Idea Playlists

สรุปภาพรวมการปรับพอร์ตของ 5 นักลงทุนระดับโลก ณ ไตรมาส 1 ปี 2026

19 May 26 11:00 AM
Op1_Invest_Ideas_Thumbnail_1280x720px-13
Key Summary

จากข้อมูลพอร์ตล่าสุดของนักลงทุนระดับโลกทั้ง 5 ราย ภาพรวมสะท้อนว่าตลาดยังให้ความสำคัญกับธีม AI, semiconductor, infrastructure และพลังงานอย่างชัดเจน แต่รูปแบบการปรับพอร์ตของแต่ละคนแตกต่างกันตามสไตล์การลงทุนของตนเอง ฝั่ง Warren Buffett ยังคงเน้นพอร์ตคุณภาพสูงและกระแสเงินสดมั่นคง แต่มีการเพิ่มน้ำหนัก Alphabet อย่างโดดเด่น ขณะที่ Ray Dalio เพิ่ม exposure ต่อ Big Tech, AI chip, memory และ semiconductor supply chain ผ่านทั้ง NVIDIA, Broadcom, Micron, TSMC, Marvell และ Applied Materials

ในอีกด้านหนึ่ง Cathie Wood ยังคงเดินเกมในธีมนวัตกรรมแบบเข้มข้น โดยเพิ่มน้ำหนักใน AMD, CRISPR, Tempus AI, Circle, Robinhood, Amazon, Google และ CoreWeave สะท้อนการผสมระหว่าง AI infrastructure, crypto/fintech และ biotech ขณะที่ Jim Simons ผ่าน Renaissance Technologies เพิ่ม NVIDIA, Apple, Kinross Gold, Robinhood, UnitedHealth, Linde และ Western Digital แต่ลด Palantir, Micron, Intel และหุ้น consumer discretionary บางตัว

ส่วน George Soros เปลี่ยนภาพพอร์ตค่อนข้างชัดเจนจากไตรมาสก่อน โดยลดน้ำหนัก Big Tech ที่เคยเด่นมาก เช่น Alphabet, Broadcom และ TSMC ลงอย่างมีนัยสำคัญ แล้วหมุนเข้าสู่กลุ่ม industrials, energy, power infrastructure, consumer และ healthcare มากขึ้น โดยเฉพาะ GE Vernova, Comfort Systems, Caterpillar, ProPetro, American Tower, Danaher และ Motorola Solutions ภาพรวมจึงสะท้อนว่าแม้ AI ยังเป็นธีมหลักของตลาด แต่กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่เริ่มมองกว้างขึ้นไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ AI และเศรษฐกิจจริง ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน ระบบไฟฟ้า อุตสาหกรรม วัสดุ ทองคำ และ healthcare

Warren Buffett: เพิ่ม Alphabet ชัดเจน แต่แกนหลักยังเป็นหุ้นคุณภาพและกระแสเงินสดมั่นคง

พอร์ตของ Warren Buffett ผ่าน Berkshire Hathaway ยังคงสะท้อนสไตล์การลงทุนแบบเน้นคุณภาพสูงและถือระยะยาว โดย Apple ยังเป็นหุ้นอันดับหนึ่งของพอร์ตที่ 21.99% แม้สัดส่วนลดลงเล็กน้อยจาก 22.60% แต่จำนวนหุ้นไม่มีการเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับ American Express ที่ยังมีน้ำหนักสูงถึง 17.43% และ Coca-Cola ที่ 11.56% ซึ่งทั้งสองบริษัทยังคงเป็น core holdings สำคัญของ Berkshire มาอย่างยาวนาน

 

จุดที่น่าสนใจที่สุดในไตรมาสนี้คือการเพิ่มน้ำหนัก Alphabet อย่างชัดเจน โดย GOOGL เพิ่มขึ้นมาเป็น 5.93% ของพอร์ต จากเดิม 2.04% หลังเพิ่มหุ้นกว่า 36.4 ล้านหุ้น และยังมี GOOG อีก 0.39% เป็นสถานะใหม่ในพอร์ต การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ Berkshire มี exposure ต่อ Big Tech และ AI platform มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดย Alphabet มีทั้งธุรกิจ Search, YouTube, Cloud และ AI ecosystem ที่เชื่อมกับโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว

 

ขณะเดียวกัน Buffett ยังลดน้ำหนักบางส่วนใน Bank of America, Chevron, Nucor และ Constellation Brands โดยเฉพาะ Chevron ที่ลดจำนวนหุ้นลงกว่า 45.8 ล้านหุ้น ทำให้สัดส่วนลดลงเหลือ 6.64% อย่างไรก็ตาม Berkshire ยังถือ Occidental Petroleum ที่ 6.55% ทำให้ภาพรวมด้านพลังงานยังคงมีน้ำหนักสำคัญในพอร์ต เพียงแต่มีการสลับน้ำหนักภายในกลุ่มมากขึ้น

 

อีกจุดที่สะท้อนการปรับพอร์ตแบบเน้นหุ้นรายตัวมากขึ้นคือการเพิ่ม The New York Times Company จาก 0.13% เป็น 0.48% และเพิ่ม Lennar เป็น 0.33% รวมถึงเปิดสถานะใน Delta Air Lines ที่ 1.01% ของพอร์ต ภาพรวมของ Buffett จึงไม่ได้บอกว่า Berkshire เปลี่ยนจาก value investing ไปเป็น growth investing แต่สะท้อนการขยาย exposure ไปยังธุรกิจที่มี moat ชัดเจน ทั้งในกลุ่มเทคโนโลยี สื่อคุณภาพสูง การเดินทาง และธุรกิจที่มีฐานรายได้มั่นคง

 

Cathie Wood: ยังคงเชื่อในนวัตกรรม แต่หมุนพอร์ตเข้าสู่ AI, Biotech และ Fintech มากขึ้น

พอร์ตของ Cathie Wood ภายใต้ ARK Investment Management ยังคงมี Tesla เป็นหุ้นอันดับหนึ่งที่ 8.18% แม้จะลดจำนวนหุ้นลงเล็กน้อย ขณะที่ Palantir, Coinbase, Teradyne และ Roku ถูกลดน้ำหนัก สะท้อนการทำกำไรหรือปรับลดบางตำแหน่งในหุ้นที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะ Roku ที่ลดจำนวนหุ้นลงกว่า 2.06 ล้านหุ้น ทำให้สัดส่วนลดจาก 4.24% เหลือ 2.81%

 

อย่างไรก็ตาม Cathie Wood ยังไม่ได้ลดความเชื่อในธีมนวัตกรรม ตรงกันข้าม พอร์ตมีการเพิ่มน้ำหนักในหลายธีมสำคัญ โดย AMD เพิ่มขึ้นเป็น 4.29% ของพอร์ต และกลายเป็นหุ้นอันดับสอง สะท้อนความเชื่อในธีม AI compute และ semiconductor ขณะที่ Google เพิ่มขึ้นเป็น 1.61% และ CoreWeave เพิ่มเป็น 1.53% ซึ่งทำให้พอร์ตมี exposure ต่อ AI infrastructure และ cloud compute มากขึ้น

 

ด้าน healthcare และ biotech กลับมาโดดเด่นเช่นกัน โดย CRISPR Therapeutics เพิ่มขึ้นเป็น 4.19%, Tempus AI เพิ่มขึ้นเป็น 3.38% และยังคงถือ Beam Therapeutics, Twist Bioscience และ 10x Genomics ในสัดส่วนสำคัญ แม้บางตัวจะถูกลดจำนวนหุ้นลง แต่ภาพรวมยังสะท้อนว่า ARK ยังคงมอง genomics, AI healthcare และ precision medicine เป็นหนึ่งในธีมระยะยาว

 

ในฝั่ง fintech และ crypto-related equities มีการเพิ่ม Circle เป็น 3.35%, Robinhood เป็น 3.24% และ Bullish เป็น 1.82% ขณะที่ Coinbase ถูกลดลงเหลือ 3.22% ภาพรวมจึงสะท้อนการหมุนภายในธีม digital asset มากกว่าการถอนตัวออกจากธีมนี้ Cathie Wood ยังคงเป็นนักลงทุนที่เดิมพันกับ disruption ชัดเจน แต่ไตรมาสนี้น้ำหนักของพอร์ตดูเปลี่ยนจากนวัตกรรมเชิงผู้บริโภคบางส่วน ไปสู่ AI infrastructure, digital finance และ biotech มากขึ้น

 

Ray Dalio: ลดน้ำหนัก ETF บางส่วน เพิ่ม AI, Semiconductor และสินทรัพย์เชิงโครงสร้าง

พอร์ตของ Ray Dalio ผ่าน Bridgewater Associates ยังคงมีลักษณะการกระจายความเสี่ยงแบบมหภาค โดย SPDR S&P 500 ETF Trust ยังเป็นอันดับหนึ่งที่ 12.67% แม้จำนวนหน่วยจะลดลงเล็กน้อย ขณะที่ iShares Core S&P 500 ETF ลดลงจาก 10.45% เหลือ 7.81% หลังลดจำนวนหน่วยกว่า 1.5 ล้านหน่วย สะท้อนว่า Bridgewater ยังใช้ ETF ดัชนีเป็นฐานหลักของพอร์ต แต่เริ่มจัดสรรเงินไปยังธีมเฉพาะมากขึ้น

 

ธีมที่เด่นที่สุดคือ AI และ semiconductor โดย Amazon เพิ่มขึ้นเป็น 4.08% ของพอร์ต จาก 1.64% หลังเพิ่มหุ้นกว่า 2.44 ล้านหุ้น ขณะที่ NVIDIA เพิ่มเป็น 3.65%, Broadcom เพิ่มเป็น 2.54%, Micron เพิ่มเป็น 2.23% และเปิดสถานะใหม่ใน TSMC ที่ 1.62% นอกจากนี้ยังมี Marvell, Applied Materials, KLA, Arista Networks, Celestica และ Apple ที่ถูกเพิ่มน้ำหนัก สะท้อนการมอง AI ไม่ใช่แค่ผ่านหุ้น megacap แต่ผ่านทั้ง chip design, memory, foundry, equipment, networking และ hardware supply chain

 

ในอีกด้านหนึ่ง Dalio ลดน้ำหนักบางส่วนใน Lam Research, AMD, Oracle และ Johnson & Johnson แต่ยังคงถือ Microsoft, Meta และ Alphabet ในพอร์ต ทำให้ภาพรวมไม่ได้เป็นการลดเทคโนโลยี แต่เป็นการหมุนเงินลงทุนไปยังจุดที่เกี่ยวข้องกับ AI infrastructure มากขึ้น โดยเฉพาะ memory และ semiconductor manufacturing chain ซึ่งเป็นส่วนที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุน data center และ AI capex

 

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่ม Newmont เป็น 1.12% และเพิ่ม Union Pacific รวมถึงถือ GE Vernova ที่ 1.69% แม้จะลดจำนวนหุ้นลงบางส่วน ภาพรวมของ Dalio จึงสะท้อนสไตล์ที่ใช้ ETF เป็นแกนกลาง แต่เพิ่ม satellite positions ในธีม AI, semiconductor, พลังงาน, ทองคำ และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้พอร์ตยังรับ upside จากเทคโนโลยีได้ ขณะเดียวกันก็ยังมีสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยง

 

Jim Simons: โมเดล Quantitative Trading ยังลงทุนตามสัญญาณ Momentum และ Valuation

พอร์ตของ Jim Simons ผ่าน Renaissance Technologies มีลักษณะกระจายตัวสูง โดยหุ้นอันดับหนึ่งอย่าง United Therapeutics มีน้ำหนักเพียง 1.66% ของพอร์ต ตามด้วย Palantir ที่ 1.60%, Apple ที่ 1.22%, Kinross Gold ที่ 1.22% และ Micron ที่ 1.14% โครงสร้างนี้สะท้อนสไตล์ quantitative investing ที่ไม่ได้พึ่งพาหุ้นไม่กี่ตัว แต่กระจายสถานะจำนวนมากตามสัญญาณของโมเดล

 

จุดที่น่าสนใจคือ Renaissance เพิ่มน้ำหนักใน Apple เป็น 1.22% และเพิ่ม NVIDIA อย่างมาก โดยจำนวนหุ้น NVIDIA เพิ่มขึ้นกว่า 1.65 ล้านหุ้น ทำให้สัดส่วนขึ้นมาเป็น 0.69% จาก 0.25% ขณะเดียวกันเพิ่ม Kinross Gold, Verisign, Robinhood, UnitedHealth, Neurocrine Biosciences, Linde และ Western Digital สะท้อนการผสมระหว่างหุ้น AI, ทองคำ, healthcare, finance และ industrial/materials

 

อย่างไรก็ตาม พอร์ตไม่ได้ไล่ซื้อหุ้นเทคทั้งหมด Renaissance ลด Palantir ลงกว่า 1.81 ล้านหุ้น ลด Micron, Intel, SanDisk, Carvana, Wayfair, Incyte และ Gilead ซึ่งสะท้อนลักษณะการทำงานของโมเดลที่อาจลดน้ำหนักหุ้นที่ momentum หรือ risk/reward เปลี่ยนไป แม้หุ้นบางตัวยังอยู่ในธีมที่ตลาดให้ความสนใจสูง

 

ภาพรวมของ Jim Simons จึงไม่ได้สะท้อนมุมมองเชิง narrative แบบนักลงทุนทั่วไป แต่สะท้อนการหมุนพอร์ตตามข้อมูลและสัญญาณตลาด โดยธีมที่ยังเห็นได้คือการคง exposure ต่อ AI ผ่าน Palantir, Apple, NVIDIA, Micron, SanDisk และ Western Digital ขณะเดียวกันก็เพิ่มกลุ่มทองคำและ healthcare เพื่อกระจายความเสี่ยงมากขึ้น

 

George Soros: ลดน้ำหนัก Big Tech หมุนสู่ Industrial, Energy และ Power Infrastructure

พอร์ตของ George Soros ผ่าน Soros Capital Management เปลี่ยนภาพอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดย Alphabet ที่เคยมีน้ำหนักสูงถึง 20.29% ถูกลดลงเหลือเพียง 0.77% หลังขายหุ้นออกกว่า 240,000 หุ้น ขณะที่ Broadcom ลดจาก 7.38% เหลือ 0.90% และ TSMC ลดจาก 6.65% เหลือ 0.78% การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนการลดเดิมพันใน Big Tech และ AI semiconductor หลังจากเคยเพิ่มน้ำหนักอย่างชัดเจนในไตรมาสก่อน

 

เงินลงทุนถูกหมุนเข้าสู่กลุ่ม industrials และ infrastructure มากขึ้น โดย Comfort Systems เพิ่มขึ้นเป็น 7.09%, GE Vernova เป็นสถานะใหม่ที่ 7.01%, Caterpillar เพิ่มเป็น 5.08%, Motorola Solutions เพิ่มเป็น 2.68% และมีการถือ Emcor, Quanta Services และ Generac ในพอร์ตด้วย ธีมนี้สะท้อนการมองไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า พลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และงานก่อสร้างเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจได้ประโยชน์จากการลงทุน data center, electrification และ reshoring

 

กลุ่มพลังงานก็มีบทบาทมากขึ้น โดย ProPetro เพิ่มเป็น 6.84% ของพอร์ต และมี Bloom Energy ที่ 2.24% ขณะที่ GE Vernova เป็นหนึ่งในตำแหน่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของพอร์ต การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ Soros มี exposure ต่อธีม power infrastructure มากขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นธีมที่เชื่อมกับ AI data center และความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว

 

นอกจากนี้ Soros ยังเพิ่มหรือถือหุ้น consumer และ healthcare หลายตัว เช่น Amazon, Alcon, Danaher, Lowe’s, Starbucks, Home Depot, Zoetis, Nike, TJX, Netflix และ Booking Holdings สะท้อนการกระจายออกจาก Big Tech ไปยังเศรษฐกิจจริงและธุรกิจคุณภาพในหลายอุตสาหกรรม ภาพรวมของ Soros ในไตรมาสนี้จึงดูเหมือนการทำกำไรจาก AI และ Big Tech แล้วหมุนไปยังกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน อุตสาหกรรม และ consumer ที่มี valuation หรือ upside น่าสนใจกว่า

 

ภาพรวมธีมสำคัญ: AI ยังเป็นแกนหลัก แต่ตลาดเริ่มมองลึกไปถึงโครงสร้างพื้นฐาน

เมื่อมองรวมทั้ง 5 พอร์ต ธีม AI ยังไม่หายไปจากตลาด แต่รูปแบบการลงทุนเริ่มเปลี่ยนจากการซื้อหุ้น AI แบบตรงไปตรงมา ไปสู่การเลือกหุ้นที่อยู่ใน value chain กว้างขึ้น Ray Dalio เพิ่มน้ำหนักใน NVIDIA, Broadcom, Micron, TSMC, Marvell, Applied Materials, KLA และ Arista Networks ขณะที่ Cathie Wood เพิ่ม AMD, CoreWeave และ Google ส่วน Jim Simons เพิ่ม NVIDIA และ Apple แม้จะลดบางชื่อในกลุ่ม semiconductor ลง

 

ในขณะเดียวกันธีม power infrastructure และ industrials เริ่มเด่นขึ้นมาก โดยเฉพาะในพอร์ตของ George Soros ที่เพิ่ม GE Vernova, Comfort Systems, Caterpillar และ Motorola Solutions รวมถึง Dalio ที่ยังถือ GE Vernova และเพิ่ม exposure ในหลายบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ supply chain ของ AI และโครงสร้างพื้นฐาน ภาพนี้สะท้อนว่า AI trade อาจเริ่มขยายจากชิปและซอฟต์แวร์ ไปสู่ไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน โรงงาน เครือข่าย และโครงสร้างพื้นฐานจริง

 

อีกธีมที่เห็นชัดคือการกระจายความเสี่ยงผ่าน healthcare, gold และ defensive assets โดย Jim Simons ถือ healthcare หลายตัว เช่น United Therapeutics, Exelixis, Incyte, Neurocrine, UnitedHealth และ Gilead ขณะที่ Dalio เพิ่ม Newmont และ Simons เพิ่ม Kinross Gold ส่วน Buffett ยังคงถือ Coca-Cola, Kraft Heinz, Chubb และ Moody’s เป็นแกนของพอร์ตคุณภาพสูง ภาพรวมจึงสะท้อนตลาดที่ยังมองบวกต่อ AI และเทคโนโลยี แต่เริ่มเพิ่มวินัยในการจัดพอร์ตมากขึ้นผ่านธุรกิจที่มีกระแสเงินสดจริง สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการเติบโตระยะยาวของ AI

 

 

 

 

 

หมายเหตุ: การใช้ข้อมูลจาก Form 13F ถูกยื่นต่อ SEC ทุกไตรมาส ภายในเวลา 45 วัน หลังสิ้นสุดไตรมาสในการยื่นข้อมูล ซึ่งหมายความว่าข้อมูลใน 13F มักล่าช้ากว่าความเป็นจริง ทำให้ข้อมูลการลงทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ณ เวลาที่ข้อมูลเผยแพร่ การใช้ข้อมูลจาก 13F ควรใช้เป็น ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ เพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มการลงทุนและกลยุทธ์ของผู้ลงทุนขนาดใหญ่ แต่ไม่ควรใช้เป็นสัญญาณในการตัดสินใจลงทุนโดยตรง ควรพิจารณาปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วยเสมอ

 

ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน เป็นเพียงการให้ข้อมูล ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจ เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Most Viewed Ideas
Related Ideas
Most Viewed Ideas