Bites for Breakfast

Bites for Breakfast - เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรด วันนี้ 14 ม.ค. 2569

14 Jan 26 7:52 AM
Bites-Thumbnail-01
สรุปสาระสำคัญ

1. หุ้นสหรัฐฯ ปรับลงจากข้อเสนอจำกัดดอกเบี้ยบัตรเครดิต ทองคำทำนิวไฮจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
2. ราคาน้ำมันพุ่งกว่า 2% จากความกังวลอุปทานอิหร่านหลังการประท้วงรุนแรงและคำเตือนของทรัมป์
3. CPI สหรัฐฯ เดือนธ.ค. 2.7% YoY ในขณะที่ Core CPI ลดลงเหลือ 2.6% หนุนมุมมองเฟดลดดอกเบี้ยในระยะถัดไป
4. ธนาคารกลางทั่วโลกออกโรงปกป้อง Powell ที่เผชิญแรงกดดันการเมืองสหรัฐฯ เสี่ยงกระทบต่อความเป็นอิสระของเฟด
5. World Bank ประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2026 เติบโต 2.6% ถือว่าแข็งแรงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ นำโดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ
6. สหรัฐฯ ผ่อนคลายกฎระเบียบการส่งออกชิป Nvidia H200 ไปจีน มีโอกาสคำสั่งซื้อชิปของ NVIDIA ในจีนเพิ่มสูงขึ้น
7. JPMorgan กำไร Q4 เกินคาดจาก Trading แต่หุ้นร่วง 2.8% หลัง Investment Banking รายได้พลาด
8. ตลท.เปิดแผน 3 ปีมุ่งฟื้นความเชื่อมั่น ปลดล็อกอุปสรรคตลาดหุ้นไทย เพิ่มสภาพคล่อง ดันผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าตลาดไทย

Bites for Breakfast
By INVX Investment Products & Strategy
14 January 2026


1. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ ดัชนี S&P500 ปรับตัวลดลงราว -0.19% และ Nasdaq -0.18% นำโดยหุ้นการเงินหลังข้อเสนอของทรัมป์จำกัดดอกเบี้ยบัตรเครดิต ส่งผลหุ้น Visa และ Mastercard ร่วงถึง 5% ขณะที่ทองคำทำนิวไฮที่ $4,634 จากความคาดหวังเฟดลดดอกเบี้ย หลัง CPI เดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 2.7% ตามคาด และความตึงเครียดในอิหร่านที่เพิ่มขึ้น ด้านราคาน้ำมันพุ่งกว่า 2.5% จากความกังวลอุปทานอิหร่านลดลง ในขณะที่ JPMorgan เปิดฤดูกาลรายงานผลประกอบการธนาคารด้วยกำไรเกินคาด


2. ราคาน้ำมัน Brent ปิดที่ $65.47 และ WTI ที่ $61.15 ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่า 2% จากความกังวลการส่งออกน้ำมันของอิหร่านจะหยุดชะงัก หลังการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ทรัมป์ประกาศจะเก็บภาษี 25% กับประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน ซึ่งส่งออกน้ำมัน 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยส่วนใหญ่ไปจีน ขณะที่ตลาดจับตาอุปทานจากเวเนซุเอลาที่อาจกลับมาหลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เหตุการณ์นี้มีแนวโน้มหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน สามารถลงทุนผ่าน TUSENGY


3. ตัวเลข CPI สหรัฐฯ เดือนธ.ค. 2025 เพิ่มขึ้น 2.7% เทียบปีก่อน เท่ากับเดือนพ.ย. และเท่ากับตลาดคาด ขณะที่ Core CPI (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) 2.6% เทียบปีก่อน ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 2.7% เล็กน้อย และเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่มี.ค. 2021 ทำให้ตลาดมองว่าเงินเฟ้อสหรัฐฯ มีแนวโน้มค่อยๆลดลง และสนับสนุนให้เฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยในช่วงกลางปี ซึ่งส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงให้มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ รวมถึงหุ้นสหรัฐฯ ขนาดเล็ก ซึ่งสามารถลงทุนผ่านกองทุน SCBRS2000(A) ได้


4. ผู้ว่าการธนาคารกลางชั้นนำทั่วโลก รวมทั้งประธาน ECB Christine Lagarde และผู้ว่าการ BoE Andrew Bailey ออกแถลงการณ์ร่วมต่อเหตุการณ์ที่ Jerome Powell ประธานเฟด เผชิญกับการสอบสวนโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่เฟด โดยแถลงการณ์เน้นว่าความเป็นอิสระของธนาคารกลางเป็นเสาหลักของเสถียรภาพด้านราคา การเงิน และเศรษฐกิจ และย้ำว่า Powell ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ และยึดมั่นผลประโยชน์สาธารณะโดยยืนอยู่บนหลักฐานและสภาพเศรษฐกิจ ไม่ใช่แรงกดดันทางการเมือง


5. ธนาคารโลก (World Bank) ประเมินว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2026 มีความยืดหยุ่นมากกว่าคาด โดยประเมินว่า GDP โลกปี 2026 โต 2.6% ชะลอลงจาก 2.7% ในปี 2025 ก่อนจะดีดกลับเป็น 2.7% ในปี 2027 พร้อมระบุว่า การปรับขึ้นประมาณการส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดีกว่าคาด โดยคาด GDP สหรัฐฯ ปี 2026 โต 2.2% จาก 2.1% ในปี 2025 ฝั่งประเทศกำลังพัฒนาคาดการเติบโตจะชะลอมาที่ 4.0% ในปี 2026 จาก 4.2% ปี 2025 


6. สหรัฐฯประกาศผ่อนคลายกฎควบคุมการส่งออกชิป AI ขั้นสูงรุ่น H200 ของ Nvidia ไปยังจีน การผ่อนคลายนี้สะท้อนว่า ฝ่ายกำกับดูแลของสหรัฐฯกำลังพยายามบาลานซ์ระหว่างเป้าหมายจำกัดความสามารถด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของจีนกับแรงกดดันจากบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่ต้องการรักษารายได้และส่วนแบ่งตลาดในจีน การเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่า จะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะ Nvidia และซัพพลายเชนที่เกี่ยวข้องกับ H200 เนื่องจากสร้างโอกาสรายได้เพิ่มจากคำสั่งซื้อใหม่


7. JPMorgan ประกาศกำไรไตรมาส 4 อยู่ที่ 5.23 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าตลาดคาดไว้ที่ 5 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยรายได้จากธุรกิจเทรดดิ้งโตขึ้น 17% อย่างไรก็ตาม หุ้น JPMorgan ร่วงลง 2.8% หลังรายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking) ลดลง 5% และการตั้งสำรอง 2.2 พันล้านดอลลาร์จากดีลรับช่วงธุรกิจ Apple Card มาจาก Goldman Sachs ทั้งนี้ JPMorgan ยังแสดงความกังวลต่อข้อเสนอจำกัดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่ให้เกิน 10% อาจส่งผลกระทบต่อธนาคารและผู้บริโภค


8. ตลท.ประกาศแผนกลยุทธ์ 3 ปี ตั้งเป้าฟื้นศรัทธาและเพิ่มความสามารถแข่งขันของตลาดทุนไทย หลังเผชิญปัญหาสภาพคล่องหดตัว ความเชื่อมั่นลดลง และการแข่งขันจากตลาดต่างประเทศและสินทรัพย์ทางเลือก โดยเน้นเสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น ผ่านการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Bond Connect Platform ให้รายย่อยเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาล, Crypto ETF, การขยาย DR ดึงบริษัท New Economy เข้าจดทะเบียน พร้อมเดินหน้าโครงการ Jump+ ยกระดับคุณภาพ บจ. และโครงสร้างพื้นฐานตลาด


ประเด็นที่ต้องติดตาม: ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ (MoM) เดือน พ.ย. คาดการณ์ที่  0.4% ก่อนหน้าที่ 0.0%

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5