Keyword
Global Morning Routine

INVX Global Morning Routine - 23 พ.ย. 2566

23 Nov 23 10:00 AM
Slide547d088a8-7d43-48e0-a3f3-41a2d49b79a7-20240912050000

บทสรุป

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นถึงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจในสหรัฐฯช่วงคืนวานนี้จะออกมาชะลอตัวลงทั้งตัวเลขแรงงานและสินค้าคงทน แต่ยังคงมีแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่คาดว่าว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯแข็งแกร่งพอที่จะหลีกเลี่ยง Recession ได้ ขณะที่ทางฝั่งจีนและอังกฤษมีภาพนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจใหม่ออกมา

กระแสเงินในวันที่ 21 พ.ย. 2023 1) ตราสารหนี้มีเงินไหลมีความผันผวนมากขึ้น โดยเริ่มเห็นแรงขายในพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ระยะสั้นมองว่าเป็นแรงขายหลังจากตลาดมีมุมมองว่าธนาคารกลางสหรัฐปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2) มีแรงซื้อในหุ้นธีม Growth และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นหลังจากเห็นแนวโน้มการฟื้นตัวชัดเจนและ Yield ปรับตัวลดลง 3) มีแรงซื้อในตลาดหุ้นจีนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการฟื้นตัว 4) มีแรงขายในตลาดหุ้นญี่ปุ่นจากแนวโน้มค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น 5) มีแรงขายในกลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มขึ้นจากแนวโน้มอุปสงค์ชะลตัวลงและความไม่ชัดเจนของท่าทีของ OPEC+ 6) มีแรงขายในหุ้นกลุ่ม Healthcare อย่างต่อเนื่อง

Russia-Ukraine ไม่มีพัฒนาการเชิงบวก ด้านราคาถ่านหินในยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.9% ราคาก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 1.2% ส่วนต่างดอกเบี้ยของกลุ่ม IG ทั่วโลกปรับตัวลดลง 2bps ส่วนตราสาร HY ปรับลดลง 8bps ขณะที่ตลาดหุ้นจีนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม Reopening ในจีนภาพรวมปรับตัวลดลง 0.9% ระยะสั้นราคาหุ้นค่อนข้างผันผวน ราคาหุ้นปรับเปลี่ยนไปตาม Sentiment ตลาดมากกว่าปัจจัยพื้นฐาน

ในสัปดาห์นี้รัฐบาลท้องถิ่นและธนาคารกลางมีแผนสนับสนุนภาคอสังหาริมทรัพย์ผ่านการลด Down Payment และลดข้อกำหนด รวมถึงมีการให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้เพิ่มขึ้น โดยเมืองเซินเจิ้นและกวางโจวมีการปรับลด Down Payment สำรับบ้านหลังที่สองลงเหลือ 40% และมีการปรับข้อจำกัดสำหรับราคาบ้านโดยไม่มีเงื่อนไข นอกจากนี้ธนาคารกลางจีนมีการปรับ Guideline สำหรับการเติบโตของเงินกู้ อย่างไรก็ดีเรามองว่าภาพนี้จะทำให้ภาคธนาคารจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในทาง NPL จะเพิ่มขึ้นและการตั้งสำรองจะเพิ่มขึ้น หากว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไม่ฟื้นตัวอย่างที่คาด ทำให้เราค่อนข้างกังวลตรงจุดนี้ แต่มองว่ามีมาตรการดีกว่าไม่มีซึ่งจะช่วยให้ความเสี่ยงลดลงในระยะสั้น

บริษัทค้าปลีกหลายแห่งเผยผลประกอบการที่อ่อนแอ โดย LOW และ BBY ปรับลดคาดการณ์รายได้ทั้งปี รวมถึง BBY ยังเตือนรายได้ในช่วงวันหยุดจะชะลอตัว ซึ่งภาพงบของกลุ่มค้าปลีกที่ออกมายังคงยืนยันได้ว่าบริษัทที่มีสัดส่วนสินค้า Discretionary เยอะจะมีแรงกดดันจากการใช้จ่ายที่ชะลอตัวลงมากกว่ากลุ่มที่มีสินค้าจำเป็น เช่น LOW มีธุรกิจ DIY คิดเป็นประมาณ 75% ของฐานลูกค้าบริษัท ด้วยภาพนี้ทำให้เรายังคงมุมมองเดิมและอยู่ในบริษัทที่มีสัดส่วนสินค้าจำเป็นเยอะที่มีความผันผวนน้อยกว่าอย่าง WMT

                                          ท่านสามารถอ่านและดาวน์โหลดเอกสารได้จาก Global morning routine_231123_T
                                          Most Read
                                          1/5
                                          Related Articles
                                          Most Read
                                          1/5