Offshore Stock Update

BKNG เผยงบ 2Q26 ดีกว่าคาด สะท้อนอุปสงค์ท่องเที่ยวยืดหยุ่น

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|5 Aug 26 11:25 AM
bkng
สรุปสาระสำคัญ

ผลประกอบการ 2Q26 ของ Booking Holdings ดีกว่าคาดทั้งรายได้ รวมไปถึง EBITDA แบบปรับปรุงแล้ว และกำไรต่อหุ้น โดยได้แรงหนุนหลักจากอุปสงค์การเดินทางภายในประเทศและภายในภูมิภาคที่ยังคงยืดหยุ่น การเติบโตของยอดจองผ่านระบบชำระเงินของบริษัทที่สูงถึง 73% และการใช้ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพจนลดต้นทุนการบริการลงได้ โดยภาพรวมบริษัทยังคงเป้าหมายทั้งปี ทั้งนี้ ผลประกอบการของ Booking เป็นบวกต่อกลุ่มแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ หรือ OTA เนื่องจากยืนยันว่าอุปสงค์การจองที่พักยังแข็งแกร่ง

1) ภาพรวมผลประกอบการ 2Q26


Booking Holdings รายงานผลประกอบการ 2Q26 ดีกว่าที่ตลาดคาด ทั้งยอดจองรวม รายได้ EBITDA แบบปรับปรุงแล้ว และกำไรต่อหุ้น สะท้อนว่าอุปสงค์ท่องเที่ยวโลกยังมีความยืดหยุ่น แม้การเดินทางระยะไกลได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาตั๋วเครื่องบินที่สูง และกำลังการบินที่จำกัดในบางเส้นทาง


ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการเดินทางภายในประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย จำนวนคืนห้องพักที่สูงกว่าคาด รวมถึงการเติบโตของยอดจองผ่านระบบรับชำระเงินของบริษัท ขณะที่การควบคุมค่าใช้จ่ายคงที่และประสิทธิภาพด้านบริการลูกค้าช่วยให้อัตรากำไร EBITDA ปรับดีขึ้น แม้ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดเติบโตเร็วกว่ารายได้เล็กน้อย


อย่างไรก็ตาม คุณภาพการเติบโตยังไม่สม่ำเสมอในทุกบริการ โดยยอดจองรถเช่าหดตัว และการเติบโตของตั๋วเครื่องบินชะลอลงจากข้อจำกัดด้านกำลังการบิน ขณะที่แนวโน้ม 3Q26 ต่ำกว่าอัตราการเติบโตใน 2Q26 สะท้อนว่าบริษัทยังใช้สมมติฐานระมัดระวังต่อสภาพแวดล้อมภายนอก


1.1 ตารางสรุปผลประกอบการ

 

รายการ

2Q26

เติบโต YoY

เทียบตลาดคาด

ยอดจองรวม

51.0 พันล้านดอลลาร์

+9.2%

สูงกว่าคาด 49.68 พันล้านดอลลาร์

รายได้

7.35 พันล้านดอลลาร์

+8.1%

สูงกว่าคาด 7.18–7.20 พันล้านดอลลาร์

EBITDA แบบปรับปรุงแล้ว

2.65 พันล้านดอลลาร์

+9.3%

สูงกว่าคาด 2.56 พันล้านดอลลาร์

อัตรากำไร EBITDA แบบปรับปรุงแล้ว

36.0%

เพิ่มจาก 35.6%

สูงกว่าคาด 35.6%

กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้ว

2.54 ดอลลาร์

+15%

สูงกว่าคาด 2.43–2.45 ดอลลาร์

จำนวนคืนห้องพัก

325 ล้านคืน

+5.3%

สูงกว่าคาด 320.48 ล้านคืน

จำนวนตั๋วเครื่องบิน

17 ล้านใบ

+3.7%

ต่ำกว่าคาด 19.51 ล้านใบ

จำนวนวันเช่ารถ

23 ล้านวัน

-6.5%

ต่ำกว่าคาด 23.57 ล้านวัน

ค่าใช้จ่ายด้านการตลาด

2.37 พันล้านดอลลาร์

+11%

-

กระแสเงินสดอิสระ

3.6 พันล้านดอลลาร์

ไม่ระบุ

-


1.2 รายละเอียดผลประกอบการ


1.2.1 รายได้และยอดจองรวม


ยอดจองรวมเพิ่มขึ้น 9.2% YoY สู่ 51.0 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าตลาดคาดประมาณ 2.7% โดยยอดจองผ่านระบบที่บริษัทเป็นผู้รับชำระเงินเพิ่มขึ้น 15% สู่ 37.0 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดจองในรูปแบบตัวแทนลดลง 2.8% สู่ 14.0 พันล้านดอลลาร์


โครงสร้างดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบรับชำระเงินโดยบริษัทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้ Booking ควบคุมประสบการณ์ลูกค้าได้มากขึ้น เชื่อมโยงบริการที่พัก เที่ยวบิน รถเช่า และกิจกรรมเข้าด้วยกัน รวมทั้งสร้างรายได้และกำไรต่อธุรกรรมได้สูงขึ้น


รายได้รวมเพิ่มขึ้น 8.1% YoY สู่ 7.35 พันล้านดอลลาร์ โดยรายได้จากระบบรับชำระเงินเพิ่มขึ้น 15% ขณะที่รายได้แบบตัวแทนลดลง 6.9% สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างยอดจอง
1.2.2 จำนวนคืนห้องพักและอุปสงค์การเดินทาง


จำนวนคืนห้องพักเพิ่มขึ้น 5.3% YoY สู่ 325 ล้านคืน สูงกว่าตลาดคาด โดยการเดินทางภายในประเทศเติบโตในระดับเลขหลักเดียวสูง ขณะที่การเดินทางระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากการเดินทางระยะไกลยังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง


เมื่อแบ่งตามภูมิภาค จำนวนคืนห้องพักในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในระดับเลขหลักเดียวสูง ขณะที่ยุโรปและเอเชียเติบโตในระดับเลขหลักเดียวกลาง โดยการเดินทางภายในประเทศในเอเชียเติบโตในระดับเลขสองหลักต่ำ สะท้อนว่าความต้องการเดินทางยังไม่ได้หายไป แต่เปลี่ยนจากเส้นทางระยะไกลมาเป็นการเดินทางภายในประเทศและภายในภูมิภาคมากขึ้น


1.2.3 กำไรและอัตรากำไร


EBITDA แบบปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้น 9.3% YoY สู่ 2.65 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่อัตรากำไรเพิ่มขึ้นเป็น 36.0% จาก 35.6% ในปีก่อน แม้ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดเพิ่มขึ้น 11% YoY และเติบโตเร็วกว่ารายได้


การขยายตัวของอัตรากำไรได้รับแรงสนับสนุนจากการควบคุมค่าใช้จ่ายคงที่ ประสิทธิภาพด้านการให้บริการลูกค้า และการลดจำนวนหุ้นเฉลี่ยประมาณ 6% ซึ่งช่วยให้กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้น 15% YoY เร็วกว่า EBITDA


1.2.4 กระแสเงินสดและการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น


บริษัทสร้างกระแสเงินสดอิสระได้ 3.6 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส และคืนเงินให้ผู้ถือหุ้นรวม 4.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงการซื้อหุ้นคืน 3.7 พันล้านดอลลาร์ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 บริษัทซื้อหุ้นคืนรวม 7.4 พันล้านดอลลาร์


การซื้อหุ้นคืนในระดับสูงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของกำไรต่อหุ้น ขณะเดียวกันบริษัทมีเงินสดและเงินลงทุนปลายไตรมาสประมาณ 17.7 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ยังมีความสามารถลงทุนในธุรกิจ ควบคู่กับการคืนเงินให้ผู้ถือหุ้น


2) แนวโน้มและประมาณการของบริษัท


2.1 แนวโน้ม 3Q26 สะท้อนอุปสงค์ท่องเที่ยวยังยืดหยุ่น

รายการ

แนวโน้ม 3Q26

จำนวนคืนห้องพัก

เติบโต 3–5% YoY

ยอดจองรวม

เติบโต 4–6% YoY

รายได้

เติบโต 4–6% YoY

รายได้เมื่อไม่รวมผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน

เติบโต 5–7% YoY

EBITDA แบบปรับปรุงแล้ว

เติบโต 4–6% YoY


บริษัทคาดว่าใน 3Q26 จำนวนคืนห้องพักจะเพิ่มขึ้น 3–5% YoY ขณะที่ยอดจองรวม รายได้ และ EBITDA แบบปรับปรุงแล้วจะเพิ่มขึ้น 4–6% YoY ส่วนรายได้เมื่อไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5–7% นอกจากนี้ บริษัทยังคาดว่าอุปสงค์ท่องเที่ยวโลกจะมีความยืดหยุ่น โดยมีการเดินทางภายในประเทศเป็นแรงสนับสนุนหลัก


กรอบประมาณการดังกล่าวมีความระมัดระวัง เนื่องจากบริษัทยังตั้งสมมติฐานให้ผลกระทบจากตะวันออกกลางดำเนินต่อไปตลอดไตรมาส หากสถานการณ์คลี่คลายเร็วกว่าคาดจึงยังมีโอกาสที่ผลประกอบการจริงจะสูงกว่ากรอบของบริษัท


2.2 คงแนวโน้มทั้งปีเป็นหลัก

รายการ

แนวโน้มปี 2026

ยอดจองรวม

เติบโตระดับเลขหลักเดียวสูง

รายได้

เติบโตระดับเลขหลักเดียวสูง

EBITDA แบบปรับปรุงแล้ว

เติบโตระดับเลขหลักเดียวสูง

กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้ว

เติบโตระดับเลขสองหลักต่ำถึงกลาง

รายได้ไม่รวมผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน

เติบโตระดับเลขหลักเดียวกลางถึงสูง


บริษัทคงแนวโน้มรายได้ EBITDA แบบปรับปรุงแล้ว และกำไรต่อหุ้นทั้งปี โดยคาดว่ายอดจองรวม รายได้ และ EBITDA จะเติบโตระดับเลขหลักเดียวสูง ส่วนกำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วคาดว่าจะเพิ่มขึ้นระดับเลขสองหลักต่ำถึงกลาง


บริษัทปรับลดเพียงสมมติฐานยอดจองรวมจากธุรกิจเที่ยวบิน เนื่องจากกำลังการบินและราคาตั๋วที่สูงกว่าคาด ขณะที่แนวโน้มธุรกิจที่พักซึ่งเป็นแหล่งรายได้และกำไรหลักยังแทบไม่เปลี่ยนแปลง


การคงแนวโน้มรายได้ กำไร และกำไรต่อหุ้นทั้งปี ท่ามกลางผลกระทบจากตะวันออกกลางที่บริษัทสมมติว่าจะเกิดขึ้นถึง 7 เดือนจากทั้งหมด 12 เดือน จึงสะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจมากกว่าความอ่อนแอ

 

2.3 สมมติฐานสำคัญ


กรอบแนวโน้มของบริษัทตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ค่อนข้างระมัดระวัง ได้แก่


1. ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังส่งผลทางอ้อมต่อการเดินทางตลอด 3Q26
2. ราคาตั๋วเครื่องบินยังอยู่ในระดับสูง
3. กำลังการบินในบางเส้นทางยังจำกัด
4. การเดินทางระยะไกลระหว่างประเทศยังได้รับแรงกดดัน
5. การเดินทางเข้าสู่ตะวันออกกลางยังอ่อนแอบางส่วน
6. การเดินทางภายในประเทศและภายในภูมิภาคยังแข็งแกร่ง
7. ผลกระทบโดยรวมจากตะวันออกกลางใน 3Q26 จะน้อยกว่า 2Q26
8. อัตราแลกเปลี่ยนจะกดดันการเติบโตที่รายงานใน 3Q26 ประมาณ 1 จุด แต่เป็นบวกต่อทั้งปี


สมมติฐานเหล่านี้ทำให้กรอบประมาณการมีโอกาสสูงกว่าที่บริษัทประเมิน หากราคาตั๋วเครื่องบินปรับลดลง กำลังการบินฟื้นตัว หรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายเร็วกว่าคาด


3) มุมมองของผู้บริหารและประเด็นสำคัญจากการประชุม


3.1 อุปสงค์ท่องเที่ยวยังแข็งแกร่ง แต่รูปแบบการเดินทางเปลี่ยนไป


ผู้บริหารระบุว่าความต้องการเดินทางพื้นฐานยังมีความยืดหยุ่น แม้เผชิญความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปเลือกการเดินทางภายในประเทศและภายในภูมิภาคมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงราคาตั๋วที่สูงและข้อจำกัดด้านเที่ยวบินระยะไกล

 

ช่วงเวลาระหว่างการจองและการเดินทาง รวมถึงจำนวนวันพัก เผชิญแรงกดดันเล็กน้อยในช่วงไตรมาส แต่เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเดือนมิถุนายน ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยเมื่อไม่รวมผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นประมาณ 2% YoY โดยได้รับแรงสนับสนุนจากยุโรปและสหรัฐฯ


3.2 Connected Trip มีความคืบหน้า


ธุรกรรมที่ลูกค้าจองบริการมากกว่าหนึ่งประเภทสำหรับการเดินทางเดียวกันเติบโตในระดับเลขสองหลักต่ำ และเติบโตเร็วกว่าธุรกรรมรวมมากกว่า 2 เท่า โดยคิดเป็นสัดส่วนระดับเลขสองหลักต่ำของธุรกรรมทั้งหมดบน Booking.com


ผู้บริหารมองว่ากลยุทธ์ดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะลูกค้าที่จองทั้งที่พัก เที่ยวบิน รถเช่า หรือกิจกรรมผ่านแพลตฟอร์มเดียวกัน มีแนวโน้มกลับมาใช้งานบ่อยขึ้น ช่วยเพิ่มความภักดีของลูกค้าและลดการพึ่งพาช่องทางการตลาดภายนอก


สัดส่วนยอดจองที่ผ่านระบบรับชำระเงินของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 73% ของยอดจองรวม เพิ่มขึ้นประมาณ 4 จุด YoY ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเชื่อมโยงบริการแต่ละประเภทเข้าด้วยกัน


3.3 โปรแกรมสมาชิก Genius สนับสนุนการจองโดยตรง


สมาชิก Genius ระดับ 2 และ 3 มีสัดส่วนมากกว่า 30% ของฐานลูกค้าที่ใช้งาน และสร้างจำนวนคืนห้องพักในสัดส่วนเกือบ 60% สมาชิกกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มวางแผนการเดินทางล่วงหน้านานกว่า กลับมาใช้บริการสม่ำเสมอ และจองผ่านช่องทางโดยตรงมากกว่าลูกค้าทั่วไป


ช่องทางตรงของบริษัทมีสัดส่วนทรงตัวในระดับกลาง 60% ขณะที่สัดส่วนการจองผ่านแอปอยู่ในระดับสูงกว่า 50% ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการค้นหาผ่าน Google และค่าใช้จ่ายการหาลูกค้าจากช่องทางภายนอก


3.4 การขยายธุรกิจในสหรัฐฯ และเอเชีย


ผู้บริหารยังมองว่าสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในโอกาสการเติบโตระยะยาวที่สำคัญ โดยจำนวนคืนห้องพักในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นระดับเลขหลักเดียวสูง จากอุปสงค์ภายในประเทศและการเติบโตของช่องทางตรง


อย่างไรก็ตาม บริษัทยังต้องเพิ่มจำนวนที่พักทางเลือกในสหรัฐฯ เพื่อแข่งขันกับแพลตฟอร์มที่มีความแข็งแกร่งในตลาดบ้านพักและอพาร์ตเมนต์ ขณะที่ในเอเชีย บริษัทจะใช้เครือข่ายระดับโลกของ Booking.com ร่วมกับความเชี่ยวชาญในท้องถิ่นของ Agoda เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ระบบชำระเงิน และช่องทางจัดจำหน่ายที่เหมาะสมกับแต่ละประเทศ


3.5 AI เริ่มสร้างผลตอบแทนด้านต้นทุน แต่ยังไม่สร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ


ผู้บริหารระบุว่าปริมาณลูกค้าที่ส่งต่อมาจากแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์และแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ยังคิดเป็นสัดส่วนต่ำกว่า 1% ของจำนวนคืนห้องพัก จึงยังไม่มีผลกระทบต่อรายได้อย่างมีนัยสำคัญในปัจจุบัน


ในทางกลับกัน การใช้ AI ภายในองค์กรเริ่มสร้างผลตอบแทนที่ชัดเจน โดยช่วยลดต้นทุนการบริการลูกค้าต่อการจองในระดับเลขสองหลัก เพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาซอฟต์แวร์ และช่วยให้เจ้าหน้าที่แก้ไขปัญหาได้รวดเร็วขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่าย AI ยังคิดเป็นเพียงระดับเลขหลักเดียวต่ำของค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีทั้งหมด


บริษัทจะยังทำงานร่วมกับผู้ให้บริการ AI รายใหญ่เพื่อสร้างช่องทางเข้าถึงลูกค้าใหม่ แต่จะเน้นพัฒนาเครื่องมือ AI บนแพลตฟอร์มของตนเอง เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาช่องทางภายนอก


3.6 เพิ่มเป้าหมายลดต้นทุน


บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายการประหยัดต้นทุนต่อปีจากประมาณ 550 ล้านดอลลาร์ เป็น 650 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่เริ่มโครงการด้วยเป้าหมาย 450 ล้านดอลลาร์


เงินประหยัดเพิ่มเติมประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ส่วนใหญ่มาจากการจัดซื้อ และคาดว่าจะรับรู้เต็มที่ในปี 2027 โดยผู้บริหารตั้งใจใช้เงินที่ประหยัดได้เพื่อสนับสนุนการลงทุนใน Connected Trip, AI และการขยายธุรกิจในตลาดสำคัญ มากกว่าจะมุ่งลดค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว


4) มุมมองของ INVX


4.1 นัยต่อกลุ่ม OTA

 

ผลประกอบการของ Booking เป็นบวกต่อกลุ่มแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ หรือ OTA เนื่องจากยืนยันว่าอุปสงค์การจองที่พักยังแข็งแกร่ง แม้เผชิญความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาตั๋วเครื่องบินที่สูง และกำลังการบินที่จำกัด โดยผู้บริโภคไม่ได้ลดการเดินทางอย่างมีนัยสำคัญ แต่เปลี่ยนไปเลือกการเดินทางภายในประเทศและภายในภูมิภาคมากขึ้น

 

ภาพดังกล่าวช่วยลดความกังวลว่ากลุ่ม OTA จะเผชิญการยกเลิกการจองและการชะลอตัวของจำนวนคืนห้องพักในวงกว้าง โดยเฉพาะบริษัทที่มีฐานที่พักกระจายตัวหลายประเทศและสามารถโยกอุปสงค์ระหว่างภูมิภาคได้ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่พึ่งพาการจองเที่ยวบินหรือเส้นทางระยะไกลมากกว่าจะยังได้รับแรงกดดันจากราคาตั๋วและข้อจำกัดด้านกำลังการบิน

 

นอกจากนี้ การใช้ AI ในระยะสั้นมีแนวโน้มเป็นบวกต่อประสิทธิภาพต้นทุนของ OTA มากกว่าจะเป็นภัยต่อรูปแบบธุรกิจ เนื่องจากปริมาณการจองที่ส่งต่อจากแพลตฟอร์ม AI ยังมีสัดส่วนต่ำ ขณะที่การนำ AI มาใช้ในงานบริการลูกค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการปรับข้อเสนอให้เหมาะกับลูกค้าเริ่มช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพแล้ว

 

โดยรวมจึงเป็นบวกต่อมุมมองกลุ่ม OTA แต่ผลบวกจะกระจุกตัวในผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีเครือข่ายที่พักกว้าง ฐานลูกค้าโดยตรงสูง กระแสเงินสดแข็งแกร่ง และสามารถลงทุนด้านเทคโนโลยีได้ต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ Booking ยังมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง ขณะที่ Expedia และ Airbnb ได้รับผลบวกจากอุปสงค์อุตสาหกรรม แต่ยังต้องพิสูจน์การเติบโตและประสิทธิภาพการดำเนินงานของแต่ละบริษัท

 

4.2 นัยต่อ Booking Holdings


มุมมองต่อ Booking อยู่ในเชิงบวกจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่


1. ผลประกอบการดีกว่าคาดในทุกตัวชี้วัดหลัก
2. จำนวนคืนห้องพักและยอดจองยังเติบโต แม้เผชิญความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
3. สัดส่วนยอดจองผ่านระบบรับชำระเงินเพิ่มขึ้น ช่วยสนับสนุนรายได้ต่อธุรกรรม
4. โปรแกรม Genius และแอปช่วยเพิ่มการจองโดยตรง
5. การใช้ AI เริ่มช่วยลดต้นทุนอย่างเป็นรูปธรรม
6. เป้าหมายประหยัดต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็น 650 ล้านดอลลาร์
7. กระแสเงินสดแข็งแกร่งและมีการซื้อหุ้นคืนในระดับสูง


ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาตั๋วเครื่องบินที่สูง กำลังการบินในบางเส้นทาง การเติบโตของค่าใช้จ่ายด้านการตลาด และการแข่งขันจากแพลตฟอร์มท่องเที่ยวหรือช่องทางค้นหาที่ใช้ AI

 

ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

Stocks Mentioned
ABNB.NB
EXPE.NB
BKNG.NB
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5