
1. ฟิวเจอร์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในแดนลบเล็กน้อย ตลาดรอดู CPI ท่ามกลางความไม่แน่นอนตะวันออกกลาง
2. IEA พิจารณาปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ หวังลดความผันผวนตลาดพลังงาน
3. Trump ขู่ยกระดับโจมตี หลังมีรายงานอิหร่านวางทุ่นระเบิดในฮอร์มุซ
4. ตลาดจับตา CPI สหรัฐฯ คาดเงินเฟ้อปรับขึ้นเล็กน้อยก่อนผลกระทบสงครามเต็มรูปแบบ
5. Oracle งบดีกว่าคาด หนุนจากธุรกิจ Cloud โต 44% หุ้นพุ่งกว่า 10% ก่อนตลาดเปิด
6. ดัชนี SET ปิดที่ 1407.34 จุด (+0.11%) ฟื้นตัวในช่วงเช้าตามภูมิภาค แต่ช่วงบ่ายดัชนีลดช่วงบวกลง
1. ฟิวเจอร์สดัชนีหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในแดนลบเล็กน้อย โดยดัชนี Dow futures ปรับตัว -0.2%, S&P 500 -0.1% และ Nasdaq 100 -0.1% โดยตลาดยังไม่เห็นสัญญาณชัดว่าสงครามจะจบเมื่อใด ขณะเดียวกัน ตลาดรอดูตัวเลข CPI เดือนก.พ. ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยชี้ทิศทางดอกเบี้ยของ FED ระยะถัดไป แม้ก่อนหน้าตลาดหุ้นดูเหมือน “ชินข่าวสงคราม” มากขึ้น แต่ความเสี่ยงด้านพลังงานยังคงเป็นตัวแปรหลัก ด้านหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับแรงหนุนบางส่วนจากหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ฟื้นตัว ขณะที่ข้อมูลยอดขายบ้านมือสองสหรัฐฯ และตัวเลขการค้าจีนที่แข็งแกร่งช่วยพยุง Sentiment บางส่วน
2. รายงานจาก Wall Street Journal ระบุว่า องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) กำลังพิจารณาปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติการณ์ เพื่อสกัดแรงผันผวนจากสงครามอิหร่าน หากดำเนินการจริง ปริมาณอาจมากกว่า 182 ล้านบาร์เรลที่ปล่อยหลังรัสเซียบุกยูเครนในปี 2022 ราคาน้ำมัน Brent เคลื่อนไหวแถว $90 ต่อบาร์เรล หลังพุ่งแตะ $120 เมื่อต้นสัปดาห์ จากความกังวลปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งรองรับน้ำมันราว 20% ของโลก การปล่อยคลังสำรองจะช่วยลด Risk Premium ชั่วคราว แต่หากเส้นทางขนส่งยังถูกจำกัด ผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อ Supply Chain พลังงานอาจยังไม่คลี่คลาย
3. ประธานาธิบดี Donald Trump ขู่ยกระดับการโจมตี หากอิหร่านไม่รื้อถอนทุ่นระเบิดทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ หลังรายงานข่าวระบุว่าอิหร่านได้วางทุ่นระเบิดบางส่วนในเส้นทางดังกล่าว กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้โจมตีเรือวางทุ่นระเบิด 16 ลำ และทำลายคลังเก็บอุปกรณ์ทางทหารบางแห่ง อย่างไรก็ตาม ไทม์ไลน์การยุติสงครามยังไม่ชัดเจน โดย Trump ย้ำว่าการสู้รบจะจบลงก็ต่อเมื่ออิหร่าน “ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข” ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้ตลาดยังต้อง price in ความเสี่ยงการปะทุรอบใหม่ แม้มีความพยายามลดแรงกดดันผ่านมาตรการด้านพลังงาน
4. แบบสำรวจของนักเศรษฐศาสตร์คาด ตัวเลข CPI สหรัฐฯ เดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 2.5% YoY จาก 2.4% เดือนก่อน และ 0.3% MoM ขณะที่ Core CPI คาด 2.5% YoY และ 0.2% MoM ข้อมูลชุดนี้สะท้อนภาวะก่อนผลกระทบราคาน้ำมันจากสงครามอิหร่านเต็มรูปแบบ จึงอาจยังไม่สะท้อนแรงกดดันพลังงานล่าสุด ปลายสัปดาห์ตลาดจะติดตาม Core PCE ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ หากเงินเฟ้อเริ่มเร่งตัวพร้อมราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โอกาสที่ Fed จะคงดอกเบี้ยสูงนานกว่าคาดจะเพิ่มขึ้น และกดดัน Valuation ตลาดหุ้นในระยะถัดไป
5. Oracle รายงานกำไรต่อหุ้น $1.79 สูงกว่าคาดที่ $1.70 และรายได้ $17.19 พันล้าน สูงกว่าประมาณการ $16.92 พันล้าน โดยธุรกิจ Cloud เติบโต 44% YoY สู่ $8.91 พันล้าน สะท้อนอานิสงส์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ปีงบประมาณ 2027 หนุนหุ้นปรับขึ้นกว่า 10% ก่อนเปิดตลาด แม้ก่อนหน้านี้นักลงทุนกังวล CAPEX ขนาดใหญ่เพื่อขยาย Data Center แต่ผลประกอบการรอบนี้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่า Demand ด้าน AI ยังแข็งแกร่ง และให้ภาพเส้นทางการเติบโตที่ชัดขึ้น ตามความเห็นนักวิเคราะห์จาก Barclays
6. ดัชนี SET ปิดที่ 1407.34 จุด (+0.11%) มูลค่าการซื้อขาย 6.7 หมื่นลบ. โดยฟื้นตัวในช่วงเช้าตามภูมิภาค แต่ช่วงบ่ายดัชนีลดช่วงบวกลง หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางปะทุอีกครั้ง เรือขนส่งไทยถูกโจมตี อุตสาหกรรมที่ปรับขึ้น นำโดย ท่องเที่ยว วัสดุก่อสร้าง ขนส่ง อสังหาฯ และเกษตร อุตสาหกรรมที่ปรับลง นำโดย มีเดีย รับเหมาฯ ปิโตรฯ ICT และอาหาร ด้านกลุ่มท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว AOT (+2.51%) MINT (+4.07%) DUSIT (+2.94%) คาดตลาดเริ่มกลับมาให้ความสนใจจากช่วงก่อนที่ราคาได้ปรับลงสะท้อนความกังวลต่อสงครามไปมากแล้ว ขณะที่หุ้น PSL (-7.33%) ปรับลงหลังได้รับข่าวว่าเรือเทกอง “มยุรี นารี” ถูกโจมตีโดยกองกำลังอิหร่านระหว่างเดินทางออกสู่อ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
-----
ที่มา: Investing.com และ InnovestX Research
แปลและเรียบเรียง: Content Team, InnovestX
ดาวน์โหลดแอป InnovestX วันนี้ เพื่อเข้าถึงโอกาสการลงทุนในหุ้นสหรัฐและตลาดทั่วโลก
📱 ดาวน์โหลดแอป: https://innovestx.onelink.me/23if/2jlpsi7b