Offshore Stock Update

Samsung–SK Hynix เร่งลงทุนครั้งใหญ่ รับ AI และลดพึ่งพาซัพพลายเชนจีน

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|26 Jun 26 10:01 AM
Screenshot 2026-06-26 102450
สรุปสาระสำคัญ

Samsung และ SK Hynix กำลังเตรียมลงทุนครั้งใหญ่ในคลัสเตอร์ชิปและศูนย์ข้อมูล AI ภายในเกาหลีใต้ โดย Samsung อาจประกาศแผนลงทุนถึง 1,000 ล้านล้านวอนใน 10 ปี ครอบคลุมชิป AI ศูนย์ข้อมูล แบตเตอรี่ และจอภาพ ขณะเดียวกัน Samsung SDI จับมือ Forge Nano ในสหรัฐฯ เพื่อสร้างแบตเตอรี่ที่ลดการพึ่งพาจีนและรองรับความต้องการด้านกลาโหม ภาพรวมสะท้อนว่าเกาหลีใต้กำลังใช้กระแส AI เป็นโอกาสสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่ทั้งในประเทศและห่วงโซ่อุปทานโลก ผู้ได้ประโยชน์หลักคือ Samsung Electronics, SK Hynix, LG Energy Solution และ Samsung SDI 

1) ภาพใหญ่: เกาหลีใต้เร่งสร้างฐานอุตสาหกรรมใหม่รอบ AI และชิป

  • เกาหลีใต้กำลังผลักดันการลงทุนอุตสาหกรรมขั้นสูงครั้งใหญ่ โดยมี Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นแกนหลัก ทั้งในด้านชิป AI, หน่วยความจำ, ศูนย์ข้อมูล AI, แบตเตอรี่ และโครงสร้างพื้นฐานการผลิตในภูมิภาคนอกกรุงโซล เป้าหมายไม่ใช่แค่เพิ่มกำลังผลิต แต่เป็นการยกระดับเกาหลีใต้ให้เป็นฐานสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน AI โลก
  • แรงผลักดันหลักมาจาก 2 ด้าน คือ 1) กระแส AI ทำให้ความต้องการชิปหน่วยความจำและศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้นแรง และ 2) รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องการกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาค เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลมากขึ้น ไม่ให้กระจุกตัวอยู่แค่พื้นที่เดิมอย่างยงอิน พย็องแท็ก และชองจู 


2) Samsung เตรียมแผนลงทุน 1,000 ล้านล้านวอนใน 10 ปี

  • Samsung Group มีแผนประกาศการลงทุนขนาดใหญ่ถึง 1,000 ล้านล้านวอน หรือราว $648 พันล้าน ในช่วง 10 ปีข้างหน้า ถือเป็นขนาดการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเกาหลีใต้เคยประกาศ และคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของ GDP ประเทศ โดยครอบคลุมหลายธุรกิจ เช่น ชิป, ศูนย์ข้อมูล AI, แบตเตอรี่รุ่นใหม่ และจอภาพ 
  • ในรายละเอียดที่รายงานระบุ Samsung อาจลงทุนประมาณ 300 ล้านล้านวอน เพื่อสร้างโรงงานชิปในจังหวัดชอลลา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้, ลงทุนมากกว่า 56 ล้านล้านวอน เพื่อขยายฐานบรรจุภัณฑ์ชิปขั้นสูงในภูมิภาคชุงชอง และยังมีแผนลงทุนในคลัสเตอร์ชิปยงอินที่อาจเร่งกำหนดเสร็จจากเดิมปี 2048 มาเป็นราวปี 2034–2035 


3) SK Hynix และ Samsung เตรียมคลัสเตอร์ชิปใหม่ในภูมิภาค

  • Samsung และ SK Hynix อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการหารือเรื่องแผนสร้างคลัสเตอร์ชิปใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ระบุว่า แผนจะประกาศต่อสาธารณะเมื่อการหารือเสร็จสิ้น จุดสำคัญคือคลัสเตอร์ใหม่นี้จะเป็น “กำลังผลิตเพิ่ม” ไม่ใช่การย้ายฐานการผลิตเดิมออกจากพื้นที่เดิม 
  • สำหรับ SK Hynix แผนที่ยงอินเดิมมีโรงงาน 4 แห่ง และมีการหารือเพื่อเร่งสร้างโรงงานลำดับที่ 4 จากเดิมปี 2044 มาเป็นปี 2034 สะท้อนว่าบริษัทต้องเร่งเพิ่มกำลังผลิตให้ทันความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI โดยเฉพาะ HBM ที่ยังขาดแคลนและเป็นจุดแข็งของ SK Hynix 


4) รัฐบาลเกาหลีใต้ใช้ AI และชิปเป็นเครื่องมือกระจายการเติบโต

  • รัฐบาลของประธานาธิบดี Lee Jae Myung กำลังผลักดันนโยบายการพัฒนาภูมิภาค โดยต้องการให้บริษัทใหญ่ลงทุนในพื้นที่นอกเมืองหลวงมากขึ้น รายงานระบุว่า Samsung และ SK Hynix อาจลงทุน “หลายร้อยล้านล้านวอน” ในโรงงานชิปที่เมืองกวางจูและจังหวัดชอลลาใต้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคนี้ 
  • มุมนี้ทำให้การลงทุนชิปไม่ได้เป็นแค่เรื่องของบริษัท แต่กลายเป็นนโยบายเศรษฐกิจระดับประเทศ คล้ายการสร้าง “เขตอุตสาหกรรมใหม่” เพื่อดึงงาน เทคโนโลยี ซัพพลายเออร์ และโครงสร้างพื้นฐานไปยังพื้นที่ใหม่ ซึ่งอาจช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองหลวงกับภูมิภาค


5) Samsung SDI จับมือ Forge Nano เพื่อสร้างแบตเตอรี่ไร้จีนสำหรับสหรัฐฯ

  • อีกประเด็นสำคัญคือ Samsung SDI ตกลงลงทุน $20 ล้าน พร้อมให้การสนับสนุนด้านวิศวกรรมแก่ Forge Nano สตาร์ทอัพแบตเตอรี่สหรัฐฯ ที่ต้องการสร้างเซลล์แบตเตอรี่สำหรับอุตสาหกรรมกลาโหมและอวกาศของสหรัฐฯ ที่โรงงานใหม่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา 
  • ดีลนี้ช่วยให้ Samsung SDI ได้แหล่งผลิตแบตเตอรี่ในสหรัฐฯ ที่หลีกเลี่ยงภาษีนำเข้า และสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ใหม่ที่ต้องการลดวัสดุจากจีนออกจากห่วงโซ่อุปทานทางทหารของสหรัฐฯ ขณะที่ Forge Nano ได้เงินทุน ความเชี่ยวชาญด้านการผลิต และอำนาจต่อรองในซัพพลายเชนจาก Samsung 


6) แบตเตอรี่กลายเป็นเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์เหมือนชิป

  • Forge Nano กำลังเจรจากับหน่วยงานด้านเงินทุนยุทธศาสตร์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เพื่อขอกู้เงินสูงสุด $275 ล้าน และได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ แล้ว $100 ล้าน เพื่อสร้างโรงงานแบตเตอรี่ ขณะเดียวกัน Samsung จะซื้อเซลล์แบตเตอรี่จาก Forge Nano ปีละ 250 เมกะวัตต์ชั่วโมง เป็นเวลา 3 ปี หลังเริ่มผลิตในปี 2028 
  • เรื่องนี้สะท้อนว่าแบตเตอรี่ไม่ได้เป็นแค่ชิ้นส่วนสำหรับรถ EV แต่กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับกลาโหม อวกาศ และความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ ต้องการลดการพึ่งพาจีนในแร่สำคัญและวัสดุแบตเตอรี่


7) Samsung ใช้กำไรจากรอบขาขึ้นชิปกลับไปลงทุนระยะยาว

  • แผนลงทุนของ Samsung ถูกมองว่าเป็นการนำกำไรจากรอบขาขึ้นของอุตสาหกรรมชิปกลับไปลงทุน เพื่อรักษาระยะห่างจากคู่แข่งและหาธุรกิจเติบโตใหม่ โดยรายงานระบุว่า Samsung ต้องการใช้ช่วงที่ธุรกิจชิปได้อานิสงส์จาก AI server และ memory supercycle เพื่อเร่งลงทุนในโรงงานใหม่ ศูนย์ข้อมูล AI แบตเตอรี่ และจอภาพ 
  • ประเด็นนี้สำคัญ เพราะการแข่งขันใน AI ไม่ได้จบที่ชิปตัวเดียว แต่ต้องใช้ทั้งหน่วยความจำขั้นสูง โรงงานผลิต บรรจุภัณฑ์ชิป ศูนย์ข้อมูล พลังงาน และแบตเตอรี่ การลงทุนขนาดใหญ่จึงเป็นการวางฐานให้ Samsung อยู่ในหลายจุดของห่วงโซ่ AI และเทคโนโลยีขั้นสูง

 

สรุป แผนการลงทุนของ Samsung–SK Hynix–Samsung SDI

บริษัท / โครงการ

ขนาดการลงทุน / ดีล

พื้นที่ / ระยะเวลา

รายละเอียดสำคัญ

Samsung Group: แผนลงทุนใหญ่ระยะ 10 ปี

1,000 ล้านล้านวอน หรือราว $648bn

เกาหลีใต้ / 10 ปีข้างหน้า

ครอบคลุมธุรกิจหลัก ได้แก่ ชิป, AI Data Center, แบตเตอรี่รุ่นใหม่ และจอภาพ เป็นขนาดการลงทุนใหญ่ที่สุดที่บริษัทเกาหลีใต้เคยประกาศ

Samsung: โรงงานชิปใหม่ใน Jeolla

ประมาณ 300 ล้านล้านวอน

จังหวัด Jeolla / เกาหลีใต้

มีแผนสร้างโรงงานชิปในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ คาดว่าอาจรองรับได้หลาย Fab

Samsung: Advanced Packaging Cluster

มากกว่า 56 ล้านล้านวอน

ภูมิภาค Chungcheong

ขยายฐานวิจัยและผลิตด้านบรรจุภัณฑ์ชิปขั้นสูง

Samsung: Yongin Chip Cluster

รายงานระบุการลงทุนขนาดใหญ่ต่อเนื่อง

Yongin / อาจเร่งเสร็จจากปี 2048 เป็นราว 2034–2035

เดิมเป็นหนึ่งในฐานชิปหลักของ Samsung และมีการหารือเพื่อเร่ง timeline

SK Hynix: Yongin Cluster

ไม่ระบุตัวเลข

Yongin / เร่ง Fab ที่ 4 จากปี 2044 เป็น 2034

แผนเดิมมี 4 Fab และมีการหารือให้สร้าง Fab ที่ 4 เร็วขึ้น

Samsung + SK Hynix: คลัสเตอร์ชิปใหม่ในภูมิภาค

“หลายร้อยล้านล้านวอน”

Gwangju และ South Jeolla

อยู่ในขั้นตอนหารือขั้นสุดท้าย และจะเป็นกำลังผลิตเพิ่ม ไม่ใช่การย้ายฐานจากพื้นที่เดิม

Samsung: AI Data Center

ยังไม่ระบุตัวเลขชัดเจน แต่รายงานระบุว่าอาจเป็นการลงทุน AI Data Center ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้

เกาหลีใต้ / เตรียมประกาศแผน

Samsung Chairman Jay Y. Lee มีกำหนดประกาศแผนลงทุน AI Data Center

Samsung SDI + Forge Nano

Samsung SDI ลงทุน $20mn และให้วิศวกรรมสนับสนุน

North Carolina, US / เริ่มผลิตปี 2028

Samsung จะซื้อเซลล์แบตเตอรี่จาก Forge Nano ปีละ 250MWh เป็นเวลา 3 ปี หลังเริ่มผลิต

Forge Nano: เงินสนับสนุนจากสหรัฐฯ

กู้จาก Pentagon ได้สูงสุด $275mn และมี DOE grant $100mn

สหรัฐฯ

ใช้สร้างโรงงานแบตเตอรี่ใน Morrisville, North Carolina


มุมมองของ InnovestX

  • ภาพรวมเป็นบวกต่อธีม Korea AI Supply Chain โดยผู้ได้ประโยชน์หลักคือ Samsung Electronics, SK Hynix, LG Energy Solution และ Samsung SDI 
  • นอกจากนี้แผนนี้ช่วยยืนยันว่าเกาหลีใต้จะเร่งลงทุนเพื่อรักษาบทบาทใน AI, HBM, semiconductor cluster และแบตเตอรี่ที่ลดการพึ่งพาจีน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงคือขนาดการลงทุนใหญ่มาก อาจกดดันกระแสเงินสดในระยะสั้น และต้องติดตามว่าความต้องการ AI จะยืนยาวพอรองรับกำลังผลิตใหม่หรือไม่

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5