ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ปรับลดลงเป็นวันที่สอง โดยได้รับแรงกดดันหลักจากกลุ่มเทคโนโลยีและธนาคาร ซึ่งมีรายงานว่าทางการจีนสั่งห้ามนำเข้าชิป Nvidia H200 โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง ในส่วนกลุ่มธนาคารยังได้รับผลกระทบ Sentiment ลบจากการจำกัดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ที่ 10%
รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศระงับพิจารณาวีซ่าถาวรสำหรับ 75 ประเทศรวมถึงไทยตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 เพื่อลดภาระงบประมาณสวัสดิการรัฐ โดยยังคงอนุญาตวีซ่าชั่วคราวเพื่อรักษาผลประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวและธุรกิจ มาตรการนี้ส่งผลเชิงลบต่อหุ้นกลุ่มสายการบิน (UAL, DAL, AAL) และกลุ่ม OTA (BKNG, EXPE, ABNB, TRIP)
ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ พ.ย. โต 0.6% สูงกว่าคาดจากกลุ่มรถยนต์และสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ยังคงมีเศรษฐกิจแบบ K-Shaped โดยกลุ่มรายได้สูงใช้จ่ายเป็นหลัก ในขณะที่กลุ่มรายได้น้อยใช้จ่ายชะลอตัวตามภาระภาษี แนะนำสะสม SHOP, KLAR และ AFRM ที่ได้ประโยชน์จากพฤติกรรมประหยัดและการคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิต
งบแบงก์สหรัฐฯ 4Q25 แกร่งแต่มูลค่าหุ้นถูกกดดันจากเกณฑ์คุมดอกเบี้ยบัตรเครดิต โดย BAC เด่นสุดด้วยกำไรโต 12% หนุนโดยรายได้จากการเทรด ขณะที่ WFC โตหลังปลดล็อก Asset Cap และ C เด่นที่งาน IB แม้ขาดทุนรัสเซีย แนะนำสะสม GS และ MS ที่เน้นรายได้ตลาดทุนที่สูงและเสี่ยงต่ำกว่าต่อนโยบายการจำกัดดอกเบี้ยบัตรเครดิต
Infosys ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ FY2026 หลังดีมานด์ AI และ Digital Transformation ฟื้นชัด หนุนสัญญาณว่ากลุ่ม IT Consulting ผ่านจุดต่ำสุดของวัฏจักรแล้ว โดยแนะนำลงทุนในผู้นำที่มี exposure ต่อ AI/Cloud สูง เช่น Infosys (INFY), HCLTech และ Accenture (ACN)
ความสัมพันธ์เทคโนโลยีสหรัฐ–จีนเข้าสู่โหมด “เปิดแบบมีเงื่อนไข” เปิดทางให้ AI จีนเดินต่อระยะสั้นแต่ต้นทุนสูง ขณะที่จีนเร่งพัฒนา ecosystem ภายใน ลดพึ่งพาตะวันตก ระยะสั้นกดดันรายได้จีนของ NVIDIA, Broadcom/VMware, Palo Alto Networks (ผลกระทบจำกัด) แต่หนุนธีม China Substitution ต่อ SMIC, Hua Hong, Kingsoft
SAMR เปิดสอบสวนผูกขาดต่อ Trip.com Group ก่อนตรุษจีน กดดัน sentiment ระยะสั้นจากความเสี่ยงค่าปรับและการจำกัดพฤติกรรมเชิงพาณิชย์ แม้ปัจจัยพื้นฐานยังไม่เปลี่ยน ในทางอ้อมอาจเอื้อคู่แข่งอย่าง Meituan และ Fliggy ในเครือ Alibaba Group หากกติกาการแข่งขันถูกปรับให้สมดุลขึ้น