Special Report - Thai Stocks

สหรัฐฯ ประกาศภาษี Section 301 ในอัตรา 10-12.5% ปลดล็อก Overhang หนุนหุ้นส่งออก

By ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล|24 Jul 26 9:40 AM
Tariff
สรุปสาระสำคัญ

ล่าสุด USTR ประกาศบังคับใช้ภาษี Section 301 ใหม่ที่อัตรา 10–12.5% แทนที่ภาษีชั่วคราวเดิมเพื่อลงโทษประเทศที่ไม่ป้องกันแรงงานบังคับ โดยไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องเสียภาษี 12.5% แม้อัตราใหม่นี้จะปรับขึ้นเล็กน้อยราว 2.5% จากเดิม แต่นับว่ายังต่ำกว่าอัตราภาษี IEEPA 19% ในอดีตอย่างมาก และคู่แข่งหลักในแถบเอเชียต่างโดนจัดเก็บในอัตราที่เท่ากัน ประเด็นนี้จึงช่วยปลดล็อกความกังวลของตลาดและส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มส่งออกไทย (TU ITC DELTA KCE HANA STA STGT) โดยเฉพาะหุ้นส่งออกอาหาร (TU ITC) ที่ปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อชดเชยภาษีเดิมไปแล้วคาดจะได้รับอานิสงส์ให้อัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 2H69 ฟื้นตัวได้ดีขึ้น

🔸FACT:  สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษี Section 301 ใหม่ 10–12.5% มีผลทันที

ล่าสุดเช้านี้ (24 ก.ค.) สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ประกาศเก็บภาษีศุลกากรใหม่ในอัตรา 10-12.5% ตามมาตรา 301 ต่อ 60 ประเทศที่ล้มเหลวในการป้องกันแรงงานบังคับ ซึ่งสร้างความไม่เท่าเทียมต่อแรงงานอเมริกัน โดยมาตรการใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ในวันนี้ (24 ก.ค.) ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 11.01 น.ตามเวลาไทย เพื่อทดแทนภาษีชั่วคราวเดิมที่ 10% ตามมาตรา 122 เดิมที่จะหมดอายุลง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

 

1) กลุ่มเก็บภาษีศุลกากร 10% สำหรับ 17 ประเทศที่มีกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าแรงงานบังคับอยู่แล้ว หรือมีข้อตกลง Reciprocal Trade Agreement (ART) ได้แก่ อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา แคนาดา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน ศรีลังกา ตรินิแดดและโตเบโก และสหราชอาณาจักร

 

2) กลุ่มเก็บภาษีศุลกากร 10-12.5% เมื่อรวมกับอัตราภาษีศุลกากรสำหรับประเทศที่ได้รับความอนุเคราะห์สูงสุด (MFN) สำหรับ 5 ประเทศ ได้แก่ สหภาพยุโรป (EU) ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์

 

3) กลุ่มเก็บภาษีศุลกากร 12.5% สำหรับประเทศที่เหลือทั้งหมด (ในเอเชียแปซิฟิก อาทิ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง คาซัคสถาน นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย ตุรกี และเวียดนาม)

 

ข้อยกเว้น : สหรัฐฯ ยกเว้นภาษีให้สินค้าบางประเภท เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ สินค้าที่สหรัฐฯ ผลิตเองไม่ได้หรือมีไม่เพียงพอ สินค้าที่การเก็บภาษีอาจกระทบต่อระบบเศรษฐกิจรุนแรง สินค้าที่ไม่ช่วยแก้ปัญหาการค้าไม่เป็นธรรม และสินค้ากลุ่มเหล็กกล้าซึ่งมีอัตราภาษีเฉพาะอยู่อุปกรณ์แล้ว

 

📌IMPACT: ปลดล็อก Overhang ตลาด...กำไรขั้นต้นกลุ่มส่งออกมีลุ้นฟื้นตัวดีกว่าคาด

InnovestX มองว่า อัตราภาษีศุลกากรใหม่ในอัตรา 10-12.5% ภายใต้ Section 301 สอดคล้องกับร่างเดิมที่ USTR เคยเสนอไว้เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 69 และยังต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับอัตราภาษี IEEPA ที่ไทยเคยถูกเก็บในอัตรา 19% (มีผลใช้เมื่อ ส.ค. 68-ก.พ. 69) ดังนั้นการประกาศความชัดเจนในครั้งนี้จึงช่วยปลดล็อกความกังวล (Overhang) และช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนต่อตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ อย่างกลุ่มอาหาร (TU ITC) อิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) และยาง (STA STGT) เนื่องจากกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันค่อนข้างจำกัด เพราะคู่แข่งส่วนใหญ่ในเอเชียโดนอัตราภาษีในระดับใกล้เคียงกัน ขณะที่อัตราภาษีสุทธิใหม่ที่เพิ่มขึ้นจริงจากภาษีชั่วคราวเดิมอยู่ที่ราว 2.5% ซึ่งเชื่อว่าตลาดรับรู้และทยอยซึมซับปัจจัยนี้ไปแล้ว ในทางกลับกัน มองประเด็นนี้จะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออกที่มีการทยอยปรับขึ้นราคาสินค้าไปก่อนหน้านี้เพื่อชดเชยภาระภาษี IEEPA เดิม เพราะจะช่วยส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 2H69 ปรับตัวดีขึ้นกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

 

🎯ACTION: คำแนะนำและกลยุทธ์การลงทุน

InnovestX มองว่า ประเด็นนี้จะช่วยปลดล็อกปัจจัยกดดันเชิงโครงสร้างภาษี (Tax Overhang) และเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาเล็กน้อยต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มส่งออก กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำดังนี้

  1. กลุ่มส่งออกอาหาร (TU ITC) แนะนำ "หาจังหวะลงทุนสะสม" เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีอำนาจในการต่อรองราคา และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) มีแนวโน้มฟื้นตัวชัดเจนที่สุดใน 2H69 จากการปรับขึ้นราคาสินค้าล่วงหน้าไปแล้ว
  2. กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) แนะนำ "เก็งกำไรระยะสั้น" ตอบรับปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยา (Sentiment) จากการคลายความกังวลเรื่องภาษีส่งออกสหรัฐฯ และแรงหนุนจากรอบวัฏจักรเทคโนโลยี แต่ควรระมัดระวังเรื่อง Valuation ที่ค่อนข้างตึงตัว โดยใช้จังหวะย่อตัวเป็นโอกาสเข้าเทรดดิ้ง
  3. กลุ่มยางพารา (STA STGT) แนะนำ "เก็งกำไรระยะสั้น" จากภาระภาษีจริงที่ต่ำกว่าคาด และความต้องการใช้ยางในอุตสาหกรรมทางการแพทย์และยานยนต์ที่ยังทรงตัวดี แต่ต้องระมัดระวังเรื่องอุปทานยางที่ตึงตัวจากภาวะเอลนีโญและอุปสงค์ยางที่ชะลอตัวจากเศรษฐกิจโลกและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

 

#InnovestX Investment Strategy & Research

 

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

 

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf

Author
Slide2
ณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล

นักกลยุทธ์การลงทุนและนักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5