Comment
- เราคาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิ 2Q26 สำหรับ TU มีโอกาสจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน (หากรวมผลบวกจากการได้รับเงินคืน US tariff refund กับ Core operation ที่มี SG&A เพิ่มขึ้นหักล้างยอดขายที่แข็งแกร่งและ GPM ที่ดี) และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน
- 1) เราคาดการณ์แนวโน้มกำไรปกติจากการดำเนินงาน 2Q26 อยู่ที่ประมาณ 1.1 พันลบ. ลดลงจากปีก่อนที่ 1.2 พันลบ. แต่ดีกว่าไตรมาสก่อนที่ประมาณ 800 ลบ.โดยกำไรที่ลดลง YoY เกิดจาก SG&A ที่เพิ่มขึ้น จากค่าขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันเป็นหลัก และมีส่วนของค่าใช้จ่ายภาษีนำเข้า US tariff และค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย หักล้างกับ 1) ยอดขายที่เพิ่มขึ้น 3-4% YoY จากการเติบโตทั้งยอดขายและราคาขายในเกือบทุกธุรกิจ 2) GPM ที่ทรงตัว YoY โดยเกิดจาก GPM ในธุรกิจ ambient เพิ่มขึ้น (GPM OEM เติบโต และมีสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่ม) หักล้างกับ GPM ในธุรกิจ Frozen ที่ทรงตัว (GPM กุ้งที่ขยายตัวจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวลง หักล้างกับ GPM ธุรกิจ Feed ที่หดตัวจากฐานสูงปีก่อน) และธุรกิจ Petfood ที่ลดลง (ต้นทุนวัตถุดิบ packaging & tuna เพิ่มขึ้น)
- 2) เรายังไม่ได้รวมผลบวกการได้รับเงินคืน US tariff refund เข้ามาในงบ TU ใน 2Q26 เนื่องจากยังไม่มีรายละเอียดของจำนวนเงินที่จะบันทึกเข้ามา อนึ่ง TU ได้ยื่นเรื่องขอรับเงิน US tariff refund คืนตั้งแต่ 20 เม.ย. 2026 (อัตราภาษี US tariff อยู่ที่ 19% ในช่วงเดือนส.ค. 2025 - ปลายก.พ. 2026 ก่อนจะปรับลดลงมาเหลือ 10% หลังจากนั้น) ซึ่ง TU คาดว่ากระบวนการจะใช้เวลา 2–3 เดือนสำหรับธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป (branded & OEM) และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (OEM) และ 6 เดือนถึง 3 ปีสำหรับธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง (OEM) โดยเราคาดว่าใน 2Q26 TU จะเริ่มมีการได้รับเงินคืน US tariff เข้ามาในผลประกอบการบางส่วน โดยเงินที่ได้รับคืนในส่วน OEM จะมีการส่งผ่านคืนให้กับผู้ซื้อ (ผู้ซื้อรับภาระภาษีนำเข้าไปก่อนหน้า) ขณะที่เงินที่ได้รับคืนในส่วน Branded น่าจะมีการบันทึกรายการเป็นส่วนลดของต้นทุน (เพิ่ม GPM) สำหรับ TU (TU รับภาระภาษีนำเข้าไปก่อนหน้า)
- มองไปข้างหน้า TU คาดว่าแนวโน้มราคาปลาทูน่ามีโอกาสปรับตัวลดลง (จากระดับก่อนสงครามที่ US$1500/ton ในเดือนม.ค.-ก.พ. ไปอยู่ที่ US$2000/ton ในเดือนมี.ค. และอยู่ที่ US$1700/ton ในเดือนพ.ค.) จากภาวะสงครามที่คลี่คลายลง และคาดการณ์ว่าการเกิดเอลนีโญในรอบนี้ จะทำให้ราคาปลาในฝั่ง West Pacific (TU ซื้อปลาเป็นหลัก) ต่ำกว่า East Pacific (Ecuador) ในระยะถัดไป รวมถึงค่าขนส่ง (Freight cost) น่าจะลดลงตามราคาน้ำมัน และทำให้บริษัทยังคงเป้าหมาย SG&A/sales ในปีนี้ แม้ว่าครึ่งปีแรกจะยังอยู่ในกรอบบนที่บริษัทตั้งเป้าไว้
- เราคาดแนวโน้ม 2Q26 กำไรสำหรับ TU ยังเด่นที่สุดในกลุ่มอาหาร ยังคงแนะนำ Outperform สำหรับ TU
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf