เคาะซื้อ Weekly strategy

คำแนะนำการลงทุน InnovestX ในช่วงตลาดผันผวน Stay Calm and Build Up Your Core & Satellite Portfolio

By วิศกรณ์ คีรีวรรณ, CFA|7 Aug 24 10:17 AM
20240807-core-satellite-building-20240911150308
สรุปสาระสำคัญ

สรุปคำแนะนำลงทุนจาก InnovestX

1. ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงทั่วโลก InnovestX มองเป็น ปัญหาเชิงเทคนิคจากการ unwind Yen carry trade มากกว่าปัญหาเชิงพื้นฐานที่จะดึงเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรง 

(*Yen carry trade คือ การกู้ยืมเงินในสกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เช่น เงินเยน แล้วนำเงินนี้ไปลงทุนต่อในสกุลเงินที่มีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า)
2. เรามองเหตุการณ์นี้เป็นจังหวะที่ดีในการปรับพอร์ตสำหรับการลงทุน โดยแนะนำทยอยเข้าลงทุนในหุ้นโลก (Global Equity) ที่เน้นหุ้นคุณภาพ และมีการกระจายการลงทุนไปในกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลาย 
3. มองเห็นโอกาสการลงทุนในตราสารหนี้โลก โดยเน้นกองทุนที่มีการบริหารแบบเชิงรุก (Active Management) โดยหาจังหวะเพิ่มการลงทุนเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือ บอนด์ยีลด์ ปรับตัวสูงขึ้น   
4. ในด้านสินทรัพย์ทางเลือกเรายังแนะนำการลงทุนในทองคำเป็นหลัก เพื่อใช้ป้องกันความเสี่ยงทางการเมืองและความผันผวนของตัวเลขเศรษฐกิจมหภาค
5. เราควรซื้อทั้งหมด ณ วันนี้เลยหรือไม่? แม้สถิติที่ InnovestX นำเสนออาจทำให้ดูน่าสนใจแก่การลงทุนในเวลานี้ โดยเฉพาะค่าความผันผวน หรือดัชนี VIX อยู่ในระดับสูง แต่ก็ควรคำนึงถึงสภาพคล่องและการบริหารเงินด้วย (Money management) เราจึงแนะนำให้จัดสรรเงินเพื่อทยอยลงทุนตามกลยุทธ์ Core & Satellite Strategy ซึ่งเวลานี้เป็นจังหวะที่ดีแก่การสร้างพอร์ตลงทุน

1. เรามองว่าความผันผวนและการปรับตัวลงของตลาดหุ้นทั่วโลกครั้งนี้ เกิดจากปัจจัยทางเทคนิคที่เรียกว่า Yen Carry Trade Unwinding มากกว่าเป็นปัญหาเชิงพื้นฐานที่จะดึงเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำรุนแรง (Hard Landing) ทั้งนี้ Yen carry trade เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่นักลงทุนใช้ในการกู้ยืมเงินในสกุลเยนญี่ปุ่นซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยต่ำและนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้นหรือพันธบัตรของประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดการ unwinding หรือการกลับตัวของ yen carry trade จะส่งผลกระทบต่อทั้งตลาดการเงินและเศรษฐกิจโดยรวม โดยสาเหตุของการ unwinding ในครั้งนี้เกิดจากธนาคารกลางญี่ปุ่นมีนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น หลังจากที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้น และทำให้นักลงทุนต้องคืนเงินกู้ในสกุลเยนมากขึ้น ส่งผลให้มีการขายสินทรัพย์ที่ลงทุนไปในตลาด

2. มองตัวเลขภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดแรงงานดูอ่อนแอลง ในเบื้องต้นเราได้ทำ Check list ของ Recession ดังเช่นรายการเคาะซื้อ เมื่อวันที่ 5 – 9 สิงหาคมที่ผ่านมา พบว่าเศรษฐกิจโดยรวมมีตัวเลขที่ชะลอตัวลง แต่ไม่ได้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอย

รูปประกอบ 1 Check list ของภาวะ Recession 

Check list ของภาวะ Recession

 

ทั้งนี้เศรษฐกิจและตลาดแรงงานที่เริ่มชะลอตัวจะช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อลง ทำให้ Fed เริ่มดำเนินนโยบายการผ่อนคลาย (easing) ได้เร็วขึ้น หากพิจารณาดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ตอนนี้ที่ระดับ 5.25% - 5.5% จะเห็นว่า Fed มีกระสุนในการผ่อนคลายนโยบายการเงินได้อีกมาก ซึ่งนอกจาก Fed แล้ว ตอนนี้ทิศทางของธนาคารกลางส่วนใหญ่ของโลกจะอยู่ในภาวะผ่อนคลายเป็นส่วนมาก สำหรับธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เองหลังจากขึ้นดอกเบี้ย 0.1% แล้วส่งผลให้เกิด yen carry trade unwinding เรามองว่า BOJ จะมีความระมัดระวังมากขึ้น เพราะการฟื้นตัวของญี่ปุ่นปัจจุบันเองก็ยังเปราะบางอยู่มาก ในขณะที่ธุรกิจหลักอย่างยานยนต์กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่

3. ปัจจุบันนักลงทุนกลัวมากไปหรือไม่ ถ้าพิจารณาระดับของความกลัวของนักลงทุนจาก VIX Index ที่รอบนี้ปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ระดับ 65 จุด อาจสรุปได้ว่าเป็นภาวะ Extremely panic ซึ่งเป็นระดับเดียวกับวิกฤติเศรษฐกิจ หากวัดจากระดับ VIX index ที่พุ่งขึ้นไประดับไปที่ 65 ในอดีต มีเพียง ปี 2008 (วิกฤติแฮมเบอเกอร์), ปี 2020 (วิกฤติ COVID) และหากเราลองดูสถิติการลงทุนหุ้น ณ VIX index extremely high (ตลาดตกใจ) และถือไว้ 3 - 6 เดือนขึ้นไป สถิติชี้ส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก และมี Risk/Reward ที่คุ้มค่า ในการพิจารณาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเช่นหุ้น  

รูปประกอบ 2 INVX ทำการศึกษาในดัชนี NASDAQ 100 นับตั้งแต่ 1990 – 2024 พบโดยเฉลี่ยผลตอบแทนการลงทุนและความเสี่ยงใน NASDAQ 100 มักจะเกิดขึ้นในช่วง 3 – 6 เดือนหลัง VIX แตะระดับ 40 – 50 จุดขึ้นไป 

NASDAQ 100 นับตั้งแต่ 1990 – 2024 พบโดยเฉลี่ยผลตอบแทนการลงทุนและความเสี่ยงใน NASDAQ 100 มักจะเกิดขึ้นในช่วง 3 – 6 เดือนหลัง VIX แตะระดับ 40 – 50 จุดขึ้นไป

4. มองการเติบโตของกำไร (EPS growth) ของดัชนี S&P500 อยู่ในระดับที่มากกว่า +10% และ 17% สำหรับปี 2024 และ 2025 ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นระดับที่ดี และที่สำคัญคือการเติบโตจะเริ่มกระจายไปในหุ้นขนาดกลาง-ขนาดเล็กมากขึ้นซึ่งทำให้ภาพรวมดีมากขึ้น (Healthy มากขึ้น) 

5. ราคาหุ้นหลายตัวปรับลดลงมาอยู่ที่น่าสนใจ (key level) โดยเฉพาะดัชนี S&P500, ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลงมาอยู่บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ซึ่งถือว่าเป็นแนวรับที่สำคัญในเชิงปัจจัยทางเทคนิค

ควรทำอย่างไรในภาวะแบบนี้?

 
ทาง InnovestX แนะนำให้นักลงทุนใจเย็นพร้อมทั้ง “ตั้งสติ” และ “พิจารณา” เนื่องจากการลงทุนไม่ใช่เป็นเพียงการวิ่ง 100 เมตรเพื่อให้ถึงเส้นชัยเร็วที่สุด หากแต่เป็นการวิ่งมาราธอน ที่ต้องอดทนกับภาวะตลาด อีกทั้งยังต้องมีวินัยไม่ย่อท้อจนกว่าจะถึงเป้าหมายปลายทาง 
 

จากสถานการณ์ในปัจจุบัน เนื่องจากการปรับตัวลงดังกล่าวใกล้เคียงกับเหตุการณ์ Black Monday 1987 ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงค่อนข้างรุนแรงและสร้างความหวาดกลัวให้กับนักลงทุนเป็นวงกว้างจากทั้งประเด็นข่าวที่ถาโถมเข้ามาและความไม่ชัดเจนของสถานการณ์ตลาด เราอ้างอิงจากรายการเคาะซื้อเมื่อวันที่ 29 ก.ค. – 2 สิงหาคม 2024 แนะนำให้นักลงทุนสำรวจสัดส่วนการลงทุนตามกลยุทธ์ Core & Satellite Strategy และกำหนดกลยุทธ์การลงทุนดังแผนภาพด้านล่าง

แนวทางการจัดพอร์ต และควรทำเช่นไร เพื่อรับมือเลือกตั้งสหรัฐฯ

กรณีที่นักลงทุนยังไม่มีแผนลงทุน Core portfolio เพียงพอตาม เราแนะนำว่าการลงของหุ้นในปัจจุบันเป็นจังหวะที่น่าสนใจแก่การสะสม Core portfolio โดยสามารถเพิ่มการลงทุนในตลาดหุ้นโลก โดยเน้นไปที่การลงทุนในหุ้นที่มีคุณภาพสูงมีการกระจายการลงทุนในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม จากประเด็น Valuation ที่ถูกลงและการเติบโตโดยรวมของกำไรยังเป็นบวก ทั้งนี้ควรแบ่งการลงทุนในตราสารหนี้โลกในสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อลดควาผันผวนของการลงทุน โดยเน้นกองทุนที่มีการบริหารแบบ Active ทั้งในแง่ประเภทของตราสารหนี้ และอายุของตราสาร โดยหาจังหวะเพิ่มการลงทุนเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร หรือ บอนด์ยีลด์ ปรับตัวสูงขึ้น   
 
ทั้งนี้สำหรับภาพการลงทุนในระยะสั้น InnovestX แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาการลงทุนในทองคำใน Satellite portfolio ซึ่งจะได้รับผลดีจากทิศทางดอกเบี้ยที่จะปรับตัวลดลงในอนาคต ซึ่งจะทำให้ค่าเงิน USD มีแนวอ่อนค่าลง และยังเป็นตราสารการลงทุนที่ดีในการกระจายความเสี่ยงทางการเมืองระหว่างประเทศที่จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต
 

ที่มา: Wealth Products & Strategy ข้อมูล ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2567

🎬 ติดตามคำแนะนำการลงทุนแบบเข้ม ชัด ลึก ได้ที่รายการเคาะซื้อ #WeeklyStrategy  คลิก 

📱 รวมไอเดียการลงทุน และกองทุนเคาะซื้อรายสัปดาห์ได้ในฟีเจอร์ Wealth Idea บนแอปพลิเคชัน InnovestX  คลิก   
 
📱เริ่มต้นลงทุน Intelligent Portfolios คลิก
 
❗ คำเตือน: ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานที่ได้รับในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

 

Author
วิศกรณ์ คีรีวรรณ
วิศกรณ์ คีรีวรรณ, CFA

ผู้อำนวยการ Investment Strategist

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5