
ผลประกอบการของ CoreWeave และ Nebius ยืนยันว่าความต้องการกำลังประมวลผล AI ยังแข็งแกร่งและสูงกว่ากำลังให้บริการ แต่เมื่อ Neocloud ต้องลงทุนมหาศาล รองรับชิปหลายค่าย และเผชิญความเสี่ยงด้านหนี้ อัตราการใช้กำลังประมวลผล และความผันผวนของราคาหุ้น เราจึงมองบวกต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมแต่ให้น้ำหนักการลงทุนกับ Hyperscaler ในกลุ่ม Mag7 ที่มีฐานะการเงินและปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งมากกว่า พร้อมมองบวกต่อ Memory/HBM ที่ยังได้ประโยชน์จากการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI
ผลประกอบการ 2Q26 ของ CoreWeave และ Nebius สะท้อนว่าความต้องการกำลังประมวลผลสำหรับ AI ยังสูงกว่ากำลังให้บริการที่มีอยู่ โดยรายได้ของทั้งสองบริษัทเติบโตมากกว่า 100% YoY พร้อมยอดสัญญาในอนาคตที่แข็งแกร่ง ทำให้ข้อจำกัดของการเติบโตเริ่มเปลี่ยนจาก “หาลูกค้า” เป็น “หาไฟฟ้า สร้างศูนย์ข้อมูล และติดตั้งชิปให้ทัน” อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Neocloud ต้องใช้เงินลงทุนและเงินกู้จำนวนมาก อีกทั้งเริ่มต้องรองรับชิปหลายประเภทมากขึ้น ทำให้ความสามารถในการเปลี่ยนกำลังไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนไว้ให้เป็นรายได้ กระแสเงินสด และผลตอบแทนที่เหมาะสม กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
Neocloud คือผู้ให้บริการคลาวด์ที่เน้นงาน AI และการประมวลผลประสิทธิภาพสูงโดยเฉพาะ ต่างจากผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่อย่าง Microsoft, Amazon หรือ Google ที่มีบริการหลากหลาย โดย Neocloud จะเน้นการจัดหา GPU จำนวนมาก ติดตั้งในศูนย์ข้อมูล และให้บริษัทพัฒนา AI เช่ากำลังประมวลผล
CoreWeave และ Nebius จึงทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ผลิตชิปอย่าง Nvidia กับผู้พัฒนา AI เช่น OpenAI, Microsoft และ Meta จุดแข็งคือสามารถสร้างระบบสำหรับชิป AI รุ่นล่าสุดได้รวดเร็วและจัดสรรกำลังประมวลผลให้ลูกค้าได้ยืดหยุ่นกว่า ขณะที่ข้อจำกัดสำคัญคือธุรกิจต้องใช้เงินลงทุนสูงทั้งชิป ระบบเครือข่าย ศูนย์ข้อมูล และไฟฟ้า
ตารางเปรียบเทียบผลประกอบการ 2Q26
|
รายการ |
CoreWeave |
Nebius |
|
รายได้ |
$2.58bn |
$582mn |
|
เติบโต YoY |
+112% |
+454% |
|
เทียบคาด |
+1% |
+5% |
|
Adj. EBITDA |
$1.51bn |
$236mn |
|
Adj. EBITDA Margin |
59% |
41% |
|
รายได้ในอนาคต |
Backlog $104bn |
ARR $3.0bn |
|
กำลังไฟฟ้า |
Active 1.5 GW |
เป้าสิ้นปี 5 GW |
CoreWeave เด่นด้านขนาดและ Backlog ที่สูง ขณะที่ Nebius เด่นด้านอัตราการเติบโตและการเร่งขยายกำลังให้บริการ โดยผลประกอบการของทั้งสองบริษัทยังสะท้อนว่าความต้องการ AI Compute สูงกว่ากำลังให้บริการที่มีอยู่ในปัจจุบัน
CoreWeave รายงานรายได้ 2Q26 ที่ $2.58 พันล้าน เพิ่มขึ้นประมาณ 112% YoY สูงกว่าตลาดคาดเล็กน้อยที่ $2.56 พันล้าน ขณะที่ขาดทุนสุทธิต่อหุ้น $1.14 ดีกว่าคาดว่าจะขาดทุน $1.41 ต่อหุ้น และกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ปรับรายการแล้วอยู่ที่ $1.51 พันล้าน สูงกว่าคาด $1.43 พันล้าน
ประเด็นสำคัญกว่ารายได้ปัจจุบันคือยอดรายได้ที่รอรับรู้ประมาณ $104 พันล้าน และยังไม่รวมสัญญาใหม่กว่า $25 พันล้าน ที่ได้มาในช่วงต้น 3Q26 สะท้อนว่าความต้องการยังไม่ใช่ข้อจำกัดหลักของธุรกิจ
บริษัทปรับเพิ่มประมาณการรายได้ปี 2026 เป็น $12.4–13.2 พันล้าน จากเดิม $12–13 พันล้าน และคาดรายได้ 3Q26 ที่ $3.45–3.60 พันล้าน นอกจากนี้ สัญญาใหม่มีอัตรากำไรสูงกว่าสัญญาช่วงก่อนหน้าราว 5–10 จุดเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากกำลังประมวลผลในตลาดยังมีจำกัด ทำให้ CoreWeave มีอำนาจต่อรองราคาที่ดีขึ้น
Nebius มีขนาดเล็กกว่า CoreWeave แต่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยรายได้รวม 2Q26 อยู่ที่ $582.3 ล้าน เพิ่มขึ้น 454% YoY และ 46% QoQ สูงกว่าตลาดคาด ขณะที่ธุรกิจ AI Cloud สร้างรายได้ $574.9 ล้าน หรือประมาณ 98% ของรายได้ทั้งหมด และเติบโตถึง 514% YoY
จุดที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนคือความสามารถในการทำกำไรจากกำลังประมวลผลที่เปิดใช้งานแล้ว โดยกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ปรับรายการแล้วของทั้งกลุ่มอยู่ที่ $236.2 ล้าน เทียบกับขาดทุน $21 ล้านในปีก่อน ขณะที่ธุรกิจ AI Cloud มีอัตรากำไรในระดับเกือบ 50%
ด้านความต้องการ Nebius ทำสัญญาขนาดใหญ่ 4 ฉบับในไตรมาส โดยมีมูลค่าสัญญาเฉลี่ยมากกว่า $1 พันล้านต่อฉบับ และมูลค่าสัญญาที่ได้ในไตรมาสเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าจากไตรมาสก่อน นอกจากนี้ บริษัทระบุว่าสามารถขายกำลังให้บริการที่วางแผนไว้สำหรับปี 2027 ได้ทั้งหมดหากต้องการ แต่เลือกเก็บบางส่วนไว้เพื่อขายในระยะสั้น ซึ่งอาจได้ราคาที่สูงกว่า
มุมมองของ InnovestX
ขณะเดียวกัน ในห่วงโซ่อุปทานเรายังมองบวกต่อ Memory/HBM เพราะไม่ว่าการแข่งขันระหว่าง Nvidia หรือชิป AI จากผู้ผลิตรายอื่นจะเปลี่ยนไปในทิศทางใด การเพิ่มจำนวนตัวเร่ง AI และกำลังประมวลผลโดยรวมยังต้องใช้หน่วยความจำประสิทธิภาพสูงจำนวนมาก จึงเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงด้านรูปแบบธุรกิจของ Neocloud โดยตรง
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน