ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ปิดในแดนบวกเล็กน้อย แม้ว่าทรัมป์ระบุว่าสงครามกับอิหร่านอาจยืดเยื้อต่อไปอีก 2-3 สัปดาห์ และขู่ว่าจะโจมตีอย่างหนักเพื่อส่งอิหร่านกลับสู่ "ยุคหิน" ส่งผลให้ความหวังที่สงครามจะจบลงในเร็ววันเลือนลางลง
สหรัฐฯ เสนอ MATCH Act เพื่อบังคับพันธมิตรอย่าง ASML และ Tokyo Electron ใช้มาตรการคุมส่งออกเทียบเท่าสหรัฐฯ รวมถึงอาจแบน DUV ส่งออกไปจีน เพื่อลดช่องโหว่ด้านเทคโนโลยี ระยะสั้นกดดันกลุ่มเซมิฯ จากความเสี่ยงรายได้จีนหาย แต่ยังต้องติดตามความไม่แน่นอนของกฎหมาย
Bloomberg คาดรายได้เทรดหุ้น 1Q26 โต 10% รับอานิสงส์ VIX พุ่งจากสงครามอิหร่าน ดันวอลุ่มอนุพันธ์และตลาดเงินสดเร่งตัวขึ้น โดยเรามองบวกต่อ GS และ MS เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้เทรดสูง อีกทั้งยังมียอด Backlog ดีล IB ที่ยังอยู่ในระดับสูง
OpenAI เร่งเปลี่ยนสู่ธุรกิจครบวงจรผ่าน M&A สื่อและการปรับโมเดลราคา/แพ็กเกจเพื่อเร่ง adoption ในองค์กร แข่งกับ Google และ Anthropicภาพนี้หนุนการใช้งาน AI ในวงกว้างและเป็นบวกต่อ AI supply chain เช่น กลุ่มเซมิฯ NVDA AMD AVGO TSM AMD
อุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐฯ 1Q26 ชะลอตัว ยอดขายลดลงจาก demand อ่อนและแรงหนุนรัฐหาย โดย EV ถูกกดดันหนักแม้มีบางจุดบวกอย่าง Rivianภาพรวมมองลบระยะสั้นต่อกลุ่มยานยนต์ ขณะที่ Tesla อาจยังมี upside ในระยะยาวจาก AI และ robotaxi มากขึ้น
ผลประกอบการชิปจีนโตแรง (GigaDevice, AMEC) จากดีมานด์ AI และ memory ฟื้น พร้อมการลงทุนในประเทศเพิ่ม สะท้อนการพึ่งพาตนเองมากขึ้นภาพรวมเข้าสู่รอบขาขึ้น หนุนทั้ง value chain ต่อ GIGA23, AMEC, NAURA23, SMIC23,HUAHONG23, Cambricon, BIREN23
GANFENG23 และ Tianqi เผยกำไร 2025 พลิกบวกตามราคาลิเธียมที่โต 65% รับดีมานด์ระบบกักเก็บพลังงาน มองบวกต่อหุ้นต้นน้ำใน 1H26 จากอุปทานที่จำกัดและการคุมต้นทุนที่ดี ทว่าต้องระวังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายชาตินิยมด้านทรัพยากรที่อาจกระทบห่วงโซ่อุปทานระยะยาว