ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% โดยตลาดได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ FED และตัวเลขภาคการผลิตและบริการของจีนออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ รวมถึงปัจจัยบวกเฉพาะตัวของหุ้นขนาดใหญ่ แม้ว่าจะเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนในตลาดพันธบัตรและความกังวลต่อปัญหางบประมาณและหนี้สินของประเทศพัฒนาแล้ว รวมถึงการเมืองในฝรั่งเศส
สัปดาห์ที่ผ่านมากระแสเงิน 1) ในตราสารหนี้ผันผวน 2) มีแรงซื้อในตลาดหุ้นโลก 3) มีแรงซื้อในกลุ่มเทคโนโลยี 4) มีแรงซื้อในโลหะมีค่า 5) มีแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงานและตลาด EM
ภาพรวม – ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดมีทิศทางผันผวนและให้น้ำหนักกับปัจจัยมหภาคมากกว่าจุลภาค โดยตลาดให้ความสำคัญกับตัวเลขแรงงานที่อ่อนแอ ทำให้ความคาดหวังของตลาดต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนนี้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ทางฝั่งจีน ตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีกว่าคาดและสะท้อนทิศทางการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งปัจจัยบวกเหล่านี้ช่วยลดทอนความกังวลต่อ Yield Spred ในตลาดพันธบัตรได้
กลยุทธ์ – สัปดาห์นี้ (8 - 12 ก.ย.) เราแนะติดตาม 1) ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลข CPI PPI 2) ตัวเลขเศรษฐกิจจีนอย่างตัวเลขการส่งออกและการนำเข้า, CPI, PPI 3) การประชุมนโยบายการเงินของ ECB 4) ตัวเลขเศรษฐกิจยูโรโซน อย่าง CPI เยอรมัน และ GDP อังกฤษ 5) ผลประกอบการที่จะประกาศได้แก่ Oracle, Adobe, Industria de Diseno Textil (Inditex), Kroger, Synopsys
เราประเมินว่าตลาดมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่องและจะให้น้ำหนักกับตัวเลขเงินเฟ้อเป็นสำคัญหลังเป็นตัวชี้วัดแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ Fed อย่างไรก็ดีสิ่งที่ไม่แน่นอนคือการแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ประกอบกับการแทรกแซงการดำเนินงานขององค์กร เช่น Fed ของทรัมป์ที่ทำให้ตลาดมีความกังวลในเรื่องความเป็นอิสระขององค์กร
ด้วยภาพนี้เราจึงแนะนำเก็งกำไรในกลุ่มหุ้นที่คาดผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตดีใน 2Q25 ประกอบกับแนะอยู่ในหุ้นที่ยังมีแนวโน้มเติบโตดี โดยแนะ DR อย่าง GOOGL01 HKEX23 และหุ้นต่างประเทศอย่าง ORCL WMT UBTECH Robotics (9880 HK)