
1. ฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัวลง หลังน้ำมันกลับมายืนเหนือ $100 กังวลผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
2. น้ำมันผันผวนหนัก ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ $100 แม้ IEA–สหรัฐฯ ปล่อยน้ำมันออกจากคลังสำรอง
3. ทองคำทรงตัวในกรอบ $5,000–$5,200 ดอลลาร์แข็งกดดันแม้สงครามยืดเยื้อ
4. Adobe รายงานงบคืนนี้ ตลาดจับตาผลกระทบ AI ต่อโมเดลธุรกิจซอฟต์แวร์
5. Shell รายางานกำไรปี 2025 ลดลง แต่ยังจ่ายคืนผู้ถือหุ้นกว่า $22 พันล้าน
6. ดัชนี SET บวก 1.60% ฟื้นตัวโดดเด่นในช่วงบ่ายสวนทางภูมิภาค คาดได้อานิสงส์อิหร่านเผยข้อเสนอหยุดยิง
1. ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง โดย Dow futures ปรับตัว -0.5%, S&P 500 -0.4% และ Nasdaq 100 -0.4% หลังราคาน้ำมันพุ่งกลับเหนือ $100 ต่อบาร์เรล แม้มีมาตรการปล่อยคลังสำรองครั้งใหญ่เพื่อลดแรงกดดันจากสงครามอิหร่าน ดัชนี Dow Jones ปิดวันก่อนหน้าที่ระดับต่ำสุดของปี สะท้อนความกังวลว่า Oil shock อาจกระทบต้นทุนภาคธุรกิจและกำลังซื้อผู้บริโภค แม้ Oracle รายงานงบดีกว่าคาดและ CPI ล่าสุดออกมาตามคาด แต่ตลาดเริ่มประเมินว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากพลังงานอาจทำให้ Fed ต้องชะลอการผ่อนคลายนโยบาย ภาพรวมตลาดอยู่ในโหมดระมัดระวัง แม้หุ้นเทคบางกลุ่มยังได้แรงหนุนจากธีม AI
2. ราคาน้ำมันกลับมายืนเหนือ $100 ชั่วคราว หลังการโจมตีเรือขนส่งใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทาน แม้ IEA จะประกาศปล่อยน้ำมันสำรองมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ และกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เตรียมปล่อย 172 ล้านบาร์เรลจากคลังยุทธศาสตร์ ตลาดยัง price in ความเสี่ยง Supply Disruption เนื่องจากเรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากหยุดเดินเรือจากความกังวลด้านความปลอดภัยและปัญหาประกันภัย ช่องแคบฮอร์มุซรองรับพลังงานราว 20% ของโลก การที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ไม่คุ้มกันเรือผ่านช่องแคบยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอน สะท้อนว่า Risk Premium ด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังฝังอยู่ในราคาพลังงาน
3. ราคาทองคำเคลื่อนไหวทรงตัวบริเวณ $5,180 ต่อออนซ์ หลังอ่อนตัวในช่วงก่อนหน้า แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่มีสัญญาณลดระดับ แรงกดดันหลักมาจากความกังวลเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่อาจทำให้ธนาคารกลาง โดยเฉพาะ Fed ชะลอการลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ Bond yield และดอลลาร์แข็งค่า ซึ่งลดความน่าสนใจของทองคำในสายตานักลงทุน ดัชนีดอลลาร์ปรับขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบสองเดือน ภาพรวมทองยังเคลื่อนไหวในกรอบกว้างและรอปัจจัยชี้นำใหม่ ทั้งด้านเงินเฟ้อและพัฒนาการภูมิรัฐศาสตร์
4. Adobe เตรียมรายงานผลประกอบการหลังตลาดปิด ท่ามกลางคำถามว่าบริษัทจะรักษาการเติบโตได้เพียงใดในยุคที่ AI เริ่มเปลี่ยนภูมิทัศน์ซอฟต์แวร์ ความกังวลเพิ่มขึ้นว่าฟีเจอร์ AI ใหม่ เช่น agent และ plug-in อาจลดความต้องการบริการ SaaS แบบเดิม หุ้น Adobe ปรับลงกว่า 18% ตั้งแต่ต้นปี แม้บริษัทเร่งพัฒนาเครื่องมือ AI เช่น Firefly และ Adobe Express เพื่อผสานเทคโนโลยีเข้ากับ Creative Cloud บริษัทคาดรายได้ปีงบประมาณ 2026 ที่ $25.9–$26.1 พันล้าน และ EPS $23.30–$23.50 สูงกว่าคาดการณ์ตลาด นักลงทุนจึงจับตาว่า AI จะเป็น tailwind หรือ disruption ต่อธุรกิจหลัก
5. Shell รายงานกำไรที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Earnings) ปี 2025 ที่ $18.5 พันล้าน ลดลงจาก $23.7 พันล้านในปีก่อน กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ $42.9 พันล้าน และ Free Cash Flow $26.1 พันล้าน แม้ผลประกอบการอ่อนตัว บริษัทคงระดับการจ่ายคืนผู้ถือหุ้นรวม $22.4 พันล้าน ผ่านเงินปันผล $8.5 พันล้าน และซื้อหุ้นคืน $13.9 พันล้าน คิดเป็นราว 52% ของกระแสเงินสด ซึ่งอยู่ระดับบนของเป้าหมายบริษัท นอกจากนี้ Shell ประกาศ Force Majeure ต่อ LNG จากกาตาร์ หลังโรงงานผลิตถูกระงับ ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนด้านอุปทาน
6. ดัชนี SET ปิดที่ 1429.80 จุด (+22.46จุด/ +1.60%) มูลค่าการซื้อขาย 6.4 หมื่นลบ. ฟื้นตัวโดดเด่นในช่วงบ่ายสวนทางภูมิภาค แม้มีสถานการณ์ตะวันออกกลาง-น้ำมันแพงกดดัน คาดได้อานิสงส์อิหร่านเผยข้อเสนอหยุดยิง อุตสาหกรรมที่ปรับขึ้น นำโดย ปิโตรฯ พลังงาน เกษตร รับเหมา ICT และค้าปลีก อุตสาหกรรมที่ปรับลง นำโดย ท่องเที่ยว และการแพทย์ ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ นำโดย PTT (+4.48%) GULF (+3.21%) ADVANC (+2.22%) TRUE (+3.05%) CPN (+3.91%) KTB (+2.19%) ปรับขึ้นรับแรงซื้อกลับ ด้านกลุ่มโรงกลั่นปรับขึ้น TOP (+4.76%) BCP (+4.14%) SPRC (+8.67%) IRPC (+9.65%) หลังค่าการกลั่นสิงคโปร์อยู่ที่ระดับเลขสองหลักอย่างต่อเนื่อง และจีนประกาศระงับการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในเดือนนี้
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b