US Options

US Options คืออะไร มีกี่ประเภท

Option คือสัญญาทางการเงินที่ให้สิทธิ์แก่ผู้ซื้อในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิง (Underlying Asset) เช่น หุ้น หรือสกุลเงิน ในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (Strike Price) ภายในระยะเวลาที่กำหนด
Option แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
1). Call Option: คือการให้สิทธิ์แก่ผู้ซื้อในการซื้อสินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยนักลงทุนจะนิยมซื้อ Call Option ในกรณีที่คาดว่าราคาสินทรัพย์อ้างอิงจะปรับตัวสูงขึ้น
2). Put Option: คือการให้สิทธิ์แก่ผู้ซื้อในการขายสินทรัพย์อ้างอิงในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า นักลงทุนมักซื้อ Put Option เมื่อเล็งเห็นว่าราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีแนวโน้มปรับตัวลดลง

คู่มือเทรด US Options แบบ Step-by-Step

วิดีโอสอนเทรด US Options ตั้งแต่ 0 ถึงเทรดจริง

วิธีเปิดใช้บริการ Options ก่อนเริ่มต้นเทรด US Options

เปิดใช้บริการ "Options" เพื่อให้สามารถเริ่มต้นเทรด US Options ได้ ตาม 4 ขั้นตอนดังนี้

1. หลังเข้าไปที่หน้า "Options" เลือก "My Profile" ที่แถบข้างล่างทางขวา

2. เลือก "Platform settings"

3. เลือก "Trading Products"

4. กด Enable ที่อยู่ข้างๆ "Listed options"

us-options-en

 

ทำไมถึงต้องลงทุนใน US Options

เพิ่มโอกาสทำกำไรในทุกสภาวะตลาด

• ซื้อ Call เมื่อคาดว่าตลาดขาขึ้น • ซื้อ Put เมื่อคาดว่าตลาดขาลง • ใช้กลยุทธ์ Straddle/Strangle เก็งกำไรจากความผันผวนช่วงตลาด Sideways

ลดความเสี่ยงจากการถือหุ้นด้วยการ Hedging

• หากมีหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในพอร์ต สามารถซื้อ Put Option (Protective Put) เพื่อจำกัดการขาดทุนเมื่อราคาหุ้นปรับลด โดยจำกัดการขาดทุนสูงสุดไว้ที่ค่าเบี้ยประกัน (Premium)

ใช้เงินลงทุนจำนวนน้อย

• นักลงทุนสามารถมีขนาดของสัญญาที่ใหญ่ ด้วยเงินลงทุนที่น้อยได้ (เช่น ได้สิทธิ์ซื้อหุ้น 100 หุ้น โดยไม่ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน)

มีกลยุทธ์หลากหลาย รองรับทุกสไตล์ลงทุน

• ไม่ว่าจะเน้นสร้างกระแสเงินสด เก็งกำไรระยะสั้น หรือป้องกันความเสี่ยง ก็สามารถทำได้ผ่าน Options

ความแตกต่างระหว่าง Options กับ Futures

ประเด็นOptionFutures

สิทธิ์และภาระผูกพัน

ผู้ซื้อได้รับสิทธิ์จะใช้หรือไม่ใช้ก็ได้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีภาระผูกพันต้องปฏิบัติตามสัญญา

การวางหลักประกัน

จ่ายพรีเมียมเพื่อถือสิทธิ์ โดยไม่มีการเรียกหลักประกันเพิ่มเติม (สำหรับฝั่ง Long)ต้องวางหลักประกันตั้งต้น (Margin) และ Mark-to-Market ทุกวัน หากหลักประกันต่ำเกณฑ์ต้องเติมเงินเพิ่ม
กลไกของการกำไรและขาดทุนผู้ซื้อ Call หรือ Put ขาดทุนสูงสุดที่พรีเมียม แต่กำไรไม่จำกัดกำไรและขาดทุนไม่จำกัดทั้งสองฝ่าย
วิธีการปิดสถานะสามารถทำได้ทั้ง การปล่อยให้สัญญาหมดอายุ หรือ ใช้สิทธิ์ (Exercise) หรือขายคืนในตลาดปล่อยให้สัญญาหมดอายุ หรือ Offset ด้วยการเทรดด้านตรงกันข้าม
กลยุทธ์การใช้งานHedging แบบมี Upside เช่น Protective Put, เก็งกำไรจากความผันผวนของตลาด (Straddle/Strangle)Hedging พอร์ตหุ้นด้วย Short Futures, เก็งกำไรตามแนวโน้มทิศทางตลาดด้วย Leverage สูง

 

 

ทำไมต้องลงทุน US Options กับ InnovestX?

เครื่องมือ

• เติมเงินเข้า wallet ได้ real-time • ฝาก-ถอน ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง • เครื่องมือเทรดผ่านเว็บไซต์ สามารถใช้ผ่าน PC ให้สามารถเทรดได้แบบมืออาชีพ

ข้อมูล

• มีข้อมูล real-time market data ของ US Options ให้ subscribe ในราคาดีเข้าถึงง่าย เพียง 1.25 USD/Month

ค่าธรรมเนียม

คอมมิชชั่น  1.20  USD / สัญญา

ค่าธรรมเนียมข้างบนนี้ ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมและภาษี ดังนี้
- ค่าธรรมเนียม Exchange Fee 0.05 USD
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของค่าธรรมเนียมทั้งหมด

ช่องทางการลงทุน

แอปพลิเคชัน InnovestX
เว็บไซต์ InnovestX Webtrade

เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ Options (Tips & Tricks)

เทคนิคจัดการความเสี่ยง

•   สำหรับมือใหม่ ลงทุนใน Option ไม่เกิน 5–10% ของพอร์ตทั้งหมด 
•   เวลาใกล้หมดอายุ Premium จะลดเร็ว (Time Decay) อย่าเลือกวันหมดอายุสั้นเกินไป  ควรเลือกให้สอดคล้องกับระยะเวลาการลงทุน

การเลือก Strike Price

•   หากต้องการโอกาสได้กำไรสูง ให้เลือก “Out-of-the-Money” เพื่อเบี้ยประกันถูกกว่า แต่ความเสี่ยงสูงขึ้น
•   หากเน้นเสี่ยงไม่มาก เลือก “At-the-Money” 

การวางแผน “Time Decay”

•  ซื้อ Option ให้เหมาะกับระยะเวลาการลงทุน ไม่สั้นเกินไป ไม่ยาวเกินไป