Key Summary
ไอเดียหุ้นไทยที่น่าสนใจและเป็นที่พูดถึงในตลาด
มอง SET มีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบ 1400 หลังมีความชัดเจนทางการเมืองมากขึ้น ขณะที่การประกาศงบ 4Q68 ของบจ. ไทยและนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศยังเป็นปัจจัยอื่นที่ต้องติดตาม กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 2 ธีมหลักและ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยเฉพาะตัว ดังนี้
- หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM
- หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI
- Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แนะนำ กลุ่มรับเหมาและวัสดุฯ (STECON CK SCC) กลุ่มธนาคาร (BBL KTB KBANK) กลุ่มนิคม (WHA AMATA) กลุ่มสื่อสาร (ADVANC TRUE) กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GUNKUL BANPU) กลุ่มค้าปลีก (CPALL BJC CRC CPN) กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว (BDMS AOT CENTEL ERW) 2) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี แนะนำ CENTEL CPALL HMPRO SAWAD WHA 3) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่แน่นอนของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT TOP SPRC และ 4) หุ้นที่คาดสัปดาห์นี้จะประกาศกำไร 4Q68 เติบโต YoY แนะนำ PTTGC GPSC FTREIT