Derivatives

อ่านสเปกสัญญา TFEX ให้เป็น: Tick, Multiplier, เวลาเทรด และวันหมดอายุ

17 Mar 26 2:42 PM
รู้จักผลิตภัณฑ์ลงทุน3
สรุปสาระสำคัญ

ก่อนเทรด TFEX มือใหม่ควรดูสเปกสัญญาอย่างน้อย 5 เรื่อง คือ สินค้าอ้างอิง, ขนาดสัญญา/Multiplier, Tick หรือช่วงราคาขั้นต่ำ, เวลาเทรด, และวันซื้อขายวันสุดท้าย เพราะแต่ละอย่างมีผลต่อกำไรขาดทุนและแผนการถือสถานะโดยตรง

ตัวอย่างเช่น SET50 Index Futures มีตัวคูณ 200 บาทต่อ 1 จุดดัชนี และช่วงราคาขั้นต่ำ 0.1 จุด หรือ 20 บาทต่อสัญญา ขณะที่ USD/THB Futures มีขนาดสัญญา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ และช่วงราคาขั้นต่ำ 0.01 บาท หรือ 10 บาทต่อสัญญา ส่วน Gold Online Futures ใช้ขนาดสัญญา 300 multiplier ของราคาอ้างอิงต่อทรอยออนซ์ และซื้อขายได้ทั้งช่วงกลางวันกับกลางคืนถึง 03:00 น. ของวันถัดไป

ถ้าคุณอ่านมาถึงตอนนี้ คุณน่าจะเริ่มเห็นแล้วว่า TFEX ไม่ได้ยากเพราะศัพท์เยอะอย่างเดียว แต่มันยากเพราะหลายคนรีบเทรดก่อนจะเข้าใจ “เงื่อนไขของสัญญา” ให้ครบ โดยเฉพาะเรื่องที่ดูเหมือนเล็ก แต่จริง ๆ สำคัญมาก เช่น ราคาขยับ 1 ช่องคิดเป็นกี่บาท, สัญญานี้มีตัวคูณเท่าไร, เทรดได้ช่วงไหน, และหมดอายุวันไหน เพราะทั้งหมดนี้คือสิ่งที่กำหนดว่าเรากำลังรับความเสี่ยงจริงเท่าไรอยู่

การดูกราฟเป็นอย่างเดียวไม่พอสำหรับ TFEX เพราะต่อให้คุณมองทิศทางถูก แต่ถ้าไม่รู้สเปกสัญญา คุณก็อาจถือมูลค่าสัญญาที่ใหญ่เกินไป เทรดผิดเดือน หรือเผลอถือสัญญาใกล้หมดอายุโดยไม่รู้ตัวได้ บทความนี้จึงอยากพาให้คุณอ่าน “Contract Specification” เป็นแบบภาษาคนทั่วไป ไม่ใช่แบบตำรา เพื่อให้ก่อนกดซื้อขาย คุณรู้ก่อนว่า กำลังลงทุนในสินค้าของ TFEX ภายใต้สเปกของสัญญาแบบไหนบ้าง

 

สเปกสัญญาคืออะไร และทำไมต้องอ่านก่อนเทรด

 

สเปกสัญญา หรือ Contract Specification คือ “รายละเอียดโดยเฉพาะ” ของ Futures หรือ Options แต่ละสินค้า ว่าสัญญานั้นอ้างอิงอะไร ขนาดเท่าไร ราคาเสนอซื้อขายแบบไหน ขยับขั้นต่ำครั้งละเท่าไร ซื้อขายได้ช่วงไหน และหมดอายุอย่างไร หน้า Contract Specification ของ TFEX จึงไม่ใช่แค่ข้อมูลประกอบ แต่เป็นข้อมูลที่กำหนดความเสี่ยงจริงของการเทรดโดยตรง

เหตุผลที่เรื่องนี้สำคัญมากก็เพราะ TFEX ไม่ได้มีสินค้าเดียว และแต่ละตัว “เปลี่ยนแปลงเท่ากัน แต่กระทบเงินไม่เท่ากัน” บางสัญญาราคาขยับ 1 ช่องคิดเป็น 10 บาท บางสัญญา 20 บาท หรือมากกว่านั้น และบางสัญญามี night session แต่บางสัญญาไม่มี ดังนั้นถ้าไม่อ่านสเปกก่อน คุณอาจใช้วิธีคิดแบบเดียวกันกับทุกสินค้า ทั้งที่จริงแล้วรายละเอียดโดยเฉพาะของแต่ละสินค้าไม่เหมือนกันเลย

 

5 เรื่องที่ควรดูทุกครั้งก่อนกดซื้อขาย

 

1) สินค้าอ้างอิงคืออะไร

ข้อแรกที่สุดคือรู้ให้ชัดว่าสัญญานั้นอ้างอิงกับอะไร เช่น SET50 Index Futures อ้างอิงดัชนี SET50, USD/THB Futures อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB และ Gold Online Futures อ้างอิงราคาทองคำความบริสุทธิ์ 99.50% ถ้าคุณยังอธิบายไม่ได้ว่าสินค้าตัวนั้นขึ้นลงเพราะอะไร ก็ยังไม่ควรเริ่มจากตัวนั้น

 

2) ขนาดสัญญา หรือ Multiplier เท่าไร

ขนาดสัญญาเป็นตัวกำหนดว่า “ราคาเปลี่ยน 1 หน่วยแล้วกระทบเงินจริงมากแค่ไหน” เช่น SET50 Index Futures ใช้ตัวคูณ 200 บาทต่อ 1 จุดดัชนี ส่วน USD/THB Futures ใช้ขนาดสัญญา 1,000 USD และ Gold Online Futures ใช้ 300 multiplier ของราคาอ้างอิงต่อทรอยออนซ์ เพราะฉะนั้นคำว่า “ขึ้น 1 จุด” หรือ “ขึ้น 0.1” จึงไม่มีความหมายเลย ถ้ายังไม่รู้ตัวคูณของสัญญานั้นก่อน

 

3) Tick หรือช่วงราคาซื้อขายขั้นต่ำเท่าไร

Tick คือขนาดการขยับขั้นต่ำของราคาในระบบซื้อขาย เช่น SET50 Index Futures ขยับขั้นต่ำ 0.1 จุด ซึ่งคิดเป็น 20 บาทต่อสัญญา ขณะที่ USD/THB Futures ขยับขั้นต่ำ 0.01 บาท หรือ 10 บาทต่อสัญญา ถ้าคุณไม่รู้ Tick คุณจะไม่รู้เลยว่าราคา “ขยับนิดเดียว” ที่เห็นบนจอ แปลเป็นเงินจริงเท่าไรในพอร์ต

 

4) เทรดได้ช่วงเวลาไหน

สินค้าแต่ละตัวไม่ได้มีเวลาซื้อขายเหมือนกันทั้งหมด SET50 Index Futures ซื้อขายในช่วงเช้าและบ่ายของตลาดไทย ส่วน USD/THB Futures และ Gold Online Futures มีทั้ง day session และ night session โดยช่วงกลางคืนไปถึง 03:00 น. ของวันถัดไป ข้อนี้สำคัญมาก เพราะถ้าคุณไม่มีเวลาติดตามกลางคืน แต่ไปเลือกสินค้าที่ข่าวต่างประเทศกระทบแรงใน night session ก็อาจทำให้การคุมความเสี่ยงยากขึ้นตั้งแต่ต้น

 

5) วันซื้อขายวันสุดท้าย และเวลาหยุดซื้อขายคือเมื่อไร

สัญญา Futures มีวันหมดอายุ และสินค้าต่างกันก็หยุดซื้อขายคนละเวลา เช่น SET50 Index Futures หยุดซื้อขายเวลา 16:30 น. ในวันซื้อขายวันสุดท้าย, Gold Online Futures ก็หยุดที่ 16:30 น. เช่นกัน แต่ USD/THB Futures ของเดือนที่จะหมดอายุจะหยุดซื้อขายตั้งแต่ 11:00 น. ของวันซื้อขายวันสุดท้าย ดังนั้นคำว่า “ใกล้หมดอายุ” ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันส่งผลจริงต่อแผนถือข้ามวันหรือข้ามสัปดาห์ของคุณ

 

Tick คืออะไร ทำไมมือใหม่ต้องสนใจมากกว่าที่คิด

หลายคนเริ่มต้นด้วยการมองกราฟแล้วนับว่า “ขึ้นกี่จุด ลงกี่จุด” แต่ใน TFEX สิ่งที่ต้องถามต่อทันทีคือ 1 จุดนั้นคิดเป็นกี่บาท เพราะกำไรขาดทุนจริงไม่ได้เกิดจากจำนวนจุดอย่างเดียว แต่มาจากจำนวนจุดคูณกับเงื่อนไขตัวคูนของสัญญาสินค้านั้นๆ ตัวอย่างเช่น SET50 Index Futures ขยับ 1 จุดเต็มจะเท่ากับ 200 บาทต่อสัญญา เพราะขั้นต่ำ 0.1 จุดเท่ากับ 20 บาท ส่วน USD/THB Futures ขยับ 0.01 บาทเท่ากับ 10 บาทต่อสัญญา

 

วิธีคิดที่ปลอดภัยกว่าคือ เลิกถามว่า “กราฟขยับเยอะไหม” แล้วเปลี่ยนเป็นถามว่า “ถ้าขยับถึงจุด stop ของเรา จะเสียเงินจริงกี่บาท” เพราะคำตอบนี้ต่างหากที่ใช้วางขนาดสัญญาและทำ position sizing ได้จริง

 

Multiplier คืออะไร และต่างจาก Tick ยังไง

Tick คือ “ขยับขั้นต่ำครั้งละเท่าไร” แต่ Multiplier หรือขนาดสัญญาคือ “โครงสร้างที่ทำให้การขยับนั้นมีมูลค่าเงินจริงเท่าไร” ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ SET50 Index Futures ซึ่ง TFEX ระบุไว้ว่าใช้ตัวคูณ 200 บาทต่อ 1 จุดดัชนี ทำให้ tick ขั้นต่ำ 0.1 จุดแปลเป็น 20 บาทต่อสัญญา ส่วน Gold Online Futures ใช้ขนาดสัญญา 300 multiplier ของราคาอ้างอิงต่อทรอยออนซ์ เราจึงต้องเข้าใจทั้งตัวคูณและหน่วยราคา ไม่ใช่ดูราคาบนจออย่างเดียว

 

ถ้าอยากจำง่ายให้คิดแบบนี้:
Tick = ราคาขยับขั้นต่ำครั้งละเท่าไร
Multiplier = การขยับนั้นแปลงเป็นเงินจริงอย่างไร

สองอย่างนี้ต้องอ่านคู่กันเสมอ ถ้าอ่านอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างเดียว ภาพความเสี่ยงจะไม่ครบ

 

เดือนสัญญา และวันหมดอายุ สำคัญยังไง

TFEX ไม่ได้มีแค่ “สินค้าอะไร” แต่ยังมี “สินค้าเดือนอะไร” ด้วย เช่น SET50 Index Futures มี 3 เดือนที่ใกล้ที่สุดแบบต่อเนื่อง และอีก 3 เดือนรายไตรมาสถัดไป ส่วน USD/THB Futures มี 3 เดือนใกล้ที่สุดแบบต่อเนื่อง บวกเดือนปลายไตรมาสถัดไป และ Gold Online Futures มี 2 เดือนรายไตรมาสที่ใกล้ที่สุด คือมี.ค., มิ.ย., ก.ย., ธ.ค. ตามรอบของสินค้า

 

เหตุผลที่ต้องดูเดือนสัญญาไม่ใช่แค่เพื่อไม่ให้กดผิด แต่ยังเกี่ยวกับสภาพคล่อง แผนถือสถานะ และเวลาที่สัญญาจะหยุดซื้อขายด้วย โดยเฉพาะคนที่ชอบถือข้ามสัปดาห์หรือข้ามเดือน ถ้าไม่รู้ว่าสัญญาเดือนนั้นใกล้หมดอายุแล้วหรือไม่ ก็อาจไปเจอกับการปิดสถานะในช่วงที่ไม่ตั้งใจได้

 

เวลาเทรด สำคัญกว่าที่หลายคนคิด

คนส่วนใหญ่มักสนใจแต่ราคากับทิศทาง แต่ “เวลาเทรด” มีผลกับการเลือกสินค้าอย่างมาก SET50 Index Futures ซื้อขายเฉพาะ session กลางวัน คือ pre-open ช่วงเช้าและบ่าย ก่อนเข้าสู่การซื้อขายจริงช่วง 09:45–12:30 น. และ 13:45–16:55 น. ขณะที่ USD/THB Futures และ Gold Online Futures มี night session เพิ่มตั้งแต่ 18:50–03:00 น. ของวันถัดไป

 

ความหมายในทางปฏิบัติคือ ถ้าคุณเป็นคนทำงานกลางวันและไม่สะดวกติดตามตลาดกลางคืน สินค้าที่มีแรงขับจากตลาดโลกใน night session อาจทำให้คุณรู้สึกกดดันกว่าเดิม แต่ถ้าคุณติดตามข่าวต่างประเทศอยู่แล้ว night session ก็อาจกลายเป็นข้อได้เปรียบ ดังนั้นเวลาเทรดไม่ใช่ข้อมูลประกอบเล็ก ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของ “ความเหมาะกับชีวิตจริง” ของสินค้าแต่ละตัวด้วย

 

ตัวอย่างอ่านสเปกจริงแบบเข้าใจง่าย

 

ตัวอย่างที่ 1: SET50 Index Futures

ถ้าคุณเปิดหน้า SET50 Index Futures สิ่งที่ควรเห็นทันทีคือ สินค้าอ้างอิงเป็น SET50 Index, ใช้ตัวคูณ 200 บาทต่อ 1 จุด, ขยับขั้นต่ำ 0.1 จุด หรือ 20 บาทต่อสัญญา, ซื้อขายกลางวัน และวันซื้อขายวันสุดท้ายหยุดที่ 16:30 น. ของวันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนสัญญา นี่คือชุดข้อมูลที่ทำให้คุณพอประเมินได้ทันทีว่า การเปลี่ยนแปลง 5 จุดของสถานะสัญญาของคุณแปลเป็นเงินจริงประมาณเท่าไรต่อสัญญา

 

ตัวอย่างที่ 2: USD/THB Futures

สำหรับ USD/THB Futures สิ่งที่ควรรู้คือ สินค้าอ้างอิงเป็น อัตราแลกเปลี่ยน USD/THB, ขนาดสัญญา 1,000 USD, tick ขั้นต่ำ 0.01 บาท หรือ 10 บาทต่อสัญญา, มีทั้ง day session และ night session และในวันซื้อขายวันสุดท้าย สัญญาที่หมดอายุจะหยุดเทรดตั้งแต่ 11:00 น. ซึ่งต่างจากหลายสินค้าที่หยุดช่วงบ่าย นี่คือรายละเอียดที่คนมองแค่กราฟมักพลาด แต่มีผลจริงกับการถือสถานะ

 

ตัวอย่างที่ 3: Gold Online Futures

Gold Online Futures มีสินค้าอ้างอิงเป็น ราคาทองคำความบริสุทธิ์ 99.50%, ใช้ขนาดสัญญา 300 multiplier ต่อทรอยออนซ์, ราคาเสนอซื้อขายเป็น USD ต่อทรอยออนซ์, tick ขั้นต่ำ 0.1 หรือคิดเป็น 30 บาทต่อสัญญา, มี 2 เดือนรายไตรมาสที่ใกล้ที่สุด และซื้อขายได้ทั้ง day และ night session ถึง 03:00 น. ส่วนวันซื้อขายวันสุดท้ายหยุดที่ 16:30 น. ถ้าคุณชอบเทรดทอง แต่ไม่อ่านสเปกหน้านี้ก่อน คุณอาจรู้ข่าวทองดี แต่ยังไม่รู้ว่ารายละเอียดของสัญญาที่ถืออยู่เป็นแบบไหน

 

ถ้าคุณเคยเทรดหุ้นมาก่อน...

คนที่มาจากหุ้นมักคุ้นกับการดูราคา แนวรับแนวต้าน และจำนวนหุ้นที่ถือ แต่ใน TFEX คุณต้องเพิ่มนิสัยอีกอย่างคือ “อ่านสเปกสัญญาทุกครั้ง” เพราะสิ่งที่กำหนดกำไรขาดทุนจริงไม่ได้มีแค่ราคาไปทางไหน แต่มีทั้ง tick value, multiplier, session และ expiry เข้ามาเกี่ยวด้วย

 

สิ่งที่ควรระวังคือ คนที่เคยเทรดหุ้นจะคิดว่า “กราฟคล้ายกันก็ใช้วิธีคิดเดิมได้” ซึ่งอาจจริงในมุมอ่านราคา แต่ไม่จริงในมุมโครงสร้างความเสี่ยง เพราะหุ้นไม่มีวันหมดอายุ และไม่ได้มี tick/multiplier แบบสัญญาอนุพันธ์ ดังนั้นถ้าคุณมาจากหุ้น สิ่งที่ควรเพิ่มไม่ใช่การดูกราฟให้มากขึ้น แต่คือการเช็กสเปกสัญญาให้เป็นนิสัยก่อนทุกครั้ง

 

เช็กลิสต์ก่อนกดซื้อขายทุกครั้ง

ก่อนกดซื้อขายจริง ลองถามตัวเอง 6 ข้อนี้ให้ครบ

  • เรากำลังเทรด สินค้าอะไร และมันขึ้นลงเพราะอะไร
  • สัญญานี้มี Multiplier หรือขนาดสัญญา เท่าไร
  • ราคา ขยับ 1 Tick คิดเป็นเงินจริงกี่บาท
  • เรากำลังเทรด เดือนสัญญา ไหน
  • สินค้านี้มี night session หรือไม่ และสามารถติดตามช่วงนั้นได้ไหม
  • วันซื้อขายวันสุดท้ายของสัญญานี้คือวันไหน และหยุดซื้อขายกี่โมง

 

ถ้าคำตอบข้อไหนยังไม่ได้ อย่าเพิ่งรีบลงทุน เพราะสเปกสัญญาไม่ใช่รายละเอียดเล็กน้อย แต่มันคือ “คู่มือการอยู่รอด” ของการเทรด TFEX โดยตรง

 

คำถามที่พบบ่อย

 

Tick กับ Point เหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกันเสมอไป Point คือหน่วยการเปลี่ยนแปลงของราคาในภาพกว้าง ส่วน Tick คือช่วงราคาขั้นต่ำที่ระบบยอมให้ขยับได้ เช่น SET50 Index Futures ขยับขั้นต่ำ 0.1 จุด ซึ่งเท่ากับ 1 tick และคิดเป็น 20 บาทต่อสัญญา

 

ทำไมสินค้าต่างกัน แต่กราฟดูคล้ายกัน ความเสี่ยงกลับไม่เท่ากัน

เพราะความเสี่ยงจริงขึ้นกับสเปกสัญญาด้วย ไม่ใช่ดูจากรูปกราฟอย่างเดียว โดยเฉพาะ multiplier, tick value, เวลาเทรด และวันหมดอายุ ซึ่งต่างกันตามสินค้า

 

ต้องจำสเปกทุกตัวไหม

ไม่จำเป็นสำหรับมือใหม่ สิ่งที่ควรทำคือเลือกสินค้าเริ่มต้น 1–2 ตัว แล้วอ่านสเปกของตัวนั้นให้คล่องก่อน เพราะเป้าหมายช่วงแรกไม่ใช่รู้ทุกอย่าง แต่คือไม่พลาดเรื่องพื้นฐานของสิ่งที่ตัวเองกำลังเทรดอยู่

 

วันหมดอายุสำคัญกับคนที่ไม่ได้ตั้งใจถือยาวไหม

สำคัญ เพราะแม้คุณจะไม่ได้ตั้งใจถือไปจนหมดอายุ แต่สภาพคล่อง แผน rollover และเวลาหยุดซื้อขายของสัญญาใกล้หมดอายุก็มีผลกับการวางแผนเทรดจริงอยู่ดี

 

สรุป

การอ่านสเปกสัญญา TFEX ให้เป็น คือพื้นฐานที่ช่วยให้คุณรู้ว่า ราคา 1 ช่องมีมูลค่าจริงเท่าไร, สินค้านี้เหมาะกับเวลาชีวิตคุณหรือไม่, และคุณกำลังเสี่ยงกับสัญญาที่จะหมดอายุเมื่อไร ยิ่งเข้าใจเรื่องพวกนี้เร็วเท่าไร การตัดสินใจเทรดก็จะยิ่งมีเหตุผลมากขึ้นเท่านั้น

ดังนั้น ก่อนจะถามว่า “กราฟจะไปทางไหน” ลองถามก่อนว่า “ฉันอ่านรายละเอียดของสัญญานี้ครบหรือยัง” เพราะใน TFEX คนที่เริ่มต้นได้ดี มักไม่ใช่คนที่อ่านกราฟเก่งที่สุดตั้งแต่วันแรก แต่คือคนที่ไม่มองข้ามรายละเอียดเล็ก ๆ ที่กำหนดความเสี่ยงจริงของตัวเอง

 

ตอนถัดไป เราจะไปต่อในหัวข้อที่เชื่อมกับสเปกสัญญาโดยตรงและใช้จริงมากที่สุด นั่นคือ
คำสั่งซื้อขาย TFEX ที่ต้องใช้จริง: Market, Limit, Stop และควรใช้ตอนไหน”

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

  • SET50 Index Futures Contract Specification และ Trading Calendar ของ TFEX
  • USD/THB Futures Contract Specification และ Trading Calendar ของ TFEX
  • Gold Online Futures Contract Specification ของ TFEX
  • Product Overview ของ TFEX เพื่อดูสินค้าทั้งหมดในตลาด

 

🚀 ลงทุน TFEX เข้าถึงโอกาสทำกำไรในตลาดอนุพันธ์ได้อย่างง่ายดายแค่ปลายนิ้ว

เพียงแค่เปิดบัญชีกับ InnovestX และ Activate บัญชี TFEX

  1. เปิดบัญชี InnovestX 👉 https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b
  2. Activate TFEX: อ่านขั้นตอนการเปิดใช้บริการ 👉 https://www.innovestx.co.th/products/derivatives/product-tfex

⚠️ คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนการซื้อขายฟิวเจอร์สและออปชั่น มีความเสี่ยงสูงที่อาจก่อนให้เกิดผลขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญจังไม่เหมาะสมกับบุคคลทุกคน ก่อนตัดสินใจซื้อขายฟิวสเจอร์สและออปชั่น ท่านควรพิจารณาถึงฐานะทางการเงินวัตถุประสงค์การลงทุน ตลอดจนความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้อย่างรอบคอบเนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ท่านอาจสุญเสียเงินลงทุนมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5