Key Summary
สรุปกองทุนลดหย่อนภาษี RMF ปี 2026 ที่ InnovestX แนะนำ
Growth (หุ้น)
- กองทุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯ K-US500XRMF กระจายลงทุนบริษัทขนาดใหญ่ 500 บริษัทในสหรัฐฯ (S&P500 Index)
- กองทุนดัชนีหุ้นโลก KKP PGE RMF-H กระจายลงทุนหุ้นทั่วโลกกว่า 2,600 ตัว (MSCI ACWI)
Stability (ตราสารหนี้)
- กองทุนตราสารหนี้ไทย KKP INRMF ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพสูง
Opportunity (ธีมการลงทุน)
- กองทุนหุ้นเทคโนโลยีโลก B-INNOTECHRMF ลงทุนในเทคโนโลยีทั่วโลกแบบสวนกระแส
- กองทุนหุ้นเอเชีย B-ASIARMF ลงทุนในหุ้นเอเชียแบบสวนกระแส
- กองทุนทองคำ UOBGRMF-H เข้าถึงทองคำแบบสะดวกและมีประสิทธิภาพ ผ่าน ETF ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
Blend (กองทุนผสม)
- กองทุนผสม ES-GAINCOMERMF ลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลกแบบยืดหยุ่นเพื่อสร้างกระแสเงินสดที่ยั่งยืน
กองทุนลดหย่อนภาษี RMF ที่แนะนำ
แบ่งตามสไตล์และประเภทการลงทุนที่ต้องการ Growth, Stability, Opportunity, Blend
เสริมพลังการลงทุนภาษีให้ครบทั้งเติบโต มั่นคง และโอกาสใหม่
"เหมือนการสร้างบ้าน… พอร์ตภาษีก็ต้องมีทั้งฐานที่แข็งแรง (Stability) เสาหลักการเติบโต (Growth) และห้องลับแห่งโอกาส (Opportunity) หรือจะเลือกบ้านที่สร้างสำเร็จรูปโดยไม่ต้องประกอบเองได้เช่นกัน (Blend)"
โดยคุณสามารถสร้างพอร์ตภาษีที่ทั้งแข็งแรงและพร้อมคว้าโอกาสในอนาคตได้ เพราะการลงทุนภาษีไม่ควรมีแค่ความมั่นคง หรือการเติบโต แต่ต้องมี 'โอกาส' ด้วย
กองทุนลดหย่อนภาษี RMF ทาง InnovestX ได้คัดเลือกธีมการลงทุนออกเป็น 4 กลุ่ม แบ่งเป็น Growth (หุ้น), Stability (ตราสารหนี้), Opportunity (ธีมการลงทุน), Blend (กองทุนผสม) เพื่อให้นักลงทุนสามารถคัดเลือกกองทุนตามกลยุทธ์ที่ต้องการที่ไม่ใช่เพียงแค่ใช้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี แต่ยังสร้างความมั่งคั่งเพื่อการเกษียณได้ในระยะยาว
🚀 Growth (เสาหลักการเติบโต)
สำหรับการสร้างมูลค่าพอร์ตในระยะยาว ผ่านพลังของการเติบโตหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นโลก
ธีม Growth แบ่งออกเป็น 2 กองทุนที่มีการบริหารแบบ Passive ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการเติบโตจากหุ้นคุณภาพสูงในตลาดสหรัฐฯ หรือจะกระจายความเสี่ยงในหุ้นทั่วโลกที่ครบจบในกองทุนเดียว
1) กองทุนดัชนีหุ้นสหรัฐฯ K-US500XRMF (Passive Management): กองทุนที่เข้าถึง 500 บริษัทที่ดีที่สุดของสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของ BlackRock บลจ. ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารอันดับ 1 ของโลก
- ลงทุนในกองทุนหลัก iShares Core S&P 500 ETF (IVV) ซึ่งเป็นกองทุนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดการลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนต้องการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ บริหารจัดการโดย BlackRock ซึ่งเป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการบริหารต่ำเพียง 0.03% ต่อปี
- วัตถุประสงค์ในการติดตามผลการดำเนินงานของดัชนี S&P 500 ซึ่งประกอบด้วยหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ 500 บริษัทในสหรัฐฯ โดยดัชนีดังกล่าวเป็นหนึ่งในดัชนีที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและมักถูกใช้เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการวัดผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นสหรัฐฯ
- มีการกระจายความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากกองทุนนี้ลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ 500 บริษัท จึงครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ทำให้การกระจายความเสี่ยงในเชิงของกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- ตัวอย่างหุ้นที่มีการลงทุน ได้แก่ Apple ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีระดับโลก, Microsoft บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก, Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิปประมวลผลระดับโลก, Amazon.com บริษัทอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่สุดในโลก, Meta Platforms บริษัทด้านเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย
- กองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนในช่วง 5 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 15.0% ต่อปี (as of 31 Jan 2026)
2) กองทุนดัชนีหุ้นโลก KKP PGE RMF-H (Passive Management): กระจายลงทุนหุ้นทั่วโลกกว่า 2,600 ตัว
- กองทุนหลัก iShares MSCI ACWI ETF (USD) ที่มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Passive โดยอ้างอิงดัชนีหุ้นโลก (MSCI ACWI Index) ที่มีการกระจายการลงทุนไปใน 23 ประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed Markets) และ 24 ประเทศที่กำลังพัฒนา (Emerging Markets) โดยกระจายลงทุนในหุ้นทั่วโลกกว่ากว่า 2,600 ตัว
- สัดส่วนหลักของพอร์ตการลงทุนจะกระจายอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี กลุ่มการเงิน กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย กลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มบริการทางด้านสุขภาพ
- ตัวอย่างหุ้นที่มีการลงทุน ได้แก่ Apple ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีระดับโลก, Nvidia บริษัทผู้ผลิตชิปประมวลผลระดับโลก, Microsoft บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก, Amazon.com บริษัทอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่สุดในโลก, Meta Platforms บริษัทด้านเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย
- ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากองทุนหลักสามารถทำผลการดำเนินงานได้เฉลี่ยปีละ 11.9% (as of 31 Jan 2026)
- ตัวเลือกการป้องกัน FX มีทั้ง Class ที่ป้องกัน (KKP PGE RMF-H) และไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (KKP PGE RMF-UH) ให้เลือกลงทุนได้ตามกลยุทธ์
🛡️ Stability (ฐานที่แข็งแรง)
สำหรับสร้างความมั่นคงให้พอร์ต ผ่านตราสารหนี้ไทยคุณภาพ
สำหรับธีมการลงทุน Stability เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงและผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากตราสารหนี้ในประเทศ เพื่อสร้างดุลยภาพให้กับพอร์ตการลงทุน
1) กองทุน KKP INRMF (Active Management): ลงทุนในตราสารหนี้ไทยคุณภาพสูง
- ลงทุนแบบเชิงรุกในเงินฝาก ตราสารหนี้ของบริษัทเอกชนที่มีคุณภาพสูง และตราสารหนี้ภาครัฐ แบบไม่มีความเสี่ยงต่างประเทศ โดยมุ่งหวังให้ตราสารหนี้ในพอร์ตมีอายุเฉลี่ยระหว่าง 1-3 ปี
- เน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง โดยจะเลือกลงทุนในตราสารที่ได้รับการจัดอันดับที่ระดับ BBB- ขึ้นไป และมุ่งหวังให้อันดับความน่าเชื่อถือเฉลี่ยของพอร์ตอยู่ที่ระดับ A
- ทีมงานผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเฉลี่ยมากกว่า 10 ปี พร้อมมีทีมงาน In-house Research ที่จะทำการวิเคราะห์หลักทรัพย์รายตัวคอยช่วยสนับสนุนเพิ่มเติม
- พอร์ตการลงทุนมีความยืดหยุ่น ทั้งในด้าน Credit Rating และ Duration Management เพื่อหาโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่เหมาะสมในแต่ละสภาวะตลาด
- กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนในช่วง 5 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 2.8% ต่อปี (as of 31 Jan 2026)
🌟 Opportunity (ห้องลับแห่งโอกาส)
สำหรับการคว้าโอกาสจากธีมการลงทุนที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัย ตลาดเกิดใหม่อย่างเวียดนาม หรือสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำ
โดยธีม Opportunity แบ่งออกเป็น 2 กองทุน ที่แต่ละกองมีจุดเด่นเป็นของตัวเอง พร้อมสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมจากโอกาสที่แตกต่าง
1) กองทุนหุ้นเทคโนโลยีโลก B-INNOTECHRMF (Active Management): ลงทุนในเทคโนโลยีทั่วโลกแบบสวนกระแส
- ลงทุนในกองทุนหลัก Fidelity Funds – Global Technology Fund ซึ่งเป็นกองทุนหุ้นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดการลงทุน โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มผู้ชนะในระยะยาว ใช้แนวทางการสวนกระแส โดยไม่เน้นโมเมนตัม แต่ให้ความสำคัญกับ Valuation ที่เหมาะสม
- ผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์กว่า 23 ปี พร้อมทีมนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจำนวน 28 ท่านทั่วโลกที่มีประสบการณ์เฉลี่ยกว่า 11 ปี
- พอร์ตการลงทุนที่สมดุล กระจายการลงทุนในหุ้นกว่า 50-100 ตัว โดยไม่ลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป ทำให้ความผันผวนและการขาดทุนสูงสุดน้อยกว่ากองทุนเทคโนโลยีโลกทั่วไป
- ตัวอย่างหุ้นที่มีการลงทุน ได้แก่ Microsoft บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก, TSMC บริษัทผู้ผลิตชิประดับโลก, Apple บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและระบบปฏิบัติการ iOS ที่มีชื่อเสียงระดับโลก, Samsung Electronics ผู้ผลิตชิปประเภทหน่วยความจำชั้นนำระดับโลก, Ericsson ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม
- กองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนในช่วง 5 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 15.4% ต่อปี ใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัดเฉลี่ยต่อปีที่ 17.3% แต่มีความเสี่ยงที่ต่ำกว่า จึงทำให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงของกองทุนโดดเด่นกว่าดัชนีชี้วัด และมีอัตราการขาดทุนสูงสุดในช่วง 5 ปีย้อนหลังที่ 26.5% น้อยกว่าดัชนีชี้วัดที่มีอัตราการขาดทุนสูงสุดที่ 34.8% (as of 31 Jan 2026)
- เหมาะสำหรับผู้ที่มองหากองทุนหุ้นเทคโนโลยีโลกเพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมให้กับพอร์ตการลงทุนในระยะยาวโดยไม่อยากรับความผันผวนจากการแกว่งตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่สูงมากเกินไป
2) กองทุนหุ้นเอเชีย B-ASIARMF (Active Management): ลงทุนในหุ้นเอเชียแบบสวนกระแส
- ลงทุนในกองทุนหลัก Invesco Asian Equity Fund ซึ่งเป็นกองทุนหุ้นเอเชียที่เน้นลงทุนในเอเชียระยะยาว สไตล์สวนกระแส
- ผู้จัดการกองทุนหลักที่มีประสบการณ์กว่า 31 ปี พร้อมทีมผู้จัดกองทุนและนักวิเคราะห์อีกกว่า 8 ท่าน
- พอร์ตการลงทุนที่สมดุล กระจายการลงทุนในหุ้นประมาณ 60 ตัว โดยใช้วิธีการคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom-up ที่ตลาดยังไม่ให้ความสนใจ และมีมูลค่าที่ต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสมอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีระยะเวลาการลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่งเป็นกว่า 3-5 ปี และเป็นบริษัทที่มีงบการเงินที่แข็งแกร่ง
- ตัวอย่างหุ้นที่มีการลงทุน ได้แก่ Samsung Electronics ผู้ผลิตชิปประเภทหน่วยความจำชั้นนำระดับโลก, TSMC บริษัทผู้ผลิตชิประดับโลก, Tencent Holdings ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โซเชียลมีเดีย ทำธุรกิจเกม และลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก, AIA Group บริษัทประกันชีวิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย, HDFC Bank ธนาคารเอกชนรายใหญ่ของอินเดีย
- กองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนในช่วง 5 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 7.0% ต่อปี (as of 31 Jan 2026)
- เหมาะสำหรับผู้ที่มองหากองทุนหุ้นเอเชียเพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมให้กับพอร์ตการลงทุนในระยะยาวโดยไม่อยากรับความผันผวนจากการกระจุกตัวของหุ้นในกลุ่มประเทศประเทศหนึ่งในฝั่งตลาดเกิดใหม่ที่มากจนเกินไป
3) กองทุนทองคำ UOBGRMF-H (Passive Management): เข้าถึงทองคำแบบสะดวกและมีประสิทธิภาพ ผ่าน ETF ทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- เน้นลงทุนในทองคำผ่านกองทุนหลัก SPDR Gold Trust (GLD) ถือเป็นกองทุน ETF ขนาดใหญ่ที่สุดที่มีการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง ซึ่งมีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Passive Management เพื่อสร้างผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายของกองทุนให้เคลื่อนไหวสอดคล้องไปกับราคาทองคำ มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าหากเทียบกับการลงทุนในทองคำแท่งโดยตรง
- กองทุนหลัก GLD ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้นักลงทุนทั่วไปสามารถเข้าถึงการลงทุนในทองคำได้ง่ายขึ้น มีการจดทะเบียนซื้อขายในหลายตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกทั้งในสหรัฐฯ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และเม็กซิโก
- ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุนหลัก GLD ETF สามารถสร้างผลตอบแทนได้เฉลี่ยปีละ 21.3% (as of 31 Jan 2026)
📊 Blend (บ้านสำเร็จรูป)
สำหรับการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงหลากหลายสินทรัพย์โดยผู้จัดการกองทุนประสบการณ์สูง เพื่อครบ จบ ในกองทุนเดียว
โดยธีม Blend แบ่งออกเป็น 1 กองทุน ที่ตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ในกองทุนเดียว
1) กองทุนผสม ES-GAINCOMERMF (Active Management) ลงทุนหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลกแบบยืดหยุ่นเพื่อสร้างกระแสเงินสดที่ยั่งยืน
- ลงทุนในกองทุนหลัก Amundi Funds Income Opportunities ซึ่งเป็นกองทุนผสมที่ลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภททั่วโลก เพื่อสร้างกระแสเงินสดและผลตอบแทนจากราคา
- มีการปรับพอร์ตการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่น โดยใช้ทั้งภาพเศรษฐกิจและกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์รายตัวที่หลากหลาย ทั้งตราสารทุน ตราสารหนี้ และตราสารทางเลือก โดยคำนึงถึงการบริหารความเสี่ยงเป็นสำคัญ
- บริหารจัดการโดย Amundi Asset Maangement ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการบริหารสินทรัพย์ที่หลากหลาย มีสำนักงานกว่า 37 แห่งทั่วโลก และทีมผู้จัดการกองทุน 3 ท่านมีประสบการณ์เฉลี่ยประมาณ 22 ปี
- กรอบการลงทุนของกองทุนหลักจะถือหุ้นอยู่ในช่วง 0-60% และโดยปกติจะน้อยกว่า 50% และมีจำนวนหุ้นประมาณ 40-80 ตัว ขณะที่ตราสารหนี้สามารถถือได้สัดส่วนสูงสุดคือ 100% กรอบอายุตราสารอยู่ในช่วง 2-6 ปี นอกจากนี้ยังสามารถกระจายลงทุนใน Equity Linked Note ได้ในสัดส่วนไม่เกิน 25% หรือมีจำนวนสินทรัพย์ราว 60-80 ตราสารเพื่อช่วยในการสร้างกระแสเงินสดให้พอร์ตการลงทุนเพิ่มเติม
- กองทุนหลักสามารถสร้างผลตอบแทนในช่วง 5 ปีย้อนหลังเฉลี่ย 9.8% ต่อปี (as of 31 Jan 2026)
- เหมาะสำหรับผู้ที่มองหากองทุนหุ้นผสมที่เน้นสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ โดยให้ทีมผู้จัดการกองทุนติดตามและปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่น
Source: Morningstar as of 31 Jan 2026
รวมรายชื่อกองทุนลดหย่อนภาษี RMF ที่คัดสรรมาอย่างดีตามกลุ่มประเภทกองทุน INVX LIKE
| ประเภทกองทุนหุ้น |
กองทุน |
รายละเอียด |
| Global (Passive) |
KKP PGE RMF-H |
กองทุนหุ้นโลก ที่มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี MSCI ACWI |
| US (S&P500) |
K-US500XRMF |
กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ที่มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี S&P500 |
| US (NASDAQ100) |
K-USXNDQRMF |
กองทุนหุ้นสหรัฐฯ ที่มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี NASDAQ100 |
| EU |
ES-EGRMF |
กองทุนหุ้นยุโรป All Cap ที่เฟ้นหาผู้ชนะเชิงโครงสร้างที่มีความสามารถแข่งขันในระยะยาว |
| JP |
K-JPRMF |
กองทุนหุ้นญี่ปุ่น ที่คัดเลือกหุ้นราคาเหมาะสมที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง |
| Asia |
B-ASIARMF |
กองทุนหุ้นเอเชีย ที่คัดเลือกหุ้นที่ราคาถูก และสวนกระแสตลาด |
| All Shares |
ES-CORMF |
กองทุนหุ้นจีน All Shares ที่คัดเลือกหุ้นที่เป็นผู้นำในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม |
| India |
K-INDIARMF |
กองทุนหุ้นอินเดีย ที่มีคุณภาพสูงและมีมูลค่าเหมาะสม มักหาโอกาสในหุ้นขนาดกลางและเล็ก |
| Thailand |
KT-HiDiv RMF |
กองทุนหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดีปันผลสูง |
| Vietnam |
PRINCIPAL VNEQRMF |
กองทุนหุ้นเวียดนาม ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง |
| Tech |
B-INNOTECHRMF |
กองทุนหุ้นเทคโนโลยีโลก ที่คัดเลือกหุ้นราคาเหมาะสมและสวนกระแสตลาด |
| |
|
|
| ประเภทกองทุนตราสารหนี้ |
กองทุน |
รายละเอียด |
| Mid-term Fixed Income |
KKP INRMF |
กองทุนตราสารหนี้ไทยเชิงรุกที่คัดเลือกตราสารที่มีคุณภาพสูง |
| Global Fixed Income |
K-GDBONDRMF |
กองทุนตราสารหนี้โลกเชิงรุกที่คัดเลือกตราสารได้ยืดหยุ่นและมีคุณภาพสูง |
| |
|
|
| ประเภทกองทุนตราสารทางเลือก |
กองทุน |
รายละเอียด |
| Gold |
UOBGRMF-H |
กองทุนทองคำ ที่มุ่งหวังให้ผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายเคลื่อนไหวสอดคล้องไปกับราคาทองคำ |
รวมรายชื่อกองทุนลดหย่อนภาษี RMF ประเภท Short-term และ Money Market ของแต่ละ บลจ.
|
บลจ.
|
กองทุนพักเงิน (Short-term and Money Market)
|
|
Aberdeen Asset Management (Thailand) Limited
|
ABSI-RMF
|
|
BBL Asset Management Co., Ltd.
|
MM-RMF
|
|
DAOL Investment Management Co., Ltd
|
DAOL-MONYRMF
|
|
Eastspring Asset Management (Thailand) Company Limited
|
ES-MRMF
|
|
Kasikorn Asset Management Co. Ltd
|
K-SFRMF
|
|
Kiatnakin Phatra Asset Management Co., Ltd.
|
KKP MMRMF
|
|
Krungsri Asset Management Co., Ltd.
|
KFCASHRMF
|
|
Krungthai Asset Management PLC
|
RMF4
|
|
Land and Houses Fund Management Co.,LTD
|
LHMMRMF
|
|
MFC Asset Management PLC
|
MMF-RMF
|
|
One Asset Management Ltd
|
M-RMF-A
|
|
Principal Asset Management Co., Ltd
|
PRINCIPAL PRMF
|
|
SCB Asset Management Co., Ltd.
|
SCBRM1
|
|
TALIS ASSET MANAGEMENT
|
TLMMRMF
|
|
UOB Asset Management (Thailand) Co., Ltd
|
UOBSVRMF
|
คำเตือน: กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือหนังสือชี้ชวนได้ที่บล.อินโนเวสท์เอกซ์