
ปัจจุบัน TFEX มีสินค้าหลักหลายกลุ่ม ได้แก่ ตราสารทุน, โลหะมีค่า, สินค้าเกษตร, ค่าเงิน และอัตราดอกเบี้ย/ตราสารหนี้ โดยในแต่ละกลุ่มก็มีทั้งฟิวเจอร์สและบางกลุ่มมีออปชันด้วย
ถ้ามองในเชิงการเริ่มต้น สำหรับมือใหม่จำนวนมาก สินค้าที่มัก “เรียนรู้ได้ง่ายกว่า” คือกลุ่มที่ สภาพคล่องดี, โครงสร้างสัญญาไม่ซับซ้อน, และมีปัจจัยขับเคลื่อนราคาที่พอเข้าใจได้ เช่น SET50 Index Futures, USD/THB Futures หรือ Gold/Gold Online Futures แล้วแต่พื้นฐานเดิมของแต่ละคน
สินค้าใน TFEX มีอะไรบ้าง? มือใหม่ควรเริ่มตัวไหนก่อน
พอเริ่มเข้าใจแล้วว่า TFEX คืออะไร Futures ทำงานยังไง และ Margin กับ Leverage สำคัญแค่ไหน คำถามถัดมาที่แทบทุกคนต้องเจอคือ “แล้วใน TFEX มีสินค้าอะไรให้เทรดบ้าง?” และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “ถ้าเป็นมือใหม่ ควรเริ่มจากตัวไหนก่อนดี?”
คำถามนี้สำคัญมาก เพราะต่อให้เราเข้าใจกลไกการทำงานของตลาดดีแค่ไหน แต่ถ้าเลือกสินค้าที่ไม่เหมาะกับตัวเองตั้งแต่แรก การเริ่มต้นก็มีโอกาสยากเกินจำเป็น บางคนเลือกตัวที่ผันผวนเกินไป บางคนเลือกตัวที่ไม่เข้าใจปัจจัยขับเคลื่อนราคา หรือบางคนเลือกจากสิ่งที่ “ดูน่าตื่นเต้น” มากกว่าสิ่งที่ “เหมาะกับการเรียนรู้” สุดท้ายเลยทำให้ TFEX ดูยากกว่าที่ควรจะเป็น
ข่าวดีคือ TFEX มีสินค้าค่อนข้างหลากหลาย และไม่ได้บังคับว่ามือใหม่ต้องเริ่มเหมือนกันทุกคน สิ่งที่ควรทำไม่ใช่ถามว่า “ตัวไหนดีที่สุด” แต่ควรถามว่า “ตัวไหนเหมาะกับความเข้าใจ เวลา และความเสี่ยงที่เรารับได้มากที่สุด”
สินค้าใน TFEX มีอะไรบ้าง
ตามหน้า Product Overview ของ TFEX ปัจจุบัน ตลาดแบ่งสินค้าออกเป็น 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ Equity, Precious Metal, Agriculture, Currency และ Interest Rate/Debt Instrument ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ดัชนีหุ้น หุ้นเดี่ยว ทองคำ เงิน ยางพารา ค่าเงิน ไปจนถึงอัตราดอกเบี้ยและพันธบัตรรัฐบาล
ถ้าลงรายละเอียดตามรายการสินค้าที่ TFEX แสดงอยู่ในปัจจุบันจะมีดังนี้
1) กลุ่มตราสารทุน (Equity)
ในกลุ่มนี้ TFEX มี SET50 Index Futures, SET50 Index Options, Sector Index Futures และ Single Stock Futures ซึ่งเป็นกลุ่มที่เชื่อมกับหุ้นค่อนข้างมาก เพราะอ้างอิงทั้งดัชนีและหุ้นรายตัวโดยตรง
2) กลุ่มโลหะมีค่า (Precious Metal)
TFEX มี Gold Futures, Gold Online Futures, Silver Online Futures และ Gold-D โดยกลุ่มนี้มักได้รับความสนใจจากคนที่ติดตามราคาทองคำและโลหะมีค่าอยู่แล้ว โดยเฉพาะ Gold Futures และ Gold Online Futures ที่เป็นสินค้าหลักของตลาดไทยมานาน
3) กลุ่มสินค้าเกษตร (Agriculture)
ในกลุ่มนี้ TFEX แสดงสินค้าหลักอย่าง Japanese Rubber Futures, RSS3D Futures และ RSS3 Futures ซึ่งเหมาะกับผู้ที่เข้าใจสินค้ากลุ่มยางพาราและปัจจัยตลาดเฉพาะทางมากพอสมควร
4) กลุ่มค่าเงิน (Currency)
ปัจจุบันมี USD/THB Futures, USD/THB Options, EUR/THB Futures, JPY/THB Futures, EUR/USD Futures และ USD/JPY Futures ซึ่งเหมาะกับคนที่ติดตามทิศทางค่าเงินหรือมีความเสี่ยงเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนอยู่แล้ว
5) กลุ่มอัตราดอกเบี้ยและตราสารหนี้
ในหน้า Product Overview ของ TFEX ปัจจุบันยังมี 3M BIBOR Futures และ 5Y Gov Bond Futures ซึ่งเป็นสินค้าที่เฉพาะทางมากขึ้น และมักเหมาะกับผู้ลงทุนหรือผู้ใช้งานที่เข้าใจโครงสร้างดอกเบี้ยและตราสารหนี้อยู่แล้วมากกว่ามือใหม่ทั่วไป
ถ้ามองแบบคนเริ่มต้น ควรแบ่งสินค้ายังไงให้เข้าใจง่าย
แม้ TFEX จะมีหลายสินค้า แต่ถ้ามองในเชิง “การเริ่มต้นเรียนรู้” แนะนำให้แบ่งแบบง่าย ๆ เป็น 3 กลุ่มตามวิธีคิดของคนอ่านมากกว่าตามหมวดทางการ
กลุ่มที่ 1: สินค้าที่อิง “ภาพรวมตลาดหุ้น”
ตัวแทนชัดที่สุดคือ SET50 Index Futures ซึ่งอ้างอิงดัชนี SET50 โดยตรง และมีตัวคูณสัญญา 200 บาทต่อ 1 จุดดัชนี โดย tick ขั้นต่ำคือ 0.1 จุด หรือ 20 บาทต่อสัญญา
ข้อดีของกลุ่มนี้คือ ถ้าคุณคุ้นกับภาพรวมตลาดหุ้นไทยอยู่แล้ว จะเข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไมราคาถึงขึ้นลง เพราะมันเชื่อมกับ sentiment ตลาดโดยตรง ไม่ต้องไปวิเคราะห์หุ้นรายตัวทีละตัวเหมือน Single Stock Futures มากนัก
กลุ่มที่ 2: สินค้าที่อิง “สินทรัพย์โลก”
ตัวอย่างชัดคือ Gold Online Futures และ Silver Online Futures ซึ่งอ้างอิงทองคำและเงินในตลาดโลก โดย Gold Online Futures อ้างอิงราคาทองคำความบริสุทธิ์ 99.5% และ Silver Online Futures อ้างอิงราคาเงินความบริสุทธิ์ 99.9% ทั้งสองสินค้ามี night session ถึง 03:00 น. ของวันถัดไป
ข้อดีของกลุ่มนี้คือ เหมาะกับคนที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจโลก ดอลลาร์ ยีลด์ หรือความเสี่ยงมหภาคอยู่แล้ว และเหมาะกับคนที่ต้องการเทรดช่วงกลางคืนด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่าความผันผวนและข่าวที่กระทบราคาอาจมาจากหลายประเทศหลายช่วงเวลา
กลุ่มที่ 3: สินค้าที่อิง “ค่าเงิน”
ตัวอย่างหลักคือ USD/THB Futures ซึ่งมีขนาดสัญญา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาเสนอซื้อขายเป็นเงินบาทต่อดอลลาร์ และ tick ขั้นต่ำ 0.01 บาท หรือ 10 บาทต่อสัญญา รวมถึงมี night session ถึง 03:00 น. เช่นกัน
ข้อดีของกลุ่มนี้คือ โครงสร้างราคาและมูลค่าต่อ tick ค่อนข้างชัด เข้าใจง่ายสำหรับคนที่สนใจทิศทางเงินบาทหรือมี exposure กับดอลลาร์อยู่แล้ว เช่น ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก หรือคนที่ติดตามค่าเงินจากมุมการลงทุน
แล้วมือใหม่ควรเริ่มจากตัวไหน
คำตอบจริงคือ ไม่มีสินค้าตัวเดียวที่เหมาะกับทุกคน แต่ถ้าให้เลือก “จุดเริ่มต้นที่เป็นมิตร” สำหรับคนส่วนใหญ่ ผมมองว่ามี 3 ทางเลือกที่น่าสนใจต่างกันไปตามพื้นฐานเดิม
ทางเลือกที่ 1: SET50 Index Futures
ถ้าคุณคุ้นกับตลาดหุ้นไทยอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนที่ดูภาพรวมดัชนีเป็นประจำ SET50 Index Futures มักเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้าใจง่าย เพราะอ้างอิง “ตลาดโดยรวม” มากกว่าหุ้นรายตัว และมีโครงสร้างสัญญาชัดเจนทั้งตัวคูณ 200 บาทต่อจุด และ tick 0.1 จุด หรือ 20 บาทต่อสัญญา อีกทั้งเวลาซื้อขายก็อยู่ใน day session ของตลาดหุ้นไทย จึงเหมาะกับคนที่ยังไม่อยากเข้าไปเจอ night session ตั้งแต่แรก
ทางเลือกที่ 2: USD/THB Futures
ถ้าคุณชอบสินค้าที่ “คิดเป็นตัวเงินชัด” และติดตามค่าเงินบาทอยู่แล้ว USD/THB Futures เป็นตัวที่น่าสนใจมาก เพราะขนาดสัญญา 1,000 USD และ tick ขั้นต่ำ 0.01 บาท หรือ 10 บาทต่อสัญญา ทำให้คนเริ่มต้นมักคำนวณผลกระทบต่อพอร์ตได้ง่าย อีกทั้งยังเป็นสินค้าที่เชื่อมกับชีวิตจริงได้ดี เช่น คนที่มองดอลลาร์เป็นประจำจากข่าวหรือมีธุรกรรมเกี่ยวข้องอยู่แล้ว
ทางเลือกที่ 3: Gold Futures / Gold Online Futures
ถ้าคุณติดตามทองคำอยู่แล้ว หรือชอบสินค้าที่ตอบสนองกับข่าวเศรษฐกิจโลกชัด Gold Futures และ Gold Online Futures เป็นตัวเลือกที่คนไทยรู้จักกันดี โดย Gold Futures อ้างอิงทองคำ 96.5% ในไทย ขณะที่ Gold Online Futures อ้างอิงราคาทองคำโลก 99.5% และมี night session ถึง 03:00 น. จึงเหมาะกับคนที่พร้อมตามตลาดโลกมากขึ้น
แล้วอะไรที่ “ยังไม่ใช่” จุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุด
ถ้ามองจากมุมการเรียนรู้ล้วน ๆ สินค้าบางประเภทอาจยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่
Single Stock Futures แม้จะดูใกล้ตัวสำหรับคนเล่นหุ้น แต่ความจริงคือมันเพิ่ม layer ของความเสี่ยงจาก “หุ้นรายตัว” เข้าไปอีก เช่น ข่าวบริษัท งบ การเก็งกำไรเฉพาะตัว และความผันผวนรายชื่อ ทำให้มือใหม่ที่ยังคุม position sizing ไม่คล่องอาจเจอแรงแกว่งที่กดดันได้ง่ายกว่า SET50 Futures
SET50 Index Options และ USD/THB Options ก็เป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่มีองค์ประกอบเพิ่มขึ้นมากกว่าฟิวเจอร์ส เช่น strike price, time decay, volatility และโครงสร้าง payoff จึงมักเหมาะกับคนที่เข้าใจฟิวเจอร์สและ risk profile ของตัวเองก่อนแล้วค่อยต่อยอดมากกว่าเริ่มจากศูนย์
ส่วนสินค้าอย่าง Sector Index Futures, Agriculture Futures หรือ Interest Rate Futures ไม่ได้แปลว่าไม่ดี แต่ค่อนข้างเฉพาะทาง และมักเหมาะกับคนที่มีความเข้าใจพื้นฐานของสินทรัพย์อ้างอิงเหล่านั้นอยู่แล้วมากกว่า
ถ้าคุณเคยเทรดหุ้นมาก่อน...
ถ้าคุณเคยเทรดหุ้นมาก่อน แต่ยังไม่เคยเทรด TFEX คุณน่าจะเป็นกลุ่มที่เริ่มได้ง่ายกว่าคนไม่เคยลงทุนเลย เพราะคุ้นกับการดูราคา การอ่านกราฟ และการตัดสินใจเข้าออกอยู่แล้ว สิ่งที่ควรทำคือ เลือกสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุ้นชินกับคุณก่อน
ถ้าคุณดูภาพรวมตลาดหุ้นไทยเป็นประจำ SET50 Index Futures มักเป็นจุดเชื่อมโยงที่ดี เพราะคุณไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงรายตัวแบบ Single Stock Futures มากเกินไปตั้งแต่ต้น และยังได้เรียนรู้กลไก Long/Short, Margin และ Mark-to-Market ผ่านสินค้าที่ “การเคลื่อนไหวราคา” ใกล้ตัวอยู่แล้ว
สิ่งที่ผู้เริ่มต้นที่มักจะพลาดบ่อยคือ คนที่มาจากหุ้นมักเลือก Single Stock Futures เพราะรู้สึกว่า “เข้าใจหุ้นตัวนั้นอยู่แล้ว” แต่ลืมว่าใน TFEX ความผันผวนต่อเงินที่วางจริงอาจแรงขึ้นมากเพราะมี leverage ดังนั้น จุดเริ่มต้นที่เหมาะสมจึงไม่ใช่การเลือกตัวที่คุ้นชื่อที่สุด แต่คือการเลือกตัวที่ทำให้คุณเรียนรู้ระบบความเสี่ยงได้ง่ายที่สุด
ใช้ 2 คำถามนี้ช่วยเลือกสินค้าตัวแรก
ถ้ายังลังเลว่าจะเริ่มจากตัวไหนดี ลองถามตัวเอง 2 ข้อนี้
1) เราเข้าใจปัจจัยที่ทำให้ราคาขึ้นลงของสินค้านั้นหรือยัง
ถ้าคุณยังตอบไม่ได้ว่าทำไมราคาสินค้านั้นขึ้นลง ก็ยังไม่ควรเริ่มจากตัวนั้น
2) เรามีเวลาติดตามตลาดช่วงไหน
ถ้าคุณดูตลาดได้เฉพาะกลางวัน สินค้าที่เน้น day session อย่าง SET50 Futures อาจเหมาะกว่า
แต่ถ้าคุณสะดวกกลางคืนและติดตามข่าวโลกอยู่แล้ว สินค้ากลุ่มทองหรือค่าเงินก็เหมาะสมที่จะลงทุน
แนวทางเลือกสินค้าตัวแรกแบบง่ายที่สุด
ไม่มีข้อไหนผิดหรือถูกตายตัว แต่สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือการเริ่มจากสินค้าที่เรา “ยังอธิบายมันไม่ได้” ว่าทำไมราคาถึงขยับ และการเริ่มจากตัวที่ดูหวือหวาเพียงเพราะอยากเห็นกำไรเร็ว
คำถามที่พบบ่อย
TFEX มีแค่ SET50 Index Futures หรือไม่
ไม่ใช่ ปัจจุบัน TFEX มีสินค้าหลายกลุ่ม ทั้งดัชนี หุ้นรายตัว ทองคำ เงิน ค่าเงิน ยางพารา และอัตราดอกเบี้ย/ตราสารหนี้
มือใหม่ควรเริ่มจาก Options เลยไหม
โดยทั่วไป ฟิวเจอร์สมักเป็นจุดเริ่มที่เข้าใจง่ายกว่า เพราะออปชันมีองค์ประกอบเพิ่มขึ้น เช่น strike, เวลา และความผันผวนแฝง จึงมักเหมาะกับคนที่เข้าใจฟิวเจอร์สก่อนแล้วมากกว่า
ถ้าเคยเล่นหุ้นมาแล้ว ควรเริ่มจาก Single Stock Futures ไหม
ไม่จำเป็น แม้ชื่อจะคุ้นกว่า แต่ในเชิงการเรียนรู้ หลายครั้ง SET50 Index Futures อาจเป็นจุดเริ่มที่เป็นมิตรกว่า เพราะลดความเสี่ยงเฉพาะตัวของหุ้นรายตัวลงได้ระดับหนึ่ง
ถ้าอยากเทรดตอนกลางคืน ควรดูสินค้าอะไร
สินค้ากลุ่ม Precious Metal และ Currency หลายตัวของ TFEX มี night session ถึง 03:00 น. เช่น Gold Futures, Gold Online Futures, Silver Online Futures และ USD/THB Futures
สรุป
สินค้าใน TFEX มีให้เลือกมากกว่าที่หลายคนคิด และความหลากหลายนั้นไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าเราเริ่มจากคำถามที่ถูกต้อง นั่นคือ เราเข้าใจอะไรอยู่แล้วบ้าง และอยากเริ่มจากการเรียนรู้แบบไหน
สำหรับมือใหม่ส่วนใหญ่ การเริ่มจากสินค้าที่ สภาพคล่องดี, โครงสร้างไม่ซับซ้อน, และเชื่อมกับสิ่งที่เราคุ้นอยู่แล้ว จะทำให้การเรียนรู้ราบรื่นกว่าเสมอ เพราะเป้าหมายช่วงแรกไม่ใช่การหา “ตัวที่ทำกำไรเร็วสุด” แต่คือการหา “ตัวที่ช่วยให้เราเข้าใจกลไกการทำงานของตลาด TFEX ได้เร็วที่สุด”
ตอนถัดไป เราจะไปต่อในเรื่องที่สำคัญมากก่อนเทรดจริง นั่นคือ
“อ่านสเปกสัญญาให้เป็น: tick, multiplier, เวลาเทรด, และวันหมดอายุ”
แหล่งข้อมูลอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม
🚀 ลงทุน TFEX เข้าถึงโอกาสทำกำไรในตลาดอนุพันธ์ได้อย่างง่ายดายแค่ปลายนิ้ว
เพียงแค่เปิดบัญชีกับ InnovestX และ Activate บัญชี TFEX
⚠️ คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนการซื้อขายฟิวเจอร์สและออปชั่น มีความเสี่ยงสูงที่อาจก่อนให้เกิดผลขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญจังไม่เหมาะสมกับบุคคลทุกคน ก่อนตัดสินใจซื้อขายฟิวสเจอร์สและออปชั่น ท่านควรพิจารณาถึงฐานะทางการเงินวัตถุประสงค์การลงทุน ตลอดจนความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้อย่างรอบคอบเนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่ท่านอาจสุญเสียเงินลงทุนมากกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก