Thai Stock Update

BCP: สรุปประเด็นสำคัญการประชุมนักวิเคราะห์ (โทนการประชุม – เป็นบวก)

By ชัยพัชร ธนวัฒโน, IAA|24 Aug 26 6:17 PM
Slide1
สรุปสาระสำคัญ
  • จากการประชุมนักวิเคราะห์ ผู้บริหาร BCP ยังมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มผลประกอบการในระยะกลางจากภาวะตึงตัวของตลาดน้ำมันสำเร็จรูป การเติบโตของ SAF และการขยายธุรกิจ Trading และธุรกิจพลังงานต้นน้ำ ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการเงินและการลงทุน รวมทั้งเน้นให้ความสำคัญต่อผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากช่วงการลงทุนขนาดใหญ่เข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลตอบแทนและเพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ตธุรกิจ โดยยังเน้นความมั่นคงด้านพลังงาน ความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน และประสิทธิภาพในการใช้เงินทุนเป็น 3 ประเด็นหลัก เราคงมุมมองเชิงบวกต่อ BCP และคำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 54 บาท  
  • ประเด็นหลักของการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจเปลี่ยนจากการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) สู่ความมั่นคงและความยืดหยุ่นของระบบพลังงาน (Energy Security and Resiliency) โดยผู้บริหารได้สะท้อนมุมมองจากเวทีผู้นำระดับโลกว่าโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น ขณะที่ AI กำลังดึงเม็ดเงินลงทุนระยะยาวจำนวนมหาศาลออกจากภาคพลังงาน ส่งผลให้ประเด็น "Energy Security" และ "Energy Resiliency" กลายเป็นปัจจัยสำคัญมากกว่าการมุ่งสู่พลังงานสะอาดเพียงอย่างเดียว ดังนั้น BCP จึงปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจเพื่อสร้างความยืดหยุ่นต่อความผันผวนของโลกในระยะยาว
  • ผู้บริหารยังมองบวกต่อธุรกิจโรงกลั่นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยบริษัทมองว่าตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปยังอยู่ในภาวะตึงตัว จากกำลังการกลั่นโลกที่หายไปราว 6-6.5 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่โรงกลั่นทั่วโลกเดินเครื่องในระดับสูงและเลื่อนการซ่อมบำรุงออกไป ทำให้ Crack Spread โดยเฉพาะกลุ่มดีเซลยังอยู่ในระดับสูง ผู้บริหารจึงเชื่อว่าธุรกิจโรงกลั่นยังอยู่ในช่วงที่มีความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง และอาจถือเป็นยุคทองของธุรกิจโรงกลั่นในช่วง 2 ปีข้างหน้า
  • การปรับพอร์ตธุรกิจเริ่มเห็นผลชัดเจน ซึ่งการแยกธุรกิจ Trading ออกมาเป็นหน่วยงานเฉพาะและการรวมธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และเชื้อเพลิงชีวภาพ ไว้ภายใต้ห่วงโซ่มูลค่าเดียวกัน เริ่มสร้างประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม บริษัทสามารถบริหารห่วงโซ่อุปทาน การจัดหาน้ำมัน และบริหารการทำกำไรตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่าได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผลประกอบการ 2Q26 อยู่ในระดับโดดเด่นเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม
  • ธุรกิจ SAF กลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ของกลุ่ม โรงงาน Sustainable Aviation Fuel (SAF) กำลังการผลิต 7 KBD เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 โดยใช้น้ำมันพืชใช้แล้ว (UCO) เป็นวัตถุดิบหลัก และส่งออกสินค้าไปยุโรปแล้วหลาย Cargo ผู้บริหารมั่นใจว่าความต้องการ SAF จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามข้อกำหนดการผสมเชื้อเพลิงของสายการบินทั่วโลก และคาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับที่น่าสนใจ
  • ธุรกิจ Trading ถูกวางให้เป็นเครื่องยนต์หลักในการผลักดันรายได้สู่ 1 ล้าน ลบ. ผู้บริหารตั้งเป้าเพิ่มกำไรจาก Trading จากระดับราว 1 พัน ลบ. ในปัจจุบันเป็น 5 พัน ลบ. ภายในปี 2031 ผ่านการขยายธุรกิจ Crude Trading, Product Trading, Biofuel Trading, Logistics และ Derivatives โดยมีเป้าหมายให้ Trading เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้รวมของกลุ่มสู่ระดับ 1 ล้านล้านบาท ในอนาคต ขณะที่ยังคงเน้นการเติบโตแบบมีคุณภาพและควบคุมความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
  • ธุรกิจพลังงานต้นน้ำ (สำรวจและผลิต) กลายเป็นเสาหลักใหม่ของกลุ่ม บริษัทมองว่าการลงทุนต้นน้ำมีความสำคัญมากขึ้น หลังการลงทุนสำรวจและผลิตน้ำมันทั่วโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลัง COVID-19 ขณะที่อุปสงค์ยังไม่ลดลง ผู้บริหารเชื่อว่าโลกอาจเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันในช่วงหลังปี 2030 จึงเร่งสร้าง Portfolio ด้าน Upstream ผ่านการลงทุนร่วมกับ OKEA ในประเทศนอร์เวย์ และโครงการสำรวจร่วมกับ Chevron ในประเทศไทย รวมถึงการพิจารณาดีล M&A อย่างต่อเนื่อง
  • BCPG จะเน้นบทบาท "Cash Flow Stabilizer" หลังการขายสินทรัพย์โรงไฟฟ้าบางส่วนในสหรัฐฯ ผู้บริหารมองว่า BCPG จะเน้นสร้างกระแสเงินสดที่มีเสถียรภาพผ่านพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจ Energy Infrastructure มากขึ้น โดยเฉพาะคลังน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก SAF รวมถึงโอกาสจาก Data Center และ Direct PPA ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย
  • ฐานะการเงินยังแข็งแรงและมี Capacity สำหรับการเติบโต บริษัทมี Net Debt ประมาณ 1 แสน ลบ. หลังหักเงินสด และมี Net Debt/EBITDA ต่ำกว่า 2x ขณะที่ D/E อยู่ราว 1.0x ซึ่งผู้บริหารมองว่ายังมีศักยภาพรองรับการลงทุนและ M&A ในอนาคตได้อีกมาก ผู้บริหารส่งสัญญาณชัดเจนว่าการเติบโตในอนาคตจะไม่ใช่การลงทุนเพื่อขยายขนาดเพียงอย่างเดียว แต่ทุกโครงการต้องผ่านเกณฑ์ด้านผลตอบแทนและ Synergy กับกลุ่ม หากไม่มีโครงการที่ผ่านเกณฑ์ บริษัทพร้อมนำเงินไปลดหนี้ ซื้อหุ้นคืน หรือคืนให้ผู้ถือหุ้น แทนการเร่งลงทุนโดยไม่มีความจำเป็น
  • BCP ยังคงเป้าหมาย EBITDA แตะ 1 แสน ลบ. ภายในปี 2030 และผลักดันรายได้สู่ระดับ 1 ล้าน ลบ. เพื่อก้าวเข้าสู่ Fortune Global 500 ในอนาคต โดยผู้บริหารเชื่อว่าการผสานธุรกิจ Refining, Trading, Upstream และ Infrastructure เข้าด้วยกัน จะช่วยให้บริษัทเติบโตได้ทั้งในเชิงขนาดและคุณภาพของผลกำไร
  • ผู้บริหารยืนยันว่าโครงการ Share Buyback ยังคงดำเนินต่อไป โดยสาเหตุที่ซื้อคืนได้น้อยในช่วงก่อนหน้าเกิดจากข้อจำกัดช่วง Blackout Period และธุรกรรมสำคัญหลายรายการ เช่น การเข้าซื้อกิจการในฮ่องกง ทั้งนี้ผู้บริหารยังมองว่าหุ้น BCP มีมูลค่าต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน
  • บริษัทเชื่อว่าการแข่งขันในธุรกิจการตลาดจะยังรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง แต่ปัจจัยสำคัญจะไม่ใช่เพียงราคาน้ำมันอีกต่อไป โดยจะขึ้นอยู่กับ Customer Experience, Loyalty Program, EV Charging และ Non-Oil Ecosystem มากขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่ BCP กำลังเร่งลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • สำหรับแนวทางการจ่ายเงินปันผลในอนาคต ฝ่ายบริหารระบุว่าหากไม่มีโอกาสลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสม บริษัทพร้อมนำกระแสเงินสดส่วนเกินไปลดหนี้ ซื้อหุ้นคืน หรือคืนประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้น โดยย้ำว่าการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้ผู้ถือหุ้นยังเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของกลุ่ม
  • มุมมองของ INVX: เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและผลประกอบการของ BCP ในระยะยาว ซึ่งบริษัทมีผลงานการเติบโตของกำไรที่โดดเด่นและพิสูจน์ได้ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้เรามองว่าการจ่ายเงินปันผลจะมีความต่อเนื่องและให้ผลตอบแทนจูงใจต่อนักลงทุน เราคงคำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 54 บาท

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์

ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

 

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

Stocks Mentioned
BCP.BK
Author
Slide12
ชัยพัชร ธนวัฒโน, IAA

นักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5