สรุปสาระสำคัญ
การขยายตัวของ AI กำลังสร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมความปลอดภัยไซเบอร์พร้อมกัน โดย Cloudflare รายงานผลประกอบการและแนวโน้มแข็งแกร่งจากความต้องการบริหารและป้องกันการรับส่งข้อมูลที่เกิดจาก AI ขณะที่ Meta เปิดตัว Muse Code เพื่อแข่งขันกับ OpenAI และ Anthropic พร้อมแสดงความสามารถด้านการค้นหาและใช้ช่องโหว่ในระดับใกล้เคียงคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่แบบจำลองเข้าถึงระบบภายนอกระหว่างการทดสอบ รวมถึงการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ Palo Alto Networks ในจีน สะท้อนว่าความปลอดภัยของ AI และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเลือกหุ้นในกลุ่มนี้
AI ดันความต้องการความปลอดภัยไซเบอร์ ขณะความเสี่ยงด้านระบบและภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น
- การขยายตัวของ AI กำลังสร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยงต่ออุตสาหกรรมความปลอดภัยไซเบอร์พร้อมกัน โดย Cloudflare รายงานผลประกอบการและแนวโน้มแข็งแกร่งจากความต้องการบริหารและป้องกันการรับส่งข้อมูลที่เกิดจาก AI ขณะที่ Meta เปิดตัว Muse Code เพื่อแข่งขันกับ OpenAI และ Anthropic พร้อมแสดงความสามารถด้านการค้นหาและใช้ช่องโหว่ในระดับใกล้เคียงคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่แบบจำลองเข้าถึงระบบภายนอกระหว่างการทดสอบ รวมถึงการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ Palo Alto Networks ในจีน สะท้อนว่าความปลอดภัยของ AI และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเลือกหุ้นในกลุ่มนี้
1) Cloudflare รายงานงบแข็งแกร่ง รับความต้องการจาก AI
- Cloudflare รายงานรายได้ไตรมาส 2/2026 ที่ 1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 36% YoY สูงกว่าตลาดคาดที่ 666.4 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงอยู่ที่ 0.29 ดอลลาร์ สูงกว่าคาด 0.27 ดอลลาร์ และกำไรจากการดำเนินงานแบบปรับปรุงเพิ่มขึ้น 33% เป็น 96.1 ล้านดอลลาร์
- แรงสนับสนุนมาจากการเติบโตของลูกค้าที่จ่ายค่าบริการ ลูกค้ารายใหญ่ และนักพัฒนาบนแพลตฟอร์ม โดยภาระผูกพันตามสัญญาที่คาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น 35% สะท้อนว่าความต้องการยังมีความต่อเนื่อง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรายได้ในไตรมาสที่ผ่านมา
- ผู้บริหารมองว่าอินเทอร์เน็ตกำลังเปลี่ยนจากการรับส่งข้อมูลระหว่างผู้ใช้งานกับเว็บไซต์ ไปสู่การสื่อสารระหว่างระบบอัตโนมัติ ตัวแทน AI และแอปพลิเคชันมากขึ้น ส่งผลให้องค์กรต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถควบคุมสิทธิ์ รักษาความปลอดภัย และจัดการการรับส่งข้อมูลจาก AI ภายใต้ระบบเดียวกัน
2) Cloudflare ปรับเพิ่มแนวโน้ม สะท้อนว่า AI เริ่มส่งผ่านเป็นรายได้จริง
- Cloudflare คาดรายได้ไตรมาส 3 ที่ 736–737 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าตลาดคาดที่ 7 ล้านดอลลาร์ และคาดกำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงที่ 0.34 ดอลลาร์ สูงกว่าคาด 0.32 ดอลลาร์ นอกจากนี้ บริษัทยังปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปีเป็น 2.86–2.87 พันล้านดอลลาร์ จากเดิมประมาณ 2.81 พันล้านดอลลาร์ พร้อมเพิ่มเป้ากำไรต่อหุ้นเป็น 1.25–1.26 ดอลลาร์ จาก 1.19–1.20 ดอลลาร์
- แนวโน้มดังกล่าวชี้ว่า AI ไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะบริษัทผู้ผลิตชิปหรือผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลเท่านั้น แต่เริ่มส่งผ่านมายังผู้ให้บริการเครือข่าย ความปลอดภัย และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาแล้ว โดย Cloudflare ได้ประโยชน์จากตำแหน่งที่อยู่ระหว่างผู้ใช้งาน แอปพลิเคชัน ข้อมูล และระบบ AI
- อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นแบบปรับปรุงลดลงเหลือ 1% จาก 76.3% ในปีก่อน ขณะที่บริษัทยังขาดทุนตามมาตรฐานบัญชี 170 ล้านดอลลาร์ จากค่าใช้จ่ายปรับโครงสร้างและค่าตอบแทนเป็นหุ้น แม้กำไรและกระแสเงินสดแบบปรับปรุงยังดีขึ้น
3) Meta เปิดตัว Muse Code รุกตลาดผู้ช่วยเขียนโปรแกรม AI
- Meta เปิดตัว Muse Code รุ่นทดลอง ซึ่งสามารถวางแผนการแก้ไขโปรแกรม เขียนรหัส ตรวจสอบผลลัพธ์ และจัดการงานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ได้ โดยทำงานร่วมกับแบบจำลอง Muse Spark 1.2 ที่เน้นงานเขียนโปรแกรมโดยเฉพาะ
- จุดเด่นของ Muse Code คือสามารถใช้ผู้ช่วยย่อยหลายตัวทำงานพร้อมกัน เก็บบริบทต่อเนื่องตลอดงาน และบันทึกทุกขั้นตอนเพื่อให้สามารถกลับมาทำงานต่อได้หากระบบหยุดกลางคัน คุณสมบัติดังกล่าวเหมาะกับงานที่มีหลายขั้นตอนและใช้เวลานานกว่าการถามตอบแบบทั่วไป
- Meta ยังใช้กลยุทธ์ราคาต่ำเพื่อดึงดูดนักพัฒนาและบริษัทขนาดเล็ก โดยคิดค่าบริการ Muse Spark 1.2 ที่ 25 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้านหน่วยข้อมูลนำเข้า และ 4.25 ดอลลาร์ต่อหนึ่งล้านหน่วยข้อมูลส่งออก พร้อมมีแผนราคาพิเศษสำหรับผู้ที่ยินยอมให้นำข้อมูลการใช้งานไปพัฒนาผลิตภัณฑ์
4) แบบจำลองของ Meta มีความสามารถด้านการเจาะระบบใกล้เคียง OpenAI และ Anthropic
- ระหว่างการทดสอบด้านความปลอดภัย Muse Spark 1.1 ของ Meta สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและใช้ช่องโหว่ของบริการภายนอกได้ หลังบริษัทผู้จัดทำสภาพแวดล้อมทดสอบกำหนดสิทธิ์ผิดพลาด เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันยังเกิดขึ้นกับแบบจำลองของ OpenAI และ Anthropic ในการทดสอบของผู้ให้บริการรายเดียวกัน
- เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าแบบจำลองสามารถหลุดออกจากระบบควบคุมได้ด้วยตนเอง แต่แสดงว่าเมื่อได้รับสิทธิ์เข้าถึงระบบจริง AI ของทั้ง Meta, OpenAI และ Anthropic มีความสามารถเพียงพอที่จะค้นหาและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ได้ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าความสามารถด้านไซเบอร์ของ Meta เริ่มเข้าใกล้คู่แข่งรายสำคัญมากขึ้น
- ในอีกด้านหนึ่ง ความสามารถดังกล่าวเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง เพราะ AI ที่เก่งด้านการค้นหาช่องโหว่สามารถช่วยตรวจสอบระบบและเพิ่มประสิทธิภาพทีมรักษาความปลอดภัยได้ แต่หากกำหนดสิทธิ์หรือแยกสภาพแวดล้อมไม่รัดกุม ก็อาจเข้าถึงระบบภายนอกและสร้างความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว
5) เปรียบเทียบความสามารถในการแข่งขันของ Meta, OpenAI และ Anthropic
|
ประเด็น
|
Meta
|
OpenAI
|
Anthropic
|
|
เครื่องมือเขียนโปรแกรม
|
Muse Code รองรับงานระยะยาว ผู้ช่วยย่อยหลายตัว และบันทึกการทำงาน
|
Codex เชื่อมกับฐานผู้ใช้ ChatGPT และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา
|
Claude Code ได้รับการยอมรับสูงในหมู่นักพัฒนา
|
|
ความสามารถด้านการเขียนโปรแกรม
|
พัฒนาขึ้นเร็ว แต่ก่อนหน้านี้ยังตามหลังคู่แข่ง
|
มีระบบนิเวศและฐานผู้ใช้กว้าง
|
มีจุดแข็งด้านความเข้าใจรหัสและงานหลายขั้นตอน
|
|
ความสามารถด้านไซเบอร์
|
แสดงว่าสามารถค้นหาและใช้ช่องโหว่เมื่อได้รับสิทธิ์เข้าถึง
|
เคยเกิดเหตุการณ์คล้ายกันระหว่างการทดสอบ
|
เคยเกิดเหตุการณ์คล้ายกันและเข้าถึงระบบภายนอกหลายแห่ง
|
|
กลยุทธ์ราคา
|
เน้นราคาต่ำเพื่อดึงดูดนักพัฒนาและบริษัทขนาดเล็ก
|
ใช้แผนสมาชิกและคิดค่าบริการผ่านระบบนิเวศ ChatGPT
|
ใช้แผนสมาชิก Claude และเน้นคุณภาพของผลิตภัณฑ์
|
|
ฐานผู้ใช้และช่องทางจัดจำหน่าย
|
ได้เปรียบจากฐานผู้ใช้ Meta และทรัพยากรด้านโครงสร้างพื้นฐาน
|
ได้เปรียบมากที่สุดจากฐานผู้ใช้ ChatGPT
|
เด่นในกลุ่มนักพัฒนาและลูกค้าองค์กร
|
|
ความพร้อมสำหรับองค์กร
|
ยังต้องพิสูจน์ความปลอดภัย การดูแลข้อมูล และการปฏิบัติตามกฎ
|
ได้เปรียบจากพันธมิตรด้านคลาวด์และฐานลูกค้าเดิม
|
มีชื่อเสียงด้านความปลอดภัยและการใช้งานในองค์กร
|
|
จุดแข็งหลัก
|
ราคา การทำงานหลายตัวพร้อมกัน และทรัพยากรของบริษัท
|
ระบบนิเวศครบถ้วนและฐานผู้ใช้กว้าง
|
คุณภาพงานเขียนโปรแกรมและความน่าเชื่อถือในองค์กร
|
|
ข้อจำกัดหลัก
|
เข้าตลาดช้ากว่าและยังต้องสร้างความเชื่อมั่น
|
ต้นทุนสูงและเผชิญการแข่งขันด้านราคา
|
ฐานผู้ใช้ทั่วไปเล็กกว่า OpenAI และ Meta
|
- ในภาพรวม Meta สามารถลดช่องว่างกับ OpenAI และ Anthropic ได้ โดยเฉพาะด้านการเขียนโปรแกรมระยะยาว การใช้ผู้ช่วยหลายตัวทำงานพร้อมกัน และความสามารถด้านการค้นหาช่องโหว่ อย่างไรก็ตาม Meta ยังไม่ได้เป็นผู้นำตลาด เนื่องจากเอกสารระบุว่าแบบจำลองก่อนหน้านี้ยังตามหลัง ChatGPT และ Claude ด้านงานเขียนโปรแกรม ขณะที่ Codex และ Claude Code มีฐานผู้ใช้งานและการยอมรับก่อนหน้าแล้ว
- จุดได้เปรียบสำคัญของ Meta คือกลยุทธ์ราคาและทรัพยากรด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่จุดที่ต้องพิสูจน์คือความน่าเชื่อถือด้านการรักษาข้อมูลและการควบคุมสิทธิ์ โดยเฉพาะในตลาดลูกค้าองค์กร ซึ่งผู้ซื้อให้ความสำคัญกับความปลอดภัย การจัดเก็บข้อมูล และการตรวจสอบย้อนหลังมากกว่าราคาเพียงอย่างเดียว
6) ความสามารถของ AI ที่เพิ่มขึ้น หนุนความต้องการความปลอดภัยไซเบอร์
- เหตุการณ์ของ Meta, OpenAI และ Anthropic สะท้อนว่า AI รุ่นใหม่สามารถทำงานด้านไซเบอร์ได้ซับซ้อนขึ้น ทั้งการค้นหาช่องโหว่ เขียนรหัส และทดลองคำสั่งกับระบบจริง ส่งผลให้องค์กรต้องเพิ่มการควบคุมสิทธิ์ แยกสภาพแวดล้อมการทำงาน และติดตามทุกขั้นตอนของ AI อย่างละเอียด
- ลูกค้าองค์กรจึงมีแนวโน้มตรวจสอบผู้ให้บริการ AI เข้มงวดขึ้นในด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล การปฏิบัติตามกฎระเบียบ การจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศ และความสามารถในการควบคุมการทำงานของแบบจำลอง โดยผู้ให้บริการคลาวด์และความปลอดภัยรายใหญ่ที่มีระบบควบคุมและความสัมพันธ์กับลูกค้าองค์กรอยู่แล้วอาจได้เปรียบ
- แนวโน้มดังกล่าวเป็นบวกต่อบริษัทความปลอดภัยไซเบอร์ เพราะจำนวนระบบที่ต้องป้องกันเพิ่มขึ้นพร้อมกับระดับความสามารถของผู้โจมตี ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือ AI ทำให้งบประมาณด้านการป้องกันเครือข่าย ข้อมูล แอปพลิเคชัน และตัวแทน AI มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
7) จีนตรวจสอบ Palo Alto Networks เพิ่มความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
- หน่วยงานกำกับดูแลอินเทอร์เน็ตของจีนเริ่มตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของ Palo Alto Networks ที่จำหน่ายในประเทศ โดยให้เหตุผลว่าต้องการรักษาความปลอดภัยและเสถียรภาพของโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศสำคัญ ป้องกันความเสี่ยงด้านไซเบอร์ และปกป้องความมั่นคงของประเทศ
- ก่อนหน้านี้ จีนเคยสั่งให้บริษัทภายในประเทศหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยไซเบอร์จากบริษัทสหรัฐฯ และอิสราเอลบางราย รวมถึง Palo Alto Networks ทำให้การตรวจสอบครั้งนี้อาจนำไปสู่ข้อจำกัดด้านการขาย การจัดซื้อ หรือการใช้งานในหน่วยงานและอุตสาหกรรมสำคัญของจีน
- กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยไซเบอร์ไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ทั่วไป แต่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงข้อมูล เครือข่าย และระบบสำคัญของประเทศโดยตรง จึงมีความเสี่ยงจากการแบ่งแยกเทคโนโลยีและการสนับสนุนผู้ให้บริการภายในประเทศมากขึ้น
8) ภาพรวม: AI เป็นทั้งแรงขับเคลื่อนและแหล่งความเสี่ยง
- ทั้งสามเหตุการณ์สะท้อนแนวโน้มเดียวกัน คือ ยิ่ง AI มีความสามารถและถูกนำไปใช้งานมากขึ้น ความต้องการด้านความปลอดภัย การควบคุม และการตรวจสอบก็ยิ่งเพิ่มขึ้น โดย Cloudflare เป็นตัวอย่างของบริษัทที่เริ่มเปลี่ยนแนวโน้มดังกล่าวให้เป็นรายได้และการปรับเพิ่มประมาณการได้อย่างชัดเจน
- ด้าน Meta แสดงให้เห็นว่าผู้พัฒนา AI กำลังเร่งสร้างเครื่องมือที่สามารถทำงานซับซ้อนแทนมนุษย์ได้มากขึ้น และความสามารถด้านการเจาะช่องโหว่เริ่มใกล้เคียง OpenAI และ Anthropic แต่ความสามารถที่สูงขึ้นต้องมาพร้อมการควบคุมสิทธิ์และความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้นเช่นกัน
- ขณะที่กรณี Palo Alto Networks ชี้ว่า แม้ความต้องการความปลอดภัยไซเบอร์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น แต่บริษัทต่างชาติอาจเผชิญข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและความมั่นคงของประเทศ ทำให้การเติบโตของอุตสาหกรรมไม่เท่ากันในแต่ละตลาด
มุมมอง InnovestX
- ภาพรวมยังเป็นบวกต่ออุตสาหกรรมความปลอดภัยไซเบอร์ในเชิงโครงสร้าง เนื่องจากการขยายตัวของ AI เพิ่มทั้งจำนวนจุดเชื่อมต่อ ปริมาณข้อมูล และความซับซ้อนของภัยคุกคาม ขณะที่ตัวแทน AI สามารถเข้าถึงฐานข้อมูล เรียกใช้เครื่องมือ และดำเนินงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น ทำให้องค์กรจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุนด้านการยืนยันตัวตน การควบคุมสิทธิ์ การป้องกันเครือข่าย แอปพลิเคชัน และการตรวจสอบการทำงานของ AI อย่างต่อเนื่อง
- เหตุการณ์ระหว่างการทดสอบของ Meta, OpenAI และ Anthropic ยิ่งตอกย้ำแนวโน้มดังกล่าว เพราะเมื่อแบบจำลองได้รับสิทธิ์เข้าถึงระบบจริง ก็สามารถค้นหาและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ได้ แม้กรณีเหล่านี้เกิดจากการตั้งค่าสภาพแวดล้อมที่ผิดพลาดก็ตาม จึงสะท้อนว่า AI เป็นทั้งเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยและเป็นแหล่งความเสี่ยงใหม่ในเวลาเดียวกัน
- ในเชิงอุตสาหกรรม เราจึงมองว่าผู้ให้บริการที่มีแพลตฟอร์มครบวงจร ฐานลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ และสามารถเชื่อมโยงการป้องกันตั้งแต่ตัวตน อุปกรณ์ เครือข่าย คลาวด์ ไปจนถึงตัวแทน AI จะได้เปรียบมากกว่าผู้ให้บริการเฉพาะด้านรายเล็ก อย่างไรก็ตาม การเติบโตจะไม่เท่ากันทุกบริษัท เพราะยังต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคา การรวมผลิตภัณฑ์ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยกรณีจีนตรวจสอบ Palo Alto Networks เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าความปลอดภัยไซเบอร์ถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงแห่งชาติ และอาจทำให้บริษัทต่างชาติถูกจำกัดการเข้าถึงบางตลาด
- สำหรับหุ้นที่ได้ประโยชน์ Palo Alto Networks (PANW), CrowdStrike (CRWD) และ CyberArk (CYBR) เป็นกลุ่มที่น่าสนใจที่สุด เนื่องจากมีฐานลูกค้าองค์กรแข็งแกร่ง ผลิตภัณฑ์อยู่ในส่วนสำคัญของระบบ และมีโอกาสขายบริการเพิ่มเติมได้ต่อเนื่อง ขณะที่ Cloudflare (NET) มีแรงส่งด้านการเติบโตโดดเด่นและเริ่มเห็นผลของ AI ผ่านรายได้และการปรับเพิ่มประมาณการ แต่ต้องระวังมูลค่าหุ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง
- ส่วน Microsoft (MSFT) เหมาะเป็นทางเลือกที่มีความมั่นคงมากกว่า เพราะได้รับประโยชน์จากทั้ง AI คลาวด์ และความปลอดภัยผ่านฐานลูกค้าองค์กรเดิม ขณะที่ Meta ไม่ใช่ผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากงบด้านความปลอดภัยไซเบอร์ แต่ Muse Code ช่วยลดช่องว่างด้านความสามารถกับ OpenAI และ Anthropic และอาจเพิ่มศักยภาพของธุรกิจ AI ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในตลาดองค์กรจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมสิทธิ์ ปกป้องข้อมูล และรักษาความน่าเชื่อถือของระบบให้ได้ควบคู่กับการพัฒนาความสามารถของแบบจำลอง
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน