
1.ฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ร่วงทุกดัชนี ตลาดผวาหนักหลัง "พาวเวลล์" แฉถูกกระทรวงยุติธรรมออกหมายเรียก บีบแทรกแซงดอกเบี้ย
2.ทองคำทะยานทำ High ใหม่ นักลงทุนแห่เข้าสินทรัพย์ปลอดภัย รับความเสี่ยงปมอิสระของเฟดและเหตุจลาจลในอิหร่าน
3.ราคาน้ำมันจ่อพุ่งรับศึกอิหร่าน เหตุประท้วงใหญ่ลามทั่วประเทศ เสี่ยงกระทบอุปทานน้ำมันดิบกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
4.Apple ผงาดเบอร์ 1 สมาร์ทโฟนโลก ยอดขาย iPhone17 ดันแชร์แตะ 20% แซง Samsung สำเร็จในรอบ 14 ปี
5.นักลงทุนลุ้นระทึกคำตัดสินศาลสูงชี้ชะตาภาษีทรัมป์ หากพลิกโผอาจสะเทือนแผนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งระบบ
6.SET Index ปิดลบเฉียด -12 จุด แรงขายกลุ่มการแพทย์และโรงพยาบาลใหญ่กดดันหนัก หลังขาดปัจจัยใหม่หนุนตลาดไทย
1. ตลาดหุ้นฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ร่วงลงอย่างหนักในช่วงเช้านี้ นำโดย Nasdaq 100 ที่ดิ่งลงกว่า 212 จุด หลังจากนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ออกแถลงการณ์ช็อกโลกว่าเขาได้รับหมายเรียกจากกระทรวงยุติธรรม (DOJ) ในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการบูรณะสำนักงานใหญ่เฟดมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ โดยพาวเวลล์ชี้ชัดว่านี่คือ "ข้ออ้าง" ในการข่มขู่ทางเมืองเพื่อบีบให้เฟดลดดอกเบี้ยตามความต้องการของฝ่ายบริหาร ประเด็นนี้สร้างความสั่นสะเทือนต่อความเชื่อมั่นเรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างรุนแรง
2. ราคาทองคำพุ่งทะยานขึ้นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์จ่อระดับ 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากนักลงทุนตื่นตระหนักกับสภาวะสุญญากาศทางนโยบายการเงินและความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของสหรัฐฯ ขณะที่เงินดอลลาร์เผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากความไม่แน่นอนดังกล่าว ส่งผลให้ทองคำกลายเป็นแหล่งพักเงินที่สำคัญที่สุดในคืนนี้ นอกจากนี้ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้นจากการประท้วงในอิหร่านยังเป็นปัจจัยเสริมที่ผลักดันให้โลหะมีค่าพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
3. สถานการณ์ในอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นหลังเหตุจลาจลต่อต้านรัฐบาลขยายตัวกว้างขวางที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 รายในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ท่ามกลางการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ ความวุ่นวายนี้สร้างความกังวลต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบจากอิหร่านซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของ OPEC ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีแรงซื้อกลับและเคลื่อนไหวในระดับสูง แม้จะมีปัจจัยกดดันจากแผนการเพิ่มการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลาของสหรัฐฯ มาคานอำนาจก็ตาม
4. Apple ประสบความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์หลังครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนโลกในปี 2025 ที่ 20% แซงหน้า Samsung ขึ้นเป็นอันดับ 1 เป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี ตามรายงานของ Counterpoint Research โดยได้รับแรงหนุนหลักจากยอดขาย iPhone 17 series ที่แข็งแกร่งเกินคาดในตลาดเกิดใหม่ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าภาพรวมตลาดในปี 2026 อาจเผชิญความท้าทายจากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำและราคาต้นทุนชิ้นส่วนที่พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากผู้ผลิตชิปหันไปให้ความสำคัญกับ Data Center สำหรับ AI แทน
5. นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ เกี่ยวกับความถูกต้องตามกฎหมายของมาตรการภาษีนำเข้าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศใช้ หากศาลตัดสินว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตอาจทำให้บริษัทหลายพันแห่งรวมถึงยักษ์ใหญ่อย่าง Costco และ Goodyear มีสิทธิ์ฟ้องร้องเรียกเงินคืนภาษีมูลค่านับแสนล้านดอลลาร์ ประเด็นนี้ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการค้าระหว่างประเทศและต้นทุนของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 นี้
6. ดัชนี SET Index ของไทยปิดตลาดในแดนลบที่ 1242.20 จุด ลดลง 11.89 จุด ท่ามกลางความกังวลต่อปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ภายนอกและแรงขายทำกำไรในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับการบริโภคและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่อย่าง BH และ BDMS ที่ร่วงลงแรงกดดันดัชนี ขณะที่หุ้นกลุ่ม ICT เป็นเพียงไม่กี่กลุ่มที่ยังประคองตัวบวกได้ บรรยากาศการซื้อขายโดยรวมเป็นไปอย่างระมัดระวังเนื่องจากขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาขับเคลื่อนตลาดในช่วงต้นสัปดาห์
----
ที่มา: Investing และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/appfbcontent