
ผู้บริหารยังส่งสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มระยะยาวของ PTTEP โดยมองว่าบริษัทกำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตใหม่ภายใต้ธีม Energy Security ใช้แหล่งก๊าซในประเทศเป็นฐานสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ขณะเดียวกันเพิ่มบทบาทสินทรัพย์ต่างประเทศเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและกระจายแหล่งรายได้ในอนาคต INVX คงคำแนะนำ OUTPERFORM ราคาเป้าหมาย 170 บาท
ผู้บริหารของ PTTEP เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านผู้นำองค์กรที่เป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมส่งต่อบริษัทสู่ผู้บริหารรุ่นใหม่ภายใต้ทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่ต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา PTTEP ได้พัฒนาจากบริษัทขนาดเล็กที่มีบทบาทหลักในการร่วมลงทุนสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศ สู่การเป็นผู้เล่นสำคัญด้านพลังงานของภูมิภาค ขณะที่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถรักษาการเติบโตของปริมาณการผลิตผ่านทั้งการพัฒนาแหล่งผลิตเดิมและการเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในต่างประเทศ ซึ่งช่วยชดเชยการลดลงตามธรรมชาติของแหล่งผลิตเดิมในประเทศไทย
ผู้บริหารมองว่าภูมิทัศน์อุตสาหกรรมพลังงานโลกได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยประเด็น Energy Security กลับมาเป็นวาระสำคัญของหลายประเทศ หลังเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และวิกฤตพลังงานในหลายภูมิภาค PTTEP จึงได้ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับบทบาทการเป็นผู้รักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยมากขึ้น ผ่านการเร่งพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติในประเทศและการรักษาระดับการผลิตจากอ่าวไทย เพื่อช่วยลดการพึ่งพา LNG นำเข้า ซึ่งยังมีต้นทุนสูงกว่าก๊าซจากแหล่งผลิตในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
ในระยะยาว PTTEP ตั้งเป้าสร้างการเติบโตผ่านพอร์ตสินทรัพย์ต่างประเทศมากขึ้น โดยบริษัทคาดหวังว่าอีก 10 ปีข้างหน้า กำไรมากกว่าครึ่งหนึ่งจะมาจากโครงการต่างประเทศ จากปัจจุบันที่ประเทศไทยยังเป็นฐานรายได้หลัก ทั้งนี้ผู้บริหารย้ำว่าการขยายการลงทุนจะยังเน้นพื้นที่ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญและมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ เช่น มาเลเซีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ มากกว่าการเข้าไปลงทุนในประเทศใหม่ที่มีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบหรือโครงสร้างพื้นฐานสูง
สำหรับแนวโน้มตลาดพลังงาน ผู้บริหารประเมินว่าราคาน้ำมันดิบในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ US$80-90/bbl โดยได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และข้อจำกัดของอุปทานโลก ขณะที่ราคาก๊าซยังอยู่ในระดับสูงจากปัจจัยเดียวกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติจะยังเติบโตต่อเนื่องในฐานะเชื้อเพลิงเปลี่ยนผ่าน (Transition Fuel) และยังไม่เห็นพลังงานทางเลือกใดที่สามารถเข้ามาทดแทนก๊าซธรรมชาติได้อย่างมีนัยสำคัญในช่วง 10 ปีข้างหน้า
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการประชุมครั้งนี้คือความสำเร็จในการนำโครงสร้างแท่นผลิตปิโตรเลียม (Jacket Platform) กลับมาใช้ใหม่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยโครงการดังกล่าวสามารถลดต้นทุนการลงทุนได้เกือบ 50% ลดระยะเวลาก่อสร้างจากเกือบ 20 เดือนเหลือเพียง 7-8 เดือน และช่วยลดต้นทุนการรื้อถอนในอนาคต ทั้งยังสนับสนุนเป้าหมายด้าน ESG ผ่านการลดการใช้เหล็กใหม่และลดการปล่อยคาร์บอนจากกระบวนการผลิตอุปกรณ์ใหม่ โดยบริษัทมีแผนขยายแนวทางดังกล่าวเพิ่มเติมอีกประมาณ 10 แท่นในช่วง 3 ปีข้างหน้า
ด้านโครงการสำคัญในประเทศ PTTEP ยังคงเดินหน้าการเพิ่มกำลังผลิตก๊าซจากแหล่ง G1/61 และ G2/61 อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมเร่งพัฒนาแหล่ง G3/65 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตก๊าซได้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ขณะที่โครงการในเมียนมา มาเลเซีย โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และแอลจีเรีย ยังคงดำเนินไปตามแผน โดยผู้บริหารยืนยันว่าไม่มีแผนถอนการลงทุนจากตะวันออกกลาง และยังมองเห็นโอกาสการสร้างมูลค่าเพิ่มเติมในภูมิภาคดังกล่าว
ในด้านผลประกอบการ บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ US$833mn เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งทั้ง QoQ และ YoY จากปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น รวมถึงผลบวกจากสินทรัพย์ที่เข้าซื้อในช่วงที่ผ่านมา เช่น A18, SK405B และ SK408 โดยผู้บริหารระบุว่าการเข้าซื้อกิจการในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเริ่มสร้างผลตอบแทนเชิงพาณิชย์อย่างชัดเจนและจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในอนาคต
แม้ว่าต้นทุนต่อหน่วยจะปรับตัวสูงขึ้นจากกิจกรรมพัฒนาแหล่งผลิต การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ และกิจกรรมซ่อมบำรุง แต่บริษัทยังคงเป้าหมายต้นทุนต่อหน่วยทั้งปีไว้ที่ประมาณ US$30/BOE พร้อมคาดว่าจะรักษา EBITDA Margin ได้ในระดับใกล้ 70% สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ยังแข็งแกร่ง
PTTEP ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีเงินสดในมือราว US$2.4bn และ D/E เพียง 0.26x ทำให้บริษัทมีความพร้อมทั้งสำหรับการลงทุนในโครงการใหม่ การเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติม และการรองรับความผันผวนของตลาดพลังงานในอนาคต ขณะเดียวกันบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ Bt4.50/หุ้น สะท้อนความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดและผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf