Offshore Stock Update

OpenAI ทำชิปเอง ลดต้นทุน AI หนุน Broadcom

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|25 Jun 26 8:31 AM
Screenshot 2026-06-25 084439
สรุปสาระสำคัญ

OpenAI เปิดตัวชิป AI ตัวแรกชื่อ Jalapeño ร่วมกับ Broadcom เพื่อใช้กับงานประมวลผลคำตอบของโมเดลภาษา โดยผลทดสอบเบื้องต้นชี้ว่าช่วยลดต้นทุนได้ราว 50% เมื่อเทียบกับชิป AI ทั่วไป จุดนี้สะท้อนว่า OpenAI ต้องการควบคุมต้นทุนและโครงสร้างพื้นฐาน AI มากขึ้น ขณะที่ Broadcom กลายเป็นผู้ได้ประโยชน์หลักจากกระแสชิป AI สั่งออกแบบเอง ส่วน Nvidia ยังไม่เสียความเป็นผู้นำทันที เพราะชิป Nvidia ยังสำคัญกับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่

1) OpenAI เปิดตัวชิป AI ตัวแรก “Jalapeño”

  • OpenAI เปิดตัวชิป AI แบบสั่งออกแบบเองชื่อ Jalapeño ร่วมกับ Broadcom โดยชิปนี้ถูกสร้างมาเพื่อใช้กับงาน “ประมวลผลคำตอบ” ของโมเดลภาษา เช่น ChatGPT, Codex และบริการ API ซึ่งเป็นช่วงที่ AI ต้องตอบผู้ใช้งานจำนวนมากพร้อมกัน ไม่ใช่แค่ช่วงฝึกโมเดลขนาดใหญ่เท่านั้น 
  • จุดสำคัญคือ OpenAI ต้องการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น ตั้งแต่สินค้า โมเดล ระบบให้บริการ ไปจนถึงชิป เพื่อทำให้ AI ทำงานเร็วขึ้น เสถียรขึ้น และมีต้นทุนต่อคำตอบถูกลง ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของกลยุทธ์ “ทำเองทั้งระบบ” ของบริษัท


2) ทำไมชิปนี้สำคัญ: ลดต้นทุนได้ราว 50%

  • Broadcom ระบุว่า ผลทดสอบเบื้องต้นของ Jalapeño มีต้นทุนต่ำกว่าชิปประมวลผล AI ทั่วไปราว 50% และให้ประสิทธิภาพต่อการใช้ไฟฟ้าดีกว่าชิปชั้นนำในตลาดปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ 
  • เหตุผลหลักมาจากการออกแบบชิปให้เหมาะกับงานของ OpenAI โดยเฉพาะ เช่น ลดการย้ายข้อมูลไปมา จัดสมดุลระหว่างพลังประมวลผล หน่วยความจำ และเครือข่าย ทำให้ใช้งานชิปได้ใกล้เคียงศักยภาพจริงมากขึ้น ผลลัพธ์คือ AI สามารถตอบเร็วขึ้น ใช้พลังงานน้อยลง และช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุน


3) Broadcom กลายเป็นผู้ชนะสำคัญในยุคชิปสั่งออกแบบเอง

  • แม้ข่าวนี้จะทำให้นักลงทุนตั้งคำถามต่อ Nvidia แต่ผู้ที่ได้ประโยชน์ชัดเจนคือ Broadcom เพราะบริษัทไม่ได้ขายชิปสำเร็จรูปแบบ Nvidia แต่ช่วยลูกค้ารายใหญ่ “ออกแบบและผลิตชิปเฉพาะทาง” รวมถึงระบบเครือข่ายที่ใช้เชื่อมชิปจำนวนมากในศูนย์ข้อมูล 
  • Broadcom มีบทบาททั้งด้านการนำแบบชิปไปผลิตจริง เทคโนโลยีเครือข่าย Tomahawk และการผลิตในระดับใหญ่ ทำให้บริษัทอยู่ในตำแหน่งที่ดี หากบริษัท AI รายใหญ่ต้องการชิปที่เหมาะกับโมเดลของตัวเองมากขึ้น


4) Nvidia ยังไม่เสียเกมทันที แต่ตลาดเริ่มเปลี่ยน

  • แนวโน้มของอุตสาหกรรม AI กำลังเปลี่ยนจากการพึ่งพาชิปสำเร็จรูปเพียงอย่างเดียว ไปสู่การออกแบบชิปเฉพาะทางมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้ Google มี TPU, Amazon มี Trainium/Inferentia, Microsoft มี Maia และ Meta มี MTIA ขณะที่ OpenAI เพิ่งเข้าร่วมกระแสนี้ 
  • อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้แปลว่า Nvidia จะเสียตำแหน่งทันที เพราะชิปของ Nvidia ยังมีบทบาทสูงมากในงานฝึกโมเดลขนาดใหญ่ แต่การแข่งขันจะเปลี่ยนจาก “ใครมีชิปแรงที่สุด” ไปสู่ “ใครมีระบบทั้งชั้นที่คุ้มค่าที่สุด” ทั้งชิป หน่วยความจำ เครือข่าย พลังงาน และซอฟต์แวร์


5) แผนระยะยาว: ใช้ในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ตั้งแต่ปลายปี 2026

  • OpenAI และ Broadcom มีแผนเริ่มนำ Jalapeño ไปใช้ในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ของ Microsoft และพันธมิตรอื่นตั้งแต่ปลายปี 2026 โดย Broadcom คาดว่าการติดตั้งชิปอาจมากกว่าเป้าหมายเดิมที่ 1.3 กิกะวัตต์ ในปีหน้า เพราะความต้องการใช้งาน AI ยังสูงมาก 
  • นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังมีแผนพัฒนาชิปรุ่นถัดไปในปี 2028 และหลังจากนั้นจะออกชิปรุ่นใหม่ทุกปี สะท้อนว่า OpenAI ไม่ได้มองชิปนี้เป็นโครงการทดลอง แต่เป็นฐานสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI ระยะยาว

 

ประเด็นสำคัญ

รายละเอียด

ความหมายต่ออุตสาหกรรม

OpenAI เปิดตัวชิป AI ตัวแรก “Jalapeño”

OpenAI ร่วมกับ Broadcom พัฒนาชิป AI แบบสั่งออกแบบเอง โดยเน้นใช้กับงานประมวลผลคำตอบของโมเดลภาษา เช่น ChatGPT, Codex และ API

สะท้อนว่าเจ้าของโมเดล AI รายใหญ่เริ่มต้องการควบคุมชิปเอง เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ

ลดต้นทุนได้ราว 50%

Broadcom ระบุว่าผลทดสอบเบื้องต้นของ Jalapeño ช่วยประหยัดต้นทุนได้ประมาณ 50% เมื่อเทียบกับชิป AI ทั่วไป และมีประสิทธิภาพต่อการใช้ไฟฟ้าดีกว่าชิปชั้นนำปัจจุบัน

บวกต่อ OpenAI ในระยะยาว เพราะช่วยลดต้นทุนการให้บริการ AI ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจ

ออกแบบเพื่อ Inference โดยเฉพาะ

Jalapeño ถูกออกแบบให้เหมาะกับงานตอบคำถามของ AI ขนาดใหญ่ ลดการย้ายข้อมูลไปมา และจัดสมดุลระหว่างพลังประมวลผล หน่วยความจำ และเครือข่าย

ตลาด AI เริ่มเปลี่ยนจาก “แข่งฝึกโมเดล” ไปสู่ “แข่งให้บริการ AI ในต้นทุนต่ำ”

Broadcom เป็นผู้ได้ประโยชน์หลัก

Broadcom ช่วยด้านการทำชิปให้ผลิตจริง เทคโนโลยีเครือข่าย Tomahawk และระบบผลิตขนาดใหญ่

บวกต่อ Broadcom (AVGO) เพราะยืนยันบทบาทในตลาดชิป AI สั่งออกแบบเอง ไม่ใช่แค่ชิปสำเร็จรูป

นำไปใช้ในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่

ชิปจะเริ่มใช้กับศูนย์ข้อมูลของ Microsoft และพันธมิตรอื่นตั้งแต่ปลายปี 2026 โดย Broadcom คาดว่าอาจเกินเป้าหมายเดิมที่ 1.3 กิกะวัตต์ ในปีหน้า

บวกต่อผู้เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูล ระบบเครือข่าย และการประกอบระบบ เช่น Celestica

มีแผนพัฒนาหลายรุ่นต่อเนื่อง

OpenAI และ Broadcom มีแผนออกชิปรุ่นถัดไปในปี 2028 และหลังจากนั้นจะออกทุกปี

ชี้ว่า OpenAI มองชิปนี้เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว ไม่ใช่แค่โครงการทดลอง

Nvidia ยังไม่เสียเกมทันที

OpenAI ยังพึ่งพา Nvidia อยู่มาก โดยเฉพาะงานฝึกโมเดล แต่เริ่มกระจายซัพพลายเออร์ เช่น AMD และ Cerebras

Nvidia ยังแข็งแกร่งในงานฝึกโมเดล แต่ระยะยาวงานประมวลผลคำตอบอาจถูกชิปเฉพาะทางแย่งบางส่วน

แนวโน้มใหญ่ของอุตสาหกรรม

บริษัท AI และเทคโนโลยีรายใหญ่ เช่น Google, Amazon, Microsoft, Meta ต่างมีชิปเฉพาะทางของตัวเองมากขึ้น

ธีม “Custom AI Chip” จะสำคัญขึ้น โดยผู้ได้ประโยชน์คือบริษัทที่ช่วยออกแบบ ผลิต เชื่อมต่อ และประกอบระบบ AI ทั้งชุด


มุมมองของ InnovestX

  • ประเด็นนี้เป็นบวกชัดเจนต่อ Broadcom (AVGO) เพราะยิ่งบริษัท AI รายใหญ่ทำชิปเฉพาะทางมากขึ้น Broadcom จะยิ่งมีบทบาทในฐานะผู้ออกแบบระบบ ผลิตชิป เครือข่าย และช่วยขยายการผลิตในระดับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่
  • ส่วน Nvidia ยังไม่ได้เสียภาพหลักทันที เพราะชิป Nvidia ยังสำคัญกับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่แต่ต้องจับตาว่าระยะยาวรายได้จากงานประมวลผลคำตอบจะถูกแย่งไปบางส่วนหรือไม่ หากลูกค้ารายใหญ่เริ่มใช้ชิปของตัวเองมากขึ้น
  • ภาพทิศทางระยะกลางคือการแข่งขันจะเริ่มเปลี่ยนไปสู่ ใครลดต้นทุนต่อการใช้งาน AI ได้ดีที่สุด ทำให้กลุ่มชิปเฉพาะทาง เครือข่าย ศูนย์ข้อมูล และผู้ผลิตระบบเซิร์ฟเวอร์ AI เช่น AVGO, MRVL, MediaTek มีโอกาสได้ประโยชน์ต่อเนื่อง

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5