันล้านดอลลาร์

เดิม 162–169 พันล้านดอลลาร์

เพิ่มกรอบล่าง 3 พันล้านดอลลาร์

สูงกว่าคาด

กำไรจากการดำเนินงานปี 2026

สูงกว่าปี 2025

คงเดิม

ไม่ได้ปรับลด

ยังเป็นบวก แต่ความเสี่ยงเพิ่ม

CapEx ปี 2027

ไม่ให้ Guidance

ตลาดต้องการความชัดเจน

ยังไม่มีข้อมูล

ความไม่แน่นอนสูง

 

บริษัทไม่ได้ลดกรอบบนของ CapEx แม้มีการลดพนักงาน และยังเพิ่มกรอบล่าง สะท้อนว่าการสร้างศูนย์ข้อมูลและการลงทุน AI จะเร่งตัวในช่วงที่เหลือของปี อย่างไรก็ดี การไม่ให้ Guidance ปี 2027 ทำให้นักลงทุนยังประเมินระดับการลงทุนระยะถัดไปได้ยาก

 

ประเมินแนวโน้ม Meta

ประเด็น

แนวโน้ม

ประเมิน

ธุรกิจโฆษณา

ยังเติบโตดี แต่ฐานเปรียบเทียบสูงขึ้นใน 2H26

เชิงบวกแต่มีแนวโน้มชะลอ

รายได้ 3Q26

ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย

เชิงลบ

อัตรากำไร

ถูกกดดันจากต้นทุน AI และค่าเสื่อมราคา

เชิงลบ

กระแสเงินสดอิสระ

มีโอกาสอ่อนแอต่อและอาจติดลบในบางไตรมาส

เชิงลบ

ธุรกิจ Cloud/ให้เช่ากำลังประมวลผล

อยู่ระยะเริ่มต้น ยังไม่มีลูกค้าหลักชัดเจน

ยังไม่ควรรวมมูลค่ามาก

AI Agent และ API

มีโอกาสสร้างรายได้ แต่ต้องใช้เวลา

ระยะกลางถึงยาว

Reality Labs

ขาดทุนต่อเนื่อง

กดดันผลประกอบการ

 

3. มุมมองผู้บริหารจาก Earnings Call

ความต้องการกำลังประมวลผลยังสูงมาก

Mark Zuckerberg ระบุว่าอุตสาหกรรมยังมีกำลังประมวลผลไม่เพียงพอต่อความต้องการ ขณะที่ Susan Li แสดงความมั่นใจว่าบริษัทสามารถนำกำลังการประมวลผลที่สร้างขึ้นไปใช้ได้ ทั้งภายในบริษัทและการให้บริการแก่ลูกค้าภายนอก

Meta มองเห็นหลายช่องทางสร้างผลตอบแทน

ผู้บริหารระบุแนวทางสร้างรายได้จากการลงทุน AI หลายรูปแบบ ได้แก่

  • AI Agent สำหรับผู้บริโภคและองค์กร
  • API ของโมเดล AI
  • เครื่องมือ AI สำหรับผู้ลงโฆษณา
  • การให้เช่ากำลังประมวลผล
  • บริการ Cloud และบริการองค์กรรูปแบบใหม่

Susan Li ระบุว่าการรักษาความยืดหยุ่นจะช่วยให้ Meta ใช้กำลังการประมวลผลภายในเมื่อจำเป็น และขายกำลังส่วนเกินเพื่อช่วยสนับสนุนเงินลงทุนได้

การขายกำลังประมวลผลยังไม่ใช่เป้าหมายเดียว

Zuckerberg ไม่ต้องการขายกำลังประมวลผลทั้งหมดเพื่อสร้างกำไรระยะสั้น เพราะอาจเสียโอกาสใช้ทรัพยากรดังกล่าวกับผลิตภัณฑ์ AI ที่มีมูลค่าสูงกว่าในอนาคต บริษัทจึงจะใช้วิธีผสมระหว่างการใช้งานภายใน การขาย Compute และการพัฒนาบริการองค์กร

ผู้บริหารระบุว่ามีข้อเสนอซื้อกำลังประมวลผลในราคาที่สูงกว่าต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ แต่ธุรกิจดังกล่าวยังต้องสร้างความสามารถด้านการขายและบริการลูกค้าองค์กร ซึ่งเป็นความสามารถใหม่สำหรับ Meta

ธุรกิจโฆษณาเริ่มได้รับผลตอบแทนจาก AI แล้ว

ผู้บริหารยืนยันว่า AI ช่วยเพิ่มคุณภาพระบบแนะนำเนื้อหา ทำให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมมากขึ้น และช่วยเพิ่มการคลิกและ Conversion ของโฆษณา ดังนั้นผลตอบแทนส่วนหนึ่งจากการลงทุน AI ได้รวมอยู่ในการเติบโตของรายได้โฆษณาแล้ว แม้รายได้จาก AI แบบแยกส่วนยังมีขนาดจำกัด

 

4. CapEx

CapEx

       Meta คาด CapEx ปี 2026 ที่ 130–145 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มกรอบล่างจาก 125 พันล้านดอลลาร์ และคงกรอบบนไว้ที่ 145 พันล้านดอลลาร์ โดยใช้ CapEx ไปประมาณ 51 พันล้านดอลลาร์ในครึ่งปีแรก จึงหมายความว่าจะมีการลงทุนอีก 79–94 พันล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งปีหลัง

      CapEx ใน 2Q26 อยู่ที่ประมาณ 31 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 82% YoY แต่ต่ำกว่าตลาดคาด โดยคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้ เทียบกับที่ตลาดคาดว่าจะคิดเป็นประมาณ 55% ของรายได้

ผลกระทบต่อกระแสเงินสด

Meta มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 31.9 พันล้านดอลลาร์ แต่ใช้ CapEx ประมาณ 31 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระเหลือเพียง 784 ล้านดอลลาร์ ต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี แม้บริษัทยังมีเงินสดและหลักทรัพย์ในมือมากกว่า 90 พันล้านดอลลาร์

 

5. ความเสี่ยงของ Meta

ค่าใช้จ่ายโตเร็วกว่ารายได้

แม้รายได้เพิ่มขึ้น 28% แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นประมาณ 55% และยังเพิ่มขึ้นประมาณ 42% หากตัดค่าใช้จ่ายพิเศษออก ทำให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลงจาก 43% เหลือ 31%

ผลตอบแทนจาก AI ยังไม่ชัดเจน

AI ช่วยธุรกิจโฆษณาแล้ว แต่ยังยากต่อการแยกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการลงทุน AI จำนวนเท่าใด ขณะที่ธุรกิจ Chatbot แบบสมัครสมาชิก, AI Agent, API และ Cloud ยังไม่สร้างรายได้ในระดับที่ชดเชย CapEx ได้

กระแสเงินสดอิสระอ่อนแอ

กระแสเงินสดอิสระเหลือเพียง 784 ล้านดอลลาร์ และมีโอกาสติดลบในบางไตรมาสจากการเร่ง CapEx ในครึ่งปีหลัง ส่งผลให้ความยืดหยุ่นในการซื้อหุ้นคืนอาจลดลง

ความเสี่ยงด้านกฎหมายและกฎระเบียบ

Meta บันทึกค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย 2.4 พันล้านดอลลาร์ และเตือนว่าคดีเกี่ยวกับผลกระทบของสื่อสังคมออนไลน์ต่อเยาวชนอาจก่อให้เกิดความเสียหายที่มีนัยสำคัญเพิ่มเติม

ธุรกิจ Cloud ยังไม่มีความได้เปรียบชัดเจน

Meta มีศูนย์ข้อมูลและกำลังประมวลผลจำนวนมาก แต่ไม่มีเครือข่ายลูกค้าองค์กร ระบบการขาย บริการสนับสนุน และชุดซอฟต์แวร์องค์กรเทียบเท่า Microsoft, Amazon หรือ Google การสร้างธุรกิจ Cloud จึงอาจใช้เวลาและมีอัตรากำไรต่ำกว่าธุรกิจโฆษณา

ความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านโมเดล AI

โมเดลเปิดราคาต่ำจากผู้พัฒนารายอื่นอาจกดดันราคาของ API และลดความแตกต่างของโมเดล Meta ขณะที่บริษัทต้องแข่งขันกับ OpenAI, Anthropic และ Google ซึ่งมีโมเดลระดับแนวหน้าและฐานลูกค้าองค์กรที่แข็งแกร่งกว่า

Reality Labs

Reality Labs ขาดทุน 4.62 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส และยังไม่มีเส้นทางสู่กำไรชัดเจน แม้ยอดขายแว่นตา AI จะเติบโต

 

6. Read Across the Board: ผลกระทบจาก Microsoft และ Meta ต่อห่วงโซ่ AI

กลุ่มอุตสาหกรรม

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบจาก Microsoft

ผลกระทบจาก Meta

มุมมองรวม

ชิป AI และชิปเร่งการประมวลผล

Nvidia, AMD

Azure โตเร็วกว่าคาดและอุปสงค์ยังมากกว่ากำลังให้บริการ สนับสนุนความต้องการ GPU และชิป AI

CapEx ปี 2026 ที่ 130–145 พันล้านดอลลาร์ยังสนับสนุนอุปสงค์ แต่การไม่เพิ่มกรอบบนและ CapEx ไตรมาสล่าสุดต่ำกว่าคาดจำกัด Upside

บวกต่ออุปสงค์ระยะกลาง แต่เป็นการยืนยันคำสั่งซื้อเดิมมากกว่าปัจจัยปรับเพิ่มประมาณการใหม่

ชิปเฉพาะทางและชิปเครือข่าย

Broadcom, Marvell

การขยาย Azure และศูนย์ข้อมูลเพิ่มความต้องการชิปเครือข่ายและชิปเฉพาะทาง

การพัฒนาชิปภายในและการขยาย Cluster สนับสนุนชิปแบบสั่งออกแบบ แต่ระยะยาวอาจลดการพึ่งพา GPU ทั่วไปบางส่วน

Broadcom และ Marvell ได้ประโยชน์จากทั้งเครือข่ายและชิปเฉพาะทาง โดยมีความเสี่ยงจากการออกแบบชิปภายในของ Hyperscaler

หน่วยความจำ

Micron, SK Hynix, Samsung Electronics

CapEx ส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับ CPU และ GPU ซึ่งต้องใช้ HBM และหน่วยความจำขั้นสูง

การสร้างระบบ AI ขนาดใหญ่ยังสนับสนุน HBM แต่กรอบลงทุนไม่ได้สูงกว่าคาด

บวกระยะกลางต่อ HBM แต่ราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้นอาจทำให้ลูกค้าควบคุมต้นทุนหรือปรับจังหวะจัดซื้อ

ระบบเครือข่ายและ Optical

Arista Networks, Broadcom, Coherent, Lumentum, Innolight

Azure ที่เติบโตสูงสนับสนุนสวิตช์ ระบบเชื่อมต่อความเร็วสูง และ Optical transceiver

การเพิ่มขนาด AI Cluster และการเชื่อมต่อ GPU เป็นบวก แต่คำสั่งซื้อบางส่วนอาจรวมอยู่ในแผนเดิมแล้ว

เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้ประโยชน์ชัดเจน แต่ต้องติดตามคำสั่งซื้อใหม่และแผนลงทุนปี 2027

ระบบไฟฟ้าและระบายความร้อน

Vertiv, Eaton, Schneider Electric

การสร้างศูนย์ข้อมูลและความหนาแน่นของชิปที่สูงขึ้นเพิ่มความต้องการระบบไฟฟ้า สำรองไฟ และระบายความร้อน

Meta ยังต้องเร่งลงทุนศูนย์ข้อมูลในครึ่งปีหลัง แม้ไม่ได้เพิ่มกรอบบนของ CapEx

ได้ประโยชน์ชัดเจนและมีความเสี่ยงด้านการทดแทนเทคโนโลยีต่ำกว่ากลุ่มชิป

ก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล

Quanta Services, Comfort Systems และผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้อง

ได้แรงหนุนจากการก่อสร้างและเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูลใหม่ของ Microsoft

ได้แรงหนุนจากโครงการศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ของ Meta

บวกจากวงจรลงทุนหลายปี แต่รายได้อาจขึ้นอยู่กับการอนุมัติโครงการ แรงงาน และข้อจำกัดด้านพลังงาน

Cloud รายใหญ่

Microsoft, Amazon, Alphabet

Microsoft ได้ประโยชน์โดยตรงจาก Azure ที่เร่งตัวและสามารถเปลี่ยน CapEx เป็นรายได้และกำไรได้ชัดเจน

Meta อาจเข้าสู่ธุรกิจขาย Compute แต่ยังขาดฐานลูกค้าองค์กร ระบบขาย และบริการสนับสนุน

Microsoft ยังได้เปรียบชัดเจน ขณะที่แผน Cloud ของ Meta เป็นความเสี่ยงระยะยาวมากกว่าผลกระทบระยะใกล้

Neocloud และผู้ให้เช่า GPU

CoreWeave และผู้ให้บริการ Cloud รายเล็ก

Azure ที่แข็งแกร่งเพิ่มการแข่งขันต่อผู้ให้บริการที่มีต้นทุนเงินทุนสูงและลูกค้ากระจุกตัว

Meta อาจกลายเป็นคู่แข่งหากขาย Compute ส่วนเกิน แต่ระยะสั้นยังอาจเป็นลูกค้าของ Cloud ภายนอก

ระยะสั้นยังได้ประโยชน์จากอุปสงค์ที่มากกว่ากำลังผลิต แต่ระยะยาวเสี่ยงจากอุปทาน Compute ที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันด้านราคา

ซอฟต์แวร์องค์กรและ AI Agent

Microsoft, Salesforce, ServiceNow และผู้ให้บริการซอฟต์แวร์องค์กร

Copilot มีผู้ใช้งานชำระเงินเพิ่มขึ้นและสะท้อนการสร้างรายได้จาก AI ที่ชัดเจน

AI Agent และ API ของ Meta ยังอยู่ระยะเริ่มต้นและไม่มีรายได้หรืออัตรากำไรชัดเจน

ให้น้ำหนักบริษัทที่มีฐานลูกค้าองค์กรและช่องทางจัดจำหน่ายเดิม เช่น Microsoft มากกว่าผู้เล่นที่เพิ่งเข้าสู่ตลาด

โฆษณาดิจิทัล

Meta, Alphabet, Pinterest, Snap

ผลกระทบโดยตรงจำกัด

Meta เพิ่มทั้งจำนวนโฆษณาและราคาต่อโฆษณา สะท้อนว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแนะนำเนื้อหาและ Conversion

บวกต่อภาพรวมโฆษณาดิจิทัล แต่สะท้อนความได้เปรียบของแพลตฟอร์มขนาดใหญ่มากกว่าผู้เล่นรายเล็ก

คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนทั่วไป

ผู้ผลิตพีซีและชิ้นส่วน

More Personal Computing หดตัว และต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้นอาจกดดันอัตรากำไร

ผลกระทบโดยตรงจำกัด

ยังไม่ใช่กลุ่มที่ได้ประโยชน์หลักจากรอบลงทุน AI และอาจถูกกดดันจากต้นทุนชิ้นส่วน

 

 

มุมมองของ InnovestX

  • เรามองบวกต่อ Microsoft มากกว่า Meta เนื่องจาก Microsoft แสดงหลักฐานชัดเจนกว่าในการเปลี่ยน CapEx ด้าน AI เป็นรายได้ Cloud การเติบโตของ Copilot กำไร และกระแสเงินสด ขณะที่ยอดสัญญาคงค้างที่กระจายสู่ลูกค้าองค์กรช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้พัฒนาโมเดล AI รายใหญ่
  • สำหรับ Meta ธุรกิจโฆษณายังแข็งแกร่งและ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้จริง แต่ค่าใช้จ่ายกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ และธุรกิจ AI ใหม่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น จึงเหมาะกับการรอความชัดเจนเรื่องลูกค้า Cloud, รายได้จาก AI Agent/API และทิศทาง CapEx ปี 2027
  • ในมุมมองห่วงโซ่ AI ผลประกอบการของทั้งสองบริษัทเป็นบวกต่ออุปสงค์พื้นฐานของ GPU, HBM, ระบบเครือข่าย ระบบไฟฟ้า และระบบระบายความร้อน แต่ ยังไม่ใช่ปัจจัยบวกใหม่ที่เพียงพอสำหรับการปรับเพิ่มประมาณการทั้งกลุ่มชิป เนื่องจาก Microsoft ไม่ได้เปิดเผยการเพิ่มงบลงทุนเหนือความคาดหมาย และ Meta คงกรอบบนของ CapEx ไว้เดิม โดยมองผลประกอบการรอบนี้ให้สัญญาณผสมต่อผู้ผลิตชิปและหน่วยความจำและยังไม่เห็นการเพิ่มแผนใช้จ่ายที่สนับสนุนมูลค่าหุ้นสูงขึ้นอย่างชัดเจน
  • นอกจากนี้ผลประกอบการของ Microsoft และ Meta ยืนยันว่าอุปสงค์โครงสร้างพื้นฐาน AI ยังแข็งแกร่งและเป็นบวกต่อ GPU, HBM, ระบบเครือข่าย, Optical, ระบบไฟฟ้า และระบบระบายความร้อน อย่างไรก็ตาม ผลบวกต่อหุ้นในห่วงโซ่ชิปเป็นลักษณะ ยืนยันอุปสงค์และคำสั่งซื้อเดิม มากกว่าการสร้างรอบปรับเพิ่มประมาณการใหม่ เนื่องจาก Microsoft ไม่ได้เพิ่มกรอบลงทุนเหนือความคาดหมายอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ Meta คงกรอบบนของ CapEx และยังเผชิญแรงกดดันด้านกำไรและกระแสเงินสด
  • ในเชิงกลยุทธ์ มองบวกกับ ระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน เครือข่าย และ Optical ซึ่งได้ประโยชน์จากการขยายศูนย์ข้อมูลของทั้งสองบริษัทและมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนเทคโนโลยีน้อยกว่ากลุ่มชิป ขณะที่กลุ่ม GPU และหน่วยความจำยังมีแนวโน้มเชิงบวก แต่ต้องระวังว่าความคาดหวังด้านการเติบโตและ CapEx ระดับสูงอาจสะท้อนอยู่ในราคาหุ้นแล้ว

 

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
meta.o
msft.o
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5