PDF Available  
Macro Making Sense

นโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมืองและผลต่อ GDP เส้นผลตอบแทนพันธบัตรไทยชันขึ้น ภาษีการค้ากรีนแลนด์

By ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์|19 Jan 26 6:26 AM
สรุปสาระสำคัญ

สรุปประเด็นนโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมืองและผลต่อการเติบโตของ GDP  เส้นผลตอบแทนพันธบัตรไทยชันขึ้น ภาษีการค้ากรีนแลนด์

  • นโยบายเศรษฐกิจพรรคการเมืองและผลต่อการเติบโตของ GDP
  • การวิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจของ 4 พรรคหลักก่อนเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2026 (สมมุติให้แต่ละพรรคจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวและทำนโยบายได้ครบ) พบว่า
    พรรคภูมิใจไทย สร้างผลกระทบสูงสุดที่ +0.50% p.p. ต่อการเติบโตของ GDP จากงบ 5.76 แสนล้านบาท (3.1% ของ GDP) โดยมีจุดแข็งที่โครงสร้างพื้นฐาน 23% ครอบคลุมโซล่าเซลล์ฟรี 1.0 แสนล้านบาท และศูนย์ฟอกไต 0.34 แสนล้านบาท
    o พรรคเพื่อไทย ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด +0.39% จากงบ 4.26 แสนล้านบาท (2.3% ของ GDP) ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน 26% อันได้แก่ Medical Hub และอินเตอร์เน็ตชนบท รวม 1.1 แสนล้านบาท
    o พรรคประชาชน +0.37% จากงบ 5.0 แสนล้านบาท (2.7% ของ GDP) โดดเด่นด้วย Orange Megaproject 0.78 แสนล้านบาท/ปี (แผน 8 ปี) ครอบคลุมน้ำเสีย โรงเรียน โรงพยาบาล น้ำประปา และโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ และ
    o พรรคประชาธิปัตย์ +0.28% จากงบ 3.37 แสนล้านบาท (1.8% ของ GDP) เน้นภาคเกษตร 45% ด้วยประกันรายได้และปุ๋ยรัฐ 1.5 แสนล้านบาท
  • แนวโน้มสำคัญคือทุกพรรคเพิ่มสัดส่วนโครงสร้างพื้นฐานอย่างเห็นได้ชัดจาก 2-3% ในปี 2023 เป็น 15-26% ในปี 2026 สะท้อนการเรียนรู้จากประเทศที่พัฒนาแล้วเช่นจีน (ลงทุน 8-9% ของ GDP), เกาหลีใต้ (6-7%) และสิงคโปร์ (5-6%) ซึ่งบรรลุการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ในการดำเนินการแตกต่างกัน โดยนโยบายเงินโอนและลดค่าไฟสามารถทำได้ใน 1-3 เดือน นโยบายพักหนี้และประกันรายได้ใช้เวลา 3-6 เดือน ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานต้องใช้เวลา 1-8 ปี ทำให้การบรรลุเป้าหมาย GDP ที่คาดการณ์ไว้ขึ้นอยู่กับ policy mix และความสามารถในการดำเนินการของรัฐบาลชุดใหม่อย่างมีนัยสำคัญ
  • เส้นผลตอบแทนพันธบัตรไทยชันขึ้นสะท้อนความเสี่ยงการคลัง เส้นผลตอบแทนพันธบัตรไทยชันขึ้นมากก่อนการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2026 โดย spread ระหว่างพันธบัตร 2 ปี และ 10 ปี ขยายตัวกว่า 50 basis points ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา สู่ระดับสูงสุดตั้งแต่พฤศจิกายน 2023 ที่ประมาณ 62 bps และอาจขยายไปถึง 80 bps ก่อนวันเลือกตั้ง ขณะที่อุปสงค์พันธบัตรระยะยาวแสดงสัญญาณชะลอตัวในการประมูลล่าสุด เราวิเคราะห์ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็น Twist หรือการที่ผลตอบแทนระยะสั้นลดลงและระยะยาวเพิ่มขึ้นพร้อมกัน โดยผลตอบแทนระยะสั้น 2 ปี ลดลงประมาณ 10 bps จากความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของ BoT ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอลงจากน้ำท่วมภาคใต้ การยุบสภา และเงินบาทแข็งค่า ขณะที่ผลตอบแทนระยะยาว 10 ปี เพิ่มขึ้นประมาณ 10 bps จากความกังวลเรื่อง fiscal largesse และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 1-3% GDP ของพรรคการเมือง ซึ่งการเพิ่มขึ้นของ long-end yields นี้จะเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมและจำกัด fiscal space ของรัฐบาลชุดใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยลบหลายประการและความเสี่ยงที่ credit rating agencies จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของไทย
  • ภาษีการค้ากรีนแลนด์: สัญญาณใหม่ของความไม่แน่นอนทางนโยบาย การประกาศของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อ 14 มกราคม 2026 ที่จะเก็บภาษี 10% กับประเทศยุโรป 8 ประเทศ มีผลบังคับใช้ 1 กุมภาพันธ์ และขู่ว่าจะขึ้นเป็น 25% ในมิถุนายนหากไม่บรรลุข้อตกลงซื้อกรีนแลนด์ เป็นตัวอย่างชัดเจนของ "Gunboat Capitalism" ที่ใช้เครื่องมือทางการค้าบังคับทางการเมืองโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อพันธมิตร อย่างไรก็ตาม โอกาสสำเร็จมีน้อยด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่ (1) กรีนแลนด์เป็นดินแดนเอกราชที่ประชากร 57,000 คนมีสิทธิ์กำหนดอนาคตตนเอง การซื้อขายดินแดนในศตวรรษที่ 21 ขัดกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิมนุษยชน (2) ทำลายรากฐาน NATO อย่างรุนแรงซึ่งจะผลักดันให้ยุโรปเร่งสร้าง strategic autonomy และอาจหันไปร่วมมือกับจีนหรือรัสเซียมากขึ้น (3) ผลลบทางเศรษฐกิจสหรัฐจะรุนแรง การตอบโต้ด้วยภาษีสินค้าอเมริกันจะกระทบบริษัทอเมริกันมากขึ้น และ (4) ทรัพยากร (เช่น rare earth, oil, gas) และตำแหน่งยุทธศาสตร์ (ฐานทัพ Arctic) ของกรีนแลนด์สามารถเจรจาผ่านความร่วมมือกับเดนมาร์กและ NATO ได้โดยไม่ต้องซื้อดินแดน ดังนั้น เป็นไปได้ที่การกระทำนี้น่าจะเป็น "performative politics" เพื่อสร้างภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งมากกว่ากลยุทธ์ที่จะสำเร็จจริง
Author
Slide3
ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์

หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5