Offshore Stock Update

SPCX ยกเลิกทดสอบ Starship ครั้งที่ 13 หลังเครื่องยนต์บางส่วนไม่ทำงาน

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|17 Jul 26 7:59 AM
spacex
สรุปสาระสำคัญ

SpaceX ยกเลิกการทดสอบ Starship ครั้งที่ 13 หลังเครื่องยนต์บางส่วนไม่ทำงาน กดดันหุ้น SPCX ต่ำกว่าราคา IPO ระยะสั้น แต่ยังไม่เปลี่ยนศักยภาพระยะยาวของบริษัทในธุรกิจ Starlink และโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ

SPCX ยกเลิกทดสอบ Starship ครั้งที่ 13 หลังเครื่องยนต์บางส่วนไม่ทำงาน


SpaceX ยกเลิกการทดสอบ Starship ครั้งที่ 13 หลังเครื่องยนต์บางส่วนไม่ทำงาน กดดันหุ้น SPCX ต่ำกว่าราคา IPO ในระยะสั้น แต่ยังไม่เปลี่ยนศักยภาพระยะยาวของบริษัทในธุรกิจ Starlink และโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ

สรุปเหตุการณ์

SpaceX ยกเลิกการทดสอบปล่อยจรวด Starship ครั้งที่ 13 ก่อนขึ้นบินเพียงไม่กี่วินาที หลังเครื่องยนต์บางส่วนของบูสเตอร์ไม่สามารถจุดระเบิดได้ตามกำหนด ส่งผลให้ระบบยกเลิกการปล่อยอัตโนมัติทำงาน บริษัทอยู่ระหว่างถ่ายเชื้อเพลิงออกและตรวจสอบสาเหตุ โดย Elon Musk คาดว่าจะสามารถทดลองปล่อยใหม่ได้ภายในไม่กี่วัน

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อหุ้น SpaceX (SPCX) ซึ่งปิดตลาดลดลง 3.1% สู่ระดับ $131.11 ต่ำกว่าราคา IPO ที่ $135 ก่อนอ่อนตัวเพิ่มเติมในการซื้อขายนอกเวลาทำการ สะท้อนว่าตลาดให้ความสำคัญกับความคืบหน้าของ Starship ในฐานะปัจจัยสำคัญต่อแนวโน้มการเติบโตและมูลค่าของบริษัทในระยะยาว

ทำไมภารกิจนี้จึงสำคัญ

ภารกิจครั้งนี้มีเป้าหมายทดสอบการปล่อยและแยกตัวของบูสเตอร์ การจุดเครื่องยนต์ Raptor ซ้ำในอวกาศ ตลอดจนการส่งดาวเทียม Starlink V3 จำนวน 20 ดวง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถของเครือข่าย Starlink และลดต้นทุนการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร

Starship ยังเป็นหัวใจของสัญญามูลค่า $4 พันล้านกับ NASA สำหรับภารกิจนำนักบินอวกาศลงจอดบนดวงจันทร์ภายในปี 2028 โดย SpaceX จำเป็นต้องพิสูจน์ความสามารถด้านการเติมเชื้อเพลิงในอวกาศ การปล่อยจรวดต่อเนื่องหลายครั้ง ความปลอดภัยสำหรับมนุษย์ และการนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันบริษัทใช้เงินพัฒนาโครงการ Starship ไปแล้วมากกว่า $15 พันล้าน

เปรียบเทียบความสามารถของ Starship กับคู่แข่ง

จรวดและบริษัท น้ำหนักบรรทุกสู่วงโคจรต่ำตามการออกแบบ การนำกลับมาใช้ใหม่ สถานะและจุดเด่น ข้อจำกัดเมื่อเทียบกับ Starship
Starship — SpaceX มากกว่า 100 ตันในรูปแบบนำกลับมาใช้ใหม่เต็มระบบ ออกแบบให้ทั้งบูสเตอร์และยานส่วนบนกลับมาใช้ใหม่ มีขนาดและกำลังขนส่งสูงที่สุด เหมาะกับการส่งดาวเทียมจำนวนมาก ภารกิจดวงจันทร์ ดาวอังคาร และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในอวกาศ ยังไม่สามารถพิสูจน์การนำทั้งระบบกลับมาใช้ใหม่และดำเนินภารกิจสู่วงโคจรได้อย่างสม่ำเสมอในเชิงพาณิชย์
New Glenn — Blue Origin สูงสุดประมาณ 45 ตัน นำบูสเตอร์ขั้นแรกกลับมาใช้ใหม่ ส่วนขั้นบนยังใช้ครั้งเดียว ผ่านภารกิจสู่วงโคจรแล้ว และบูสเตอร์ขั้นแรกเคยลงจอดบนแท่นกลางทะเลสำเร็จ จึงมีความก้าวหน้าด้านการใช้งานจริงและเป็นคู่แข่งโดยตรงในตลาดจรวดขนาดใหญ่ น้ำหนักบรรทุกต่ำกว่า Starship และยังไม่ได้นำกลับมาใช้ใหม่ทั้งระบบ แม้บริษัทตั้งเป้าให้บูสเตอร์รองรับการใช้งานซ้ำหลายเที่ยวบิน
Neutron — Rocket Lab สูงสุดประมาณ 13 ตัน ออกแบบให้นำขั้นแรกและส่วนครอบสัมภาระกลับมาใช้ใหม่ เหมาะกับการส่งกลุ่มดาวเทียม ภารกิจด้านความมั่นคง และลูกค้าที่ต้องการจรวดขนาดกลาง โดยมีขนาดเล็กกว่าและอาจควบคุมต้นทุนต่อภารกิจได้ง่ายกว่า ยังอยู่ในช่วงพัฒนาและมีขีดความสามารถขนส่งต่ำกว่า Starship อย่างมาก จึงไม่สามารถรองรับภารกิจขนาดใหญ่หรือดาวเทียมจำนวนมากในระดับเดียวกัน
Vulcan Centaur — ULA สูงสุดประมาณ 25.4 ตัน ปัจจุบันยังไม่ได้ออกแบบให้นำจรวดทั้งขั้นกลับมาใช้ใหม่ มีจุดแข็งด้านความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ และภารกิจด้านความมั่นคงของรัฐบาลสหรัฐฯ รวมถึงสามารถส่งสัมภาระโดยตรงสู่วงโคจรพลังงานสูงได้ มีต้นทุนและความถี่ในการปล่อยที่เสียเปรียบระบบนำกลับมาใช้ใหม่ และไม่เหมาะกับเป้าหมายการปล่อยจำนวนมากในระดับเดียวกับ SpaceX


โดยสรุป Starship มีศักยภาพสูงกว่าคู่แข่งด้านน้ำหนักบรรทุกและเป้าหมายการนำจรวดทั้งระบบกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งหากทำได้ตามแผนจะช่วยลดต้นทุนต่อกิโลกรัมและเพิ่มความถี่ในการปล่อยอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงเปิดทางให้ SpaceX ส่งดาวเทียม Starlink V3 จำนวนมาก พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอวกาศ และรองรับภารกิจดวงจันทร์หรือดาวอังคารได้


อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีสำคัญของ Starship ทั้งการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ การเติมเชื้อเพลิงในอวกาศ และการนำยานส่วนบนกลับมาใช้ซ้ำยังต้องพิสูจน์เพิ่มเติม ขณะที่ New Glenn และ Vulcan ผ่านภารกิจส่งสัมภาระสู่วงโคจรแล้ว ส่วน Neutron มีขนาดเล็กกว่าและเน้นตลาดจรวดขนาดกลาง จึงมองว่า Starship มีศักยภาพเชิงโครงสร้างสูงที่สุด แต่ยังมีความเสี่ยงด้านการดำเนินงานมากกว่าคู่แข่งในปัจจุบัน

มุมมองของ InnovestX

1. กระทบความเชื่อมั่นระยะสั้น แต่ยังไม่ใช่ความล้มเหลวเชิงโครงสร้าง

การยกเลิกก่อนปล่อยถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาจรวด และระบบความปลอดภัยทำงานตามที่ออกแบบไว้ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวย้ำว่าเป้าหมายการนำ Starship V3 กลับมาใช้ใหม่ได้เต็มรูปแบบภายในสิ้นปี 2026 ยังมีความเสี่ยงด้านเวลาและการดำเนินงานสูง โดยเฉพาะหากบริษัทพบปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาปรับปรุงมากกว่าที่คาด

2. ความล่าช้าอาจกระทบแผน Starlink และภารกิจของ NASA

หากปัญหาเครื่องยนต์ใช้เวลานานกว่าคาด อาจทำให้การส่งดาวเทียม Starlink V3 การทดสอบเติมเชื้อเพลิงในอวกาศ และตารางภารกิจดวงจันทร์ล่าช้า เนื่องจากโครงการเหล่านี้ต้องพึ่งพาความสามารถในการปล่อยจรวดซ้ำอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีต้นทุนต่ำ ความล่าช้าจึงอาจส่งผลต่อทั้งการขยายเครือข่าย Starlink และความเชื่อมั่นของลูกค้าภาครัฐ

3. มูลค่าหุ้นยังขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ยังไม่พิสูจน์เชิงพาณิชย์

แผนการเติบโตของ SpaceX อาศัยสมมติฐานว่า Starship จะสามารถรองรับการปล่อยหลายพันครั้งต่อปี รวมถึงสนับสนุนศูนย์ข้อมูลในอวกาศ ระบบสื่อสารตรงสู่โทรศัพท์มือถือ และโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ ความผิดพลาดในการทดสอบจึงอาจทำให้ตลาดปรับลดความคาดหวังต่อความเร็วในการพัฒนา เพิ่มส่วนลดความเสี่ยง และกดดันความผันผวนของหุ้นในระยะสั้น

4. จุดแข็งระยะยาวยังคงอยู่

แม้ Starship ยังอยู่ในช่วงพัฒนา แต่ SpaceX มีความได้เปรียบด้านวิศวกรรม กำลังการผลิต ประสบการณ์การปล่อยจรวด และระบบนิเวศของ Starlink โดยบริษัทมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนการปล่อยจรวดทั่วโลกในปี 2025 จึงยังคงเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมอวกาศและมีระยะห่างจากคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ หากบริษัทสามารถแก้ไขปัญหาและเดินหน้าทดสอบได้ตามแผน ความได้เปรียบเชิงโครงสร้างยังมีแนวโน้มคงอยู่

 

        InnovestX มองเหตุการณ์นี้เป็นปัจจัยลบต่อ SPCX ในระยะสั้น เนื่องจากราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังต่อความสำเร็จของ Starship ค่อนข้างสูง ขณะที่เทคโนโลยีสำคัญหลายด้านยังไม่ผ่านการพิสูจน์ในระดับเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม หากบริษัทสามารถแก้ไขปัญหาและกลับมาทดสอบได้ภายในไม่กี่วันตามที่ระบุ ผลกระทบต่อมูลค่าพื้นฐานจะยังจำกัด

    ในเชิงกลยุทธ์ นักลงทุนควรติดตามผลการทดสอบครั้งถัดไป ความสำเร็จในการส่ง Starlink V3 การจุดเครื่องยนต์ซ้ำในอวกาศ การเติมเชื้อเพลิงกลางอวกาศ และความคืบหน้าของการนำจรวดทั้งระบบกลับมาใช้ใหม่ หาก SpaceX สามารถพิสูจน์เทคโนโลยีเหล่านี้ได้ตามลำดับ จะช่วยสนับสนุนทั้งการเติบโตของ Starlink ภารกิจของ NASA และโอกาสจากโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอวกาศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อมูลค่าระยะยาวของบริษัท

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
NXB/SPCX.NB
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5