
1. ฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัวลงต่อ หลังน้ำมันยืนเหนือ $100 กดดันบรรยากาศลงทุน
2. ราคาน้ำมันดิบ Brent เคลื่อนไหวเหนือ $100 ตลาดถกเถียง Oil shock จะยืดเยื้อหรือไม่
3. ทองคำเตรียมปิดลบรายสัปดาห์ แม้สงครามตึงเครียด แต่ดอลลาร์แข็งค่ากดดัน
4. จับตา Core PCE ตลาดคาดที่ 3.1% สะท้อนภาพเงินเฟ้อก่อนผลกระทบสงครามเต็มที่
5. Adobe หุ้นร่วงหลัง CEO ลาออก แม้งบดีกว่าคาด ตลาดกังวลช่วงเปลี่ยนผ่าน
6. ดัชนี SET ปรับตัวลง -1.43% เผชิญแรงขายทำกำไรลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่ได้ข้อสรุป
1. ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลง โดย Dow futures ปรับตัว -0.5%, S&P 500 -0.5% และ Nasdaq 100 -0.6% สะท้อนแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ยังยืนเหนือ $100 ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความขัดแย้งในอิหร่านที่ยืดเยื้อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน Mojtaba Khamenei ยืนยันปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ซึ่งรองรับพลังงานราว 20% ของโลก แม้สหรัฐฯ เตรียมผ่อนผันการนำเข้าน้ำมันรัสเซียบางส่วนและอาจส่งกองทัพเรือคุ้มกันเรือพาณิชย์ แต่ตลาดยังไม่เห็นสัญญาณคลี่คลายชัดเจน ส่งผลให้ Sentiment ยังคงเปราะบางในช่วงท้ายสัปดาห์
2. ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นสู่ $101 ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นกว่า 9% ในรอบสัปดาห์ จากระดับราว $70 ก่อนสงคราม ขณะที่ช่วงต้นสัปดาห์เคยพุ่งใกล้ $120 ก่อนย่อลงต่ำกว่า $90 สะท้อนความผันผวนสูง นักลงทุนจับตาว่าระดับ $100 จะกลายเป็นฐานราคาใหม่หรือเป็นเพียง Risk Premium ชั่วคราว ตลาดออปชันประเมินโอกาสราว 20% ที่ Brent จะยังอยู่เหนือ $100 ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปัจจัยหลักยังอยู่ที่สถานะการเดินเรือผ่านฮอร์มุซ หากการขนส่งไม่ฟื้นตัว ความเสี่ยงด้านอุปทานอาจยังถูกสะท้อนในราคาต่อเนื่อง
3. ราคาทองคำมีแนวโน้มปิดลบเป็นสัปดาห์ที่สอง แม้ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ยังสูง ความกังวลหลักคือ Oil shock อาจเร่งเงินเฟ้อและทำให้ธนาคารกลาง โดยเฉพาะ Fed ชะลอการลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ Bond yield และดอลลาร์แข็งค่า ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น แม้ทองคำมักเป็น Safe Haven ในภาวะสงคราม แต่ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งทำให้ราคาทองแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อสกุลอื่น จึงลดแรงซื้อบางส่วน ภาพรวมทองยังถูกกดดันจากปัจจัยการเงินมากกว่าภูมิรัฐศาสตร์
4. ตัวเลข Core PCE เดือนม.ค. คาดเพิ่มขึ้น 3.1% YoY จาก 3.0% เดือนก่อน และเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ ความน่าสนใจคือ PCE ระยะหลังออกมาสูงกว่า CPI จากความแตกต่างด้านน้ำหนักหมวดที่อยู่อาศัยและค่ารักษาพยาบาล อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชุดนี้ยังไม่สะท้อนผลกระทบราคาน้ำมันจากสงครามอิหร่านเต็มรูปแบบ แนวโน้มเงินเฟ้อระยะถัดไปจึงขึ้นกับเสถียรภาพราคาพลังงาน หาก Brent ยืนเหนือ $100 ต่อเนื่อง ความเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่จะกลับมาอยู่ในสมการนโยบายการเงินอีกครั้ง
5. หุ้น Adobe ปรับตัวลงหลังบริษัทประกาศว่า CEO คุณ Shantanu Narayen จะก้าวลงจากตำแหน่ง หลังดำรงตำแหน่งกว่า 18 ปี ภายใต้การบริหารของเขา รายได้บริษัทเติบโตจาก $3.6 พันล้าน สู่ $23.8 พันล้าน และผลักดันโมเดล Subscription Cloud สำเร็จ แม้บริษัทประกาศกำไรและรายได้ดีกว่าคาด พร้อมแนวโน้มไตรมาสถัดไปแข็งแกร่ง แต่ตลาดยังประเมินความเสี่ยงช่วงเปลี่ยนผ่านผู้นำ โดยเฉพาะในช่วงที่อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงจาก AI การตอบรับหุ้นสะท้อนว่าความชัดเจนด้านกลยุทธ์ระยะยาวยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อ Sentiment
6. ดัชนี SET ปิดที่ 1409.35 จุด (-20.45จุด/ -1.43%) มูลค่าการซื้อขาย 6.0 หมื่นลบ. เผชิญแรงขายทำกำไร ลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่ได้ข้อสรุป และแรงกดดันจากรัฐบาลเตรียมปรับขึ้นดีเซล-เบนซินรับมือวิกฤตพลังงาน โดยไม่มีอุตสาหกรรมที่ปรับขึ้นอย่างมีนัยยะฯ ขณะที่อุตสาหกรรมที่ปรับลง นำโดย มีเดีย ท่องเที่ยว ชิ้นส่วนอิเล็กฯ ขนส่ง วัสดุก่อสร้าง ไฟแนนซ์ และอสังหาฯ ด้านหุ้นขนาดใหญ่เผชิญแรงขายเป็นวงกว้าง DELTA (-2.67%) AOT (-2.97%) KTB (-2.14%) SCC (-2.49%) CPN (-3.38%) คาดตลาดขายเพื่อลดความเสี่ยงก่อนเข้าสู่ช่วงหยุดยาว ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความเสี่ยง
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b