Macro Making Sense

Macro 101: ตัวเลขเศรษฐกิจที่นักลงทุนต้องรู้

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์, IAA|10 Aug 26 4:31 PM
LaborMarket
สรุปสาระสำคัญ

ตอนที่ 5 (ตอนจบ) — ตลาดแรงงาน (Labor Market): ตัวเลขที่ "มาทีหลัง" แต่ธนาคารกลางให้น้ำหนักมากที่สุด

ตลอดซีรีส์ Macro 101 เราไล่มาครบทั้ง GDP ที่บอกอดีต เงินเฟ้อที่วัดอุณหภูมิ ตลาดการเงินที่จับชีพจรเรียลไทม์ และ PMI ที่ชี้นำอนาคต ตอนสุดท้ายเราปิดท้ายด้วยตัวเลขกลุ่มที่ดูเหมือน "มาทีหลัง" ที่สุด แต่กลับเป็นกลุ่มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จับตามากที่สุด นั่นคือ ตัวเลขตลาดแรงงาน (labor market indicators)

 

1. Lagging Indicator ที่สำคัญที่สุด

โดยหลักการ ตลาดแรงงานเป็น "ดัชนีตามหลัง" (lagging indicator) เพราะเมื่อยอดขายเริ่มตก ธุรกิจมักยังไม่รีบปลดคนเนื่องจากต้นทุนการจ้างและฝึกคนใหม่สูง จะรอจนแน่ใจว่าเศรษฐกิจแย่จริงจึงค่อยลดคน การจ้างงานจึงมักสะท้อนเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นไปแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ตัวเลขกลุ่มนี้พิเศษ คือสหรัฐฯ ถือว่าการจ้างงานเป็นเป้าหมายโดยตรงของนโยบายการเงินภายใต้ dual mandate คือดูแลทั้งเสถียรภาพราคาและการจ้างงานเต็มศักยภาพ ตัวเลขจ้างงานจึงส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยโดยตรง

 

2. หัวใจคือ Non-Farm Payroll

ตัวเลขที่ตลาดจับตาที่สุดคือ การจ้างงานนอกภาคเกษตร (Non-Farm Payroll หรือ NFP) ที่วัดการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งงานทั่วประเทศในแต่ละเดือน แผนภาพที่ 1 แสดงภาพล่าสุดที่น่ากังวล NFP ชะลอจาก 148,000 ตำแหน่งในเดือนเมษายน 2026 เหลือ 63,000 ในเดือนพฤษภาคม 20,000 ในเดือนมิถุนายน และพลิกหดตัวที่ -23,000 ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่อัตราการว่างงานขยับขึ้นมาที่ 4.1% บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานกำลังอ่อนแรงลงชัดเจน

 

แผนภาพที่ 1: การจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ

Screenshot-2026-08-10-161348.jpg

 

ตลาดยังจับตาอีกสองตัวควบคู่ หนึ่งคือ อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน (participation rate) ที่ช่วยตีความอัตราว่างงานให้ลึกขึ้น เพราะบางครั้งอัตราว่างงานลดลงเพราะคนถอนตัวออกจากตลาด ไม่ใช่เพราะจ้างงานดีขึ้น แผนภาพที่ 2 แสดงว่าตัวเลขนี้ลดจากจุดสูงราว 62.6% มาที่ 61.4% สองคือ ตำแหน่งงานเปิดใหม่ (JOLTS) ที่วัดความต้องการแรงงานฝั่งนายจ้าง (demand side)

 

แผนภาพที่ 2: อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานของสหรัฐฯ

Picture2.jpg

Source: CEIC, InnovestX Investment Strategy & Research

 

3. NFP ทางการ กับ ADP ภาคเอกชน

การจ้างงานมีสองมาตรวัดที่ควรอ่านคู่กัน NFP เป็นตัวเลขทางการที่ครอบคลุมทั้งประเทศ แต่ระยะหลังมีปัญหาการจัดเก็บและการปรับปรุงย้อนหลัง (revision) ที่มากขึ้นจนผันผวนบ่อย ส่วน ADP Employment Report จัดทำโดยบริษัท ADP ผู้ให้บริการระบบจ่ายเงินเดือน (payroll) แก่บริษัทหลายแสนแห่ง จึงวัดการจ้าง "มนุษย์เงินเดือน" จากข้อมูลจริงได้ตรงกว่า โดยปกติ ADP และ NFP เคลื่อนไหวใกล้กันและ ADP มักออกก่อน 1–2 วัน แผนภาพที่ 3 แสดงว่าทั้งสองชะลอลงพร้อมกัน ล่าสุด ADP อยู่ที่ 87,000 ตำแหน่ง ส่วน NFP เพียง 20,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดการจ้างรายอุตสาหกรรมที่ช่วยวัดสุขภาพของแต่ละภาคได้

 

แผนภาพที่ 3: การจ้างงาน ADP เทียบกับ Non-Farm Payroll ของสหรัฐฯ

Picture3.jpg

Source: CEIC, InnovestX Investment Strategy & Research

 

4. ค่าจ้าง: สะพานเชื่อมสู่เงินเฟ้อ

อีกมิติคือค่าจ้าง โดยดูจากการเติบโตของค่าจ้างรายชั่วโมงและรายสัปดาห์ หากตลาดแรงงานร้อนแรง นายจ้างต้องแย่งชิงแรงงาน ค่าจ้างก็ถูกดันขึ้น กลายเป็นต้นทุนที่ส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและผลักเงินเฟ้อในอนาคต ผ่านกลไก wage-price spiral แผนภาพที่ 4 แสดงว่าล่าสุดค่าจ้างเติบโต 3.5% เท่ากับเงินเฟ้อ (CPI) ที่ 3.5% พอดี สะท้อนว่าแรงกดดันค่าจ้างชะลอลงมาสมดุลกับเงินเฟ้อแล้ว เปิดทางให้ธนาคารกลางผ่อนคลายนโยบายได้มากขึ้น

 

แผนภาพที่ 4: การเติบโตของค่าจ้างรายสัปดาห์เฉลี่ยและเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ (%YoY)

Screenshot-2026-08-10-162508.jpg

Source: CEIC, InnovestX Investment Strategy & Research

 

5. Initial Jobless Claims: ตัวเลขเร็วที่สุด

จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (initial jobless claims) เป็นตัวที่ออกเร็วที่สุดเพราะประกาศทุกสัปดาห์ หากเพิ่มขึ้นต่อเนื่องบ่งชี้ว่าการเลิกจ้างกำลังเร่งตัวและอัตราว่างงานเสี่ยงสูงขึ้น แผนภาพที่ 5 แสดงว่าตัวเลขยังทรงตัวในกรอบต่ำ จากราว 218,000 ราย ลงมาที่ 189,000–199,000 ราย ซึ่งแม้ NFP อ่อนแรง แต่ jobless claims ที่ยังไม่พุ่งบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานชะลอจากการ "จ้างน้อยลง" มากกว่าการ "ปลดคนเพิ่ม"

 

แผนภาพที่ 5: จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ

Picture4.jpg

Source: CEIC, InnovestX Investment Strategy & Research

 

6. บทสรุป: อ่านอัตราว่างงานคู่เงินเฟ้อ เพื่อเดานโยบายการเงิน

ในการประเมินทิศทางนโยบายการเงิน นักลงทุนมักพิจารณาสองตัวพร้อมกันเสมอ คืออัตราว่างงานและเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นสองขาของ dual mandate หากอัตราว่างงานลดลงพร้อมเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น บ่งชี้เศรษฐกิจร้อนแรงและมีโอกาสสูงที่ธนาคารกลางจะขึ้นดอกเบี้ย และในทางกลับกัน แผนภาพที่ 6 แสดงกรณีสหรัฐฯ ล่าสุดที่เงินเฟ้ออยู่ราว 3.5% ขณะที่อัตราว่างงานขยับขึ้นมาที่ 4.1% ซึ่งเอียงไปทางเศรษฐกิจชะลอตัว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตลาดจึงคาดหวังการลดดอกเบี้ยมากขึ้น

 

แผนภาพที่ 6: เงินเฟ้อ CPI และอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ

Screenshot-2026-08-10-163006.jpg

Source: CEIC, InnovestX Investment Strategy & Research

 

และนี่คือจุดที่วงจรย้อนกลับมาหาพอร์ตของเรา เพราะการขึ้นดอกเบี้ยกระทบการลงทุนผ่านต้นทุนค่าเสียโอกาส (opportunity cost) ของการถือหุ้นที่สูงขึ้น และต้นทุนทางการเงินของบริษัทจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น เมื่อใช้ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเป็นอัตราคิดลด (discount rate) มูลค่าปัจจุบันของกำไรในอนาคตก็ลดลง กดดัน valuation ของหุ้นให้ต่ำลง

 

ปิดท้ายซีรีส์ Macro 101

ตลอดห้าตอน เราได้เห็นว่าตัวเลขเศรษฐกิจแต่ละกลุ่มมีจังหวะและมุมมองของตัวเอง GDP บอกอดีต เงินเฟ้อวัดปัจจุบัน ตลาดการเงินจับชีพจรเรียลไทม์ PMI ชี้นำอนาคต และตลาดแรงงานยืนยันความจริงพร้อมกำหนดทิศทางดอกเบี้ย หัวใจของการอ่านเศรษฐกิจเป็น จึงไม่ใช่การจดจำตัวเลขใดตัวหนึ่ง แต่คือการรู้ว่าแต่ละตัวบอกอะไร เกิดขึ้นเมื่อไร และเชื่อมโยงกันอย่างไร เพื่อต่อทุกชิ้นส่วนเป็นภาพเดียวที่คมชัดของทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุน

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

 

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์, IAA

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5