
Update ทองคำ-เงินร่วงแรงจากสงครามอิหร่าน ดันราคาพลังงานพุ่ง ลดโอกาส Fed ปรับลดดอกเบี้ยลง และลดเสน่ห์สินทรัพย์ปลอดภัยระยะสั้น
by INVX Investment Products & Strategy
19 มีนาคม 2569
สรุปสถานการณ์
ราคาทองคำและเงินปรับตัวลงแรง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางยกระดับและผลักดันราคาน้ำมัน-ก๊าซให้ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจะอยู่ยาวนานกว่าคาด และทำให้โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดดอกเบี้ยในระยะสั้นลดลง โดยทองคำปรับลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 และระหว่างวันร่วงได้มากสุดราว 6% ซึ่งถือเป็นช่วงอ่อนตัวต่อเนื่องยาวที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 ขณะที่ เงินปรับลงมากกว่า 10%
ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากการที่อิหร่านและอิสราเอลโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานสำคัญในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งตัวขึ้นอยู่ในระดับสูง ขณะที่ ในการประชุมล่าสุดของ Fed คงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามคาด และส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ แต่ Jerome Powell ย้ำว่าการลดดอกเบี้ยยังขึ้นอยู่กับการชะลอลงของเงินเฟ้ออย่างชัดเจน ภาพดังกล่าวจึงเป็นลบต่อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย
อีกประเด็นที่น่ากังวลคือแรงซื้อจากนักลงทุนผ่าน Gold-backed ETF ยังไหลออกต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนว่าความต้องการถือทองคำของฝั่งนักลงทุนเริ่มอ่อนแรงลงในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มทรงตัวสูงนานกว่าคาด ขณะที่ความผันผวนของโลหะมีค่าที่รุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ก็ทำให้นักลงทุนบางส่วนลดน้ำหนักการถือครองสินทรัพย์กลุ่มนี้ลง นอกจากนี้ การร่วงลงแรงของราคาทองคำและเงินในช่วงสั้นยังอาจสะท้อนแรงขายเชิงเทคนิคและแรงขายเพื่อตอบสนองต่อ margin call ในพอร์ตของนักลงทุนบางส่วน จนทำให้นักลงทุนต้องขายสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องอย่างทองคำและเงินเพื่อนำเงินสดไปเสริมหลักประกัน
Implication ต่อการลงทุน
เรามองว่า ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าทองคำและเงินกำลังเผชิญแรงกดดันระยะสั้นจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) ราคาพลังงานที่สูงขึ้นซึ่งเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ และ 2) ท่าที Fed ที่ยังไม่รีบลดดอกเบี้ย ทำให้อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงและกดดันต่อทองคำในระยะสั้น โดยปัจจุบันราคาทองคำปรับตัวหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ $4,800 ทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่ราคาทองคำจะมีโอกาสแกว่งผันผวนและพักฐานต่อ จนกว่าตลาดจะเห็นสัญญาณชัดเจนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลายลงจริง
ดังนั้น สำหรับนักลงทุนระยะสั้น เราแนะนำขายหรือลดสัดส่วนการลงทุนในทองคำ เนื่องจากในระยะสั้นมีความผันผวนสูงและมีโอกาสที่ราคาจะแกว่งลงพักฐานต่อ โดยประเมินแนวรับถัดไปที่ $4,275-$4,380
อย่างไรก็ตาม เราประเมินว่าการอ่อนตัวครั้งนี้เป็นลักษณะของการปรับฐานมากกว่าการเปลี่ยนแนวโน้มในระยะยาว เนื่องจากราคาทองคำยังคงบทบาทในฐานะเครื่องมือป้องกันความไม่แน่นอนเชิงมหภาคทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่แรงซื้อสะสมจากธนาคารกลางทั่วโลกยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อแนวโน้มราคาในระยะยาว เพียงแต่ในระยะสั้น sentiment ถูกกดดันจากภาวะ higher-for-longer และแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงในพอร์ตของนักลงทุน ทั้งนี้ เรายังคงเป้าหมายราคาทองคำสิ้นปี 2026 ที่ $5,500
สำหรับนักลงทุนระยะยาวสามารถใช้จังหวะที่ราคาปรับฐาน ทยอยสะสม ได้ โดยแนะนำสัดส่วนการลงทุนในทองคำที่ระดับ 5–10% ของพอร์ต เพื่อกระจายความเสี่ยง