Offshore Stock Update

สรุปการประชุมจีนและสหรัฐฯปี 2026…ใครได้ประโยชน์บ้าง ?

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|18 May 26 3:19 PM
shutterstock_2612395315
สรุปสาระสำคัญ

การประชุมระหว่างสหรัฐฯและจีนในปักกิ่ง 2026 คือข้อตกลงหยุดยิงทางการค้าชั่วคราว โดยสหรัฐฯ ได้รับผลประโยชน์จากการที่จีนตกลงจัดซื้อสินค้าอุตสาหกรรมดั้งเดิมมูลค่าสูง (หนุน Boeing, Tyson Foods, Cheniere Energy และกลุ่มเกษตร ADM / Bunge) ส่วนจีนสามารถบรรเทาแรงกดดันภาษีและเปิดโอกาสทางนโยบายให้กลุ่มระบบชำระเงินสหรัฐฯ เข้าสู่ตลาด (หนุน Visa) ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูห่วงโซ่อุปทานประกอบชิป (หนุน ASE Technology) ซึ่งในภาพรวม แม้จะช่วยลดความเสี่ยงเชิงระบบและช่วยให้ตลาดทุนระยะสั้นได้พักฐาน 2–3 ปี แต่โครงสร้างความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการแยกขั้วทางเทคโนโลยีขั้นสูงยังคงดำเนินต่อไป

สรุปการประชุมจีนและสหรัฐฯปี 2026…ใครได้ประโยชน์บ้าง ?

1. บทสรุป

การประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ณ กรุงปักกิ่ง จบลงด้วยผลลัพธ์ในลักษณะข้อตกลงหยุดยิงทางการค้าชั่วคราวซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกประคองความสัมพันธ์และจำกัดความเสี่ยงไม่ให้สถานการณ์บานปลาย แต่ไม่มีการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างความสัมพันธ์ขนานใหญ่

  • กลไกบริหารความเสี่ยงระดับสถาบัน: มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วม ได้แก่ Board of Trade และ Board of Investment เพื่อทำหน้าที่พิจารณาลดภาษีศุลกากรต่างตอบแทนในกลุ่มสินค้าที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงมูลค่าเริ่มต้น 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และเปิดช่องทางพิจารณาการลงทุนของทุนจีนในสหรัฐฯ โดยลดอุปสรรคจากเกณฑ์ตรวจสอบของ CFIUS
  • ปฏิกิริยาของตลาดทุน: แม้ภาพภาพลักษณ์เชิงการทูตจะออกมาในทิศทางบวก แต่ดัชนีตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงปรับตัวลดลงในช่วงท้าย สะท้อนความกังวลของนักลงทุนว่าข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมเชิงโครงสร้างยังมีจำกัด และประเด็นความขัดแย้งทางเทคโนโลยีระดับสูงยังไม่ได้รับการคลี่คลายอย่างยั่งยืน

2. เจาะลึกรายละเอียดข้อตกลงและประเด็นสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์

การเจรจาประสบความสำเร็จในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และอุตสาหกรรมเก่าที่จัดการง่ายและเป็นผลประโยชน์ระยะสั้นเป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็นข้อตกลงทางการค้า และการเผชิญหน้าในประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ ดังนี้:

 

A. ดีลการค้ากลุ่มสินค้า Three B และพลังงาน

  • Boeing (BA): จีนตกลงซื้อเครื่องบินพาณิชย์ 200 ลำ เพื่อช่วยลดตัวเลขเกินดุลการค้า แม้ทรัมป์จะพยายามผลักดันตัวเลขเจรจาไปถึง 750 ลำ และเครื่องยนต์ของ General Electric (GE) อีก 400-450 เครื่อง แต่สถานะปัจจุบันเป็นเพียง ข้อตกลงเบื้องต้นเชิงการเมือง ยังไม่มีการลงนามยืนยันรุ่นหรือสัญญาผูกพันจริงจากสายการบินพาณิชย์อย่างเป็นทางการ
  • เนื้อวัว & สัตว์ปีก: สำนักงานศุลกากรจีน (GACC) ยอมต่ออายุใบอนุญาตนำเข้าให้โรงงานผลิตและแปรรูปเนื้อวัวของสหรัฐฯ กว่า 400 แห่ง และยอมรับเกณฑ์พื้นที่ปลอดไข้หวัดนกรายรัฐของ USDA ช่วยปลดล็อกการส่งออกสัตว์ปีกและสินค้ากลุ่มปศุสัตว์กลับเข้าจีน
  • ถั่วเหลือง & สินค้าเกษตร: จีนตั้งเป้าซื้อสินค้าเกษตรกรรมสหรัฐฯ มูลค่าอย่างน้อย 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในช่วงปี 2026-2028 (ไม่รวมถั่วเหลือง) และปฏิบัติตามโควตาจัดซื้อถั่วเหลืองเดิมที่ 25 ล้านตันในปี 2026
  • พลังงาน: จีนตกลงขยายปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบประเภท WTI (West Texas Intermediate) และก๊าซ LNG จากสหรัฐฯ โดยจะส่งเรือขนส่งน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษ (VLCC) มารับสินค้า ณ ท่าเรือหลักในรัฐเท็กซัส ลุยเซียนา และอะแลสกา ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กดดันราคาน้ำมันดิบ Brent ทะยานเหนือ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

B. การจัดตั้งสถาบันร่วมเพื่อบริหารความเสี่ยง

  • US-China Board of Trade: เน้นจัดการสินค้าการค้าทั่วไปที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติ ตั้งเป้าลดภาษีศุลกากรระหว่างกันแบบต่างตอบแทน (Reciprocal tariff reduction) ในกลุ่มสินค้าเริ่มต้นมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • US-China Board of Investment: ช่องทางด่วน (Fast-track) พิจารณาคำขอการลงทุนของจีนในสหรัฐฯ สำหรับธุรกิจในหมวดหมู่ที่ไม่ละเอียดอ่อน เพื่อลดอุปสรรคจากเกณฑ์การตรวจสอบของ CFIUS

C. ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงโลก

  • ไต้หวัน : สี จิ้นผิง ส่งสัญญาณเตือนกร้าวและตรงไปตรงมาที่สุด ว่าไต้หวันคือจุดตายที่ห้ามล่วงละเมิดเด็ดขาด หากสหรัฐฯ จัดการผิดพลาดจะเผชิญกับการปะทะทางทหารโดยตรง (Collision or clashes) ด้านทรัมป์เลือกไม่ตอบคำถามตรงๆ ว่าจะส่งทหารปกป้องหรือไม่ แต่มองว่าข้อตกลงขายอาวุธเป็นเพียงชิปต่อรองชั้นดี และระบุว่าไม่สนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราช ส่งผลให้แพ็กเกจขายอาวุธมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐของไต้หวันมีแนวโน้มถูกชะลอการส่งมอบออกไป
  • สงครามอิหร่านและวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ: ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อให้พลังงานไหลเวียนอิสระ โดยทรัมป์อ้างว่าจีนสัญญาปากเปล่าจะไม่ส่งยุทโธปกรณ์ให้อิหร่าน แต่อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่าจีนจะยังคงส่งสินค้าที่ใช้งานได้สองทางที่จำเป็นต่อโครงการขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านต่อไป
  • ฟินทานิล: จีนยอมร่วมมือในทางปฏิบัติเพื่อปราบปรามและลดการส่งออกสารตั้งต้นฟินทานิลมายังสหรัฐฯ แลกกับการบรรเทาบทลงโทษทางภาษีบางส่วน

D. เทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์

  • ประเด็นเรื่องชิปและการควบคุมการส่งออกไม่ได้ถูกยกขึ้นมาเป็นวาระหลักในการประชุมระดับผู้นำ แม้ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ จะประกาศกฎเกณฑ์ใหม่ยอมรับให้บริษัทจีน 10 แห่ง (Alibaba, Tencent, ByteDance, JD.com) สามารถสั่งซื้อชิป AI รุ่นลดสเปกอย่าง Nvidia H200 ได้รายละ 75,000 ชิป แต่ปัจจุบันยังไม่มีการส่งมอบแม้แต่ชิปเดียว เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่งออกกฎตรวจสอบซัพพลายเชนภายในประเทศ บีบให้บริษัทเทคโนโลยีในประเทศต้องเปลี่ยนไปพึ่งพาตนเองและใช้ชิปท้องถิ่นแทนเพื่อความปลอดภัยทางการเมือง

3. ผลประโยชน์ที่แต่ละประเทศได้

ประเทศ

สิ่งที่ได้รับในภาพรวม

จีน

1.ลดแรงกดดันระยะสั้น: รอดพ้นจากกำแพงภาษีระลอกใหม่ (Section 301) ในช่วงที่เศรษฐกิจภายในต้องการเสถียรภาพ

2.ชัยชนะด้านภาพลักษณ์ : การต้อนรับทรัมป์ด้วยพิธีการระดับสูงสุดช่วยขับเคลื่อนภาพลักษณ์ให้จีนดูเป็นผู้นำโลกที่มีความรับผิดชอบและมั่นคง

3.ลดแรงหนุนไต้หวัน : การใช้คำขู่ที่ดุดันบีบให้สหรัฐฯ เริ่มชะลอและทบทวนความคุ้มครองทางทหาร รวมถึงสร้างความไม่แน่นอนในสัญญาซื้อขายอาวุธกับไต้หวัน

สหรัฐอเมริกา

1.ผลประโยชน์เชิงธุรกรรม : ทรัมป์ได้ตัวเลขจัดซื้อสินค้าเกษตร พลังงาน เนื้อวัว และเครื่องบินโบอิ้ง มูลค่ามหาศาล ไปใช้เป็นผลงานทางการเมืองเพื่อเอาใจฐานเสียงในรัฐ Swing States ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม

2.กลไกควบคุมความเสี่ยง : มี Board of Trade และ Board of Investment เป็นเครื่องมือต่อรองเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยไม่ต้องเปิดฉากสงครามภาษีเต็มรูปแบบ

3.ความมั่นคงระยะสั้น ได้คำมั่นเรื่องการปราบสารตั้งต้นฟินทานิล และคำมั่นด้วยวาจาเกี่ยวกับการควบคุมไม่ให้อิหร่านขยายวงสงครามในตะวันออกกลาง



4. มุมมองของ InnovestX
uschinadealstock.png

 

5. ผลกระทบสำคัญและกลยุทธ์การลงทุน

5.1 ห่วงโซ่อุปทานเปลี่ยน

สหรัฐฯ กับจีนไม่ได้ตัดขาดกันถาวร แค่เปลี่ยนมาค้าขายกันผ่านตัวกลาง ทำให้ยอดค้าขายตรงลดลง แต่เม็ดเงินไหลอ้อมผ่านประเทศที่สามอย่าง อาเซียน และเม็กซิโก แทน

  • มุมมอง: เปลี่ยนจากการลงทุนในหุ้นที่ค้าขายกับสหรัฐฯ-จีนโดยตรง ไปมุ่งหาหุ้นที่เป็นทางผ่านการค้า เช่น กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม, โครงสร้างพื้นฐาน และโลจิสติกส์ในไทย เวียดนาม และเม็กซิโก


5.2 นโยบายสหรัฐเป็นการบิดเบือนตลาดโภคภัณฑ์

ดีลนี้ไม่ใช่ความต้องการซื้อตามกลไกตลาดปกติ (เพราะจีนกำลังโตทางสาย EV) แต่จีนยอมควักเงินซื้อน้ำมันดิบและสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เพื่อจ่ายเป็นค่าคุ้มครองทางการเมืองและลดความเสี่ยงขนส่งผ่านตะวันออกกลางยามสงคราม

  • มุมมอง: เป็นบวกต่อกลุ่มต้นน้ำและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสหรัฐ เช่น EPD และ Cheniere - LNG ที่จะได้ค่าเช่าคลังและค่าผ่านท่อเพิ่มขึ้น แต่ในระยะยาวจะกดดันส่วนต่างราคาน้ำมัน (Spread) และระบบโลจิสติกส์การเดินเรือโลก

5.3 ไต้หวันเป็นเครื่องมือต่อรองของจีน

จีนขู่เรื่องไต้หวันได้ผล ส่วนทรัมป์ก็แสดงท่าทีชัดเจนว่าพร้อมจะชะลอการส่งมอบอาวุธให้ไต้หวัน เพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและข้อตกลงเรื่องอิหร่านจากจีน

  • มุมมอง: สินทรัพย์ที่พึ่งพาไต้หวันโดยตรง เช่น กลุ่ม Wafer Fabs ขั้นสูง (TSMC) จะเผชิญความผันผวนสูงตามกระแสข่าว ตลอดการประชุมร่วมที่นัดหมายไว้ในเดือน ก.ย., พ.ย. และ ธ.ค. 2026

5.4 การแบ่งแยกขั้วเทคโนโลยีชัดเจน

แม้สหรัฐฯ ผ่อนปรนให้ซื้อชิป Nvidia H200 ได้ แต่จีนมีบทเรียนในอดีต ทำให้ไม่รีบร้อนซื้อชิแ และหันไปใช้กฎระเบียบภายในสกัดกั้นแทน เนื่องจากรู้ว่าสหรัฐฯ มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้พอการประชุมในคราวนี้นี้ไม่มีดีลเทคใหญ่ จีนเลยเลือกที่จะเดินหน้าแบนซอฟต์แวร์สหรัฐฯและพัฒนาเทคตัวเองถาวร

  • มุมมอง: เทคฯใหญ่จีน (Alibaba, Tencent) จะทุ่มเงินทุน 100% เพื่อพัฒนาชิปท้องถิ่น (Huawei Ecosystem, SMIC) ส่งผลให้อุปสงค์ระยะยาวและตลาดรวม (TAM) ของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์และซอฟต์แวร์สหรัฐฯ (NVDA, AVGO) ในจีนหดตัวลงเร็วกว่าที่ตลาดคาด

 

5.5 ความร่วมมือกันระหว่างจีนและสหรัฐฯในระยะสั้นช่วยลดความผันผวนตลาดได้

ถึงสองฝั่งจะคิดไม่เหมือนกันในระยะยาว แต่การตั้งคณะทำงานร่วม (Board of Trade / Investment) และการล็อกตารางประชุมกันต่อตลอดปี 2026 ช่วยทำให้สงครามภาษีบานปลายรุนแรงแบบไม่มีการควบคุม

  • มุมมอง: กลไกนี้ลดแรงกดดันแก่ตลาดทุนอย่างน้อย 2-3 ปี ช่วยจำกัดเขตความเสียหายและลดโอกาสเกิดความเสี่ยงในกรณีเลวร้ายสุดและส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

 

 

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5