Offshore Stock Update

สรุปงาน Google I/O 2026 Conference

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|20 May 26 8:07 AM
io26-og-image-1024x538
สรุปสาระสำคัญ

งาน Google I/O 2026 กำลังบ่งชี้ว่าโลกเทคโนโลยีเข้าสู่ยุคแห่ง Agentic AI อย่างเต็มตัว ด้วยการปรับและออกสินค้าและบริการใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น Search box ปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดใน 25 ปีเป็น Intelligent Search Box รองรับ Generative UI  โมเดล Gemini 3.5 Flash ที่เน้นความเร็วและประหยัด เปิดตัวผู้ช่วยอัจฉริยะ Gemini Spark ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์แบบ 24/7 พร้อมเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะร่วมกับ Samsung และ Antigravity 2.0 เป็นส่วนที่จะแย่งตลาด นักพัฒนา Code จาก Anthropic และ OpenAI

ประเด็นสำคัญในภาพรวมของงาน

  • Agentic AI คือแกนหลักของงาน โดย Google ประกาศการเปลี่ยนแปลงจาก chatbot ไปเป็น agent อย่างเป็นทางการ ซึ่ง CEO พูดว่าเราอยู่ในยุคของ Agentic Gemini แล้ว โดย Gemini Spark, Universal Cart, Search Agents, Antigravity 2.0 ทั้งหมดอยู่ในภาพ Agentic AI
  • Google เล่นสงครามราคาและลดข้อจำกัดด้านปริมาณการใช้งาน Google ปรับลดราคา AI Ultra จาก $250 เป็น $200, เปิดตัวตัวใหม่ที่มีราคา $100/เดือน, และวางตำแหน่ง Gemini 5 Flash ว่าเป็นส่วนที่มีประสิทธิภาพดีแต่ราคาถูกว่าครึ่งหนึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าเป็นต่อสู่กับ Anthropic Claude Mythos และ OpenAI โดยตรง
  • การเติบโตของการใช้งาน AI เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปริมาณการประมวลผล Token ของ Google เพิ่มขึ้นสูงถึง 3.2 Quadrillion (พันทริลเลียน) Tokens ต่อเดือน (เพิ่มขึ้น 7 เท่าจากปีก่อน) และปัจจุบันมีผู้ใช้งานที่ระดับ 1 พันล้านราย (Monthly Active User)
  • กลับมาเน้นที่ตลาด Hardware Google กลับมาแข่งกับ Meta Ray-Ban โดยตรง รวมถึง Amazon และ Apple ด้วยแว่นตาอัจฉริยะที่ติดตั้งลำโพงและไมโครโฟนมาให้ในตัวจาก Warby Parker และ Gentle Monster (ซึ่งมี Samsung เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี)
  • เน้นให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการแยกแยะ Deepfake ผ่านระบบลายน้ำดิจิทัล SynthID และ Content Credentials

 

ผลิตภัณฑ์ใหม่ / ผลิตภัณฑ์ที่พูดถึงในงาน

AI Models

  • Gemini 3.5 Flash & Pro: โมเดลหลักรุ่นใหม่ โดยรุ่น Flash ออกแบบมาเพื่อเน้นความเร็ว (เร็วกว่าคู่แข่ง 4 เท่า) และประหยัดค่าใช้จ่าย เรามองว่ารุ่น Flash จะเป็นส่วนหลักสำหรับนักพัฒนาในการสร้าง Autonomous Agent จำนวนมากในราคาประหยัดและเอามาแข่งกับ Anthropic และ OpenAI ส่วนรุ่น Pro จะเน้นการคิดวิเคราะห์ขั้นสูงและจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ Google ใน 2H26
  • Gemini Omni (Flash / Pro): โมเดล Multimodal รูปแบบใหม่ที่เข้าใจแนวคิดทางกายภาพในโลกจริง เช่น แรงโน้มถ่วง พลังงานจลน์ สามารถสร้างวิดีโอคุณภาพสูงจาก Input ได้ทุกแบบ ทั้งรูป เสียง อักษรและวิดีโอ และแก้ไขวิดีโอผ่านการพิมพ์/พูดคุยโต้ตอบ โดยจะเปิดให้ใช้ฟรีบน YouTube Shorts และ YouTube Create App ซึ่งจะเอามาช่วยเปลี่ยนภาพของตลาด Creative และเป็นก้าวสำคัญสู่ Artificial General Intelligence (AGI)

 

Agentic Products

  • Gemini Spark ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยประจำตัว ทำงานบนระบบ Cloud ตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะปิดคอมพิวเตอร์หรือล็อกโทรศัพท์ สามารถจัดการอีเมล, วางแผนงาน, นัดหมาย, ดึงข้อมูลข้ามแอปพลิเคชัน Google จะยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานและสร้างผู้ช่วย Digital ที่ทำงานร่วมกับมนุษย์ได้ดีขึ้น
  • Antigravity 2.0 เป็น Platform สำหรับผู้พัฒนาที่เดิมมาจากการเข้าซื้อกิจการของ Windsurf ($2.4B) และยกระดับเป็น version 2.0 พร้อม desktop app ที่ให้ agent ควบคุมระบบได้ สาธิตการสร้าง OS ทั้ง OS จาก scratch ด้วย 6 พันล้าน token โดย Google มองว่าเป็น Platform ที่ใช้พัฒนา สร้างและควบคุม Agentic AI ที่สมบูรณ์ที่สุดซึ่งเป็นการเข้าสู่ตลาดแข่งกับ Claude Code / Cowork

 

Search & Shopping

  • Intelligent Search Box มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่สุดใน 25 ปี รองรับคำสั่งที่ยาว, ใส่ไฟล์ได้ file/image/video/Chrome tab เป็น input ได้ และมี AI เข้ามาช่วยแนะนำแทน autocomplete หรือฟังก์ชันที่ช่วยคาดเดาและแสดงคำหรือข้อความที่คุณกำลังจะพิมพ์ขึ้นมาล่วงหน้า รุ่นเก่า
  • Generative UI โดย Search สร้างการจัดวางตำแหน่งองค์ประกอบต่าง ๆ บนหน้าจอแบบตามผู้ใช้งานและให้เหมาะกับเนื้อหาในแต่ละประเภทแบบ real-time
  • Search Agents จะเป็น Agent ที่ประมวลผลตลอด 24/7 ใน search เช่นติดตามข่าว, จองร้านอาหารและที่พัก, ติดต่อธุรกิจแทนผู้ใช้งานได้ นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ของธุรกิจ search แต่จะกระทบกับระบบนิเวศน์ทางการตลาด
  • Universal Cart โดย Shopping cart ที่ทำงานข้ามผู้ขายทั้งหมด เพิ่มสินค้าได้จาก Search, YouTube, Gmail, Gemini ซึ่ง agent ทำการเปรียบเทียบราคาและดูความเคลื่อนไหวราคาสินค้าสั่งซื้อแทนได้

 

Gemini App & Workspace

  • Gemini App ปรับเปลี่ยน UI ใหม่ทั้งหมด สีสัน, ภาพเคลื่อนไหว, เทคโนโลยีการตอบสนองเชิงสัมผัส รองรับหลายภาษาและสำเนียงที่แตกต่างได้
  • Daily Brief (paid subscriber) AI-generated สรุปภาพรวมโดยดึงข้อมูลจาก Gmail, Calendar, News มาสรุปให้เป็นบทสรุปเฉพาะตัวทุกเช้า
  • Google Pics เป็น Application ในการสร้างรูปและตกแต่งรูป ใน Google Workspace
  • Docs Live สร้างเอกสารด้วยเสียง โดยพูดแล้ว Gemini สรุปเป็น draft ให้ ดึงข้อมูลจาก Drive และค้นหาบนเว็บได้ด้วย
  • Ask YouTube ถามคำถามบทสนทนาบน YouTube ได้ โดย agent หาวิดีโอที่ตอบคำถาม และกระโดดไปยังจุดที่ตอบได้เลย
  • Gmail Live ถาม inbox ด้วยเสียงได้ เช่น "เลขห้องที่ Airbnb คืออะไร?"
  • Google Flow สร้าง video จากภาพเดียวได้ 16 แบบจากมุมมองที่ต่างกัน, สร้างเพลงจาก melody sketch ได้

 

Hardware

  • Intelligent Eyewear (แว่นตาอัจฉริยะ): พัฒนาร่วมกับ Samsung และ Qualcomm (สถาปัตยกรรม Android XR) โดยมีดีไซน์ทันสมัยจาก Warby Parker และ Gentle Monster แบ่งเป็นรุ่น Audio-only (สั่งการด้วยเสียง/มีกล้อง/ Gemini พูดคุยผ่านหูโดยตรง) และรุ่น Display glasses (แสดงผลข้อความ/แผนที่บนเลนส์) โดยตัวนี้จะมาแข่งขันกับสมาร์ทโฟนและแว่น Ray-Ban ของ Meta, Apple และ Amazon

Timeline ของสินค้า

 

📅 19 พฤษภาคม 2026
 ├── Gemini 3.5 Flash (default ทุก platform)
 ├── Gemini Omni Flash (Plus/Pro/Ultra + YouTube Shorts)
 ├── Antigravity 2.0 (developer ทั่วโลก)
 ├── Intelligent Search Box (rollout เริ่ม)
 ├── Gemini App redesign (Android & iOS)
 └── Search Agents (tracking/monitoring)
 
📅 สัปดาห์หน้า (พ.ค. ปลาย)
 └── Gemini Spark beta → AI Ultra $100/month
 
📅 มิถุนายน 2026 (เดือนหน้า)
 └── Gemini 3.5 Pro (public launch)
 
📅 ฤดูร้อน 2026 (June–August)
 ├── Ask YouTube (US)
 ├── Generative UI in Search
 ├── Universal Cart (Search + Gemini app)
 ├── Docs Live (Pro/Ultra — iOS/Android)
 ├── Google Pics (Pro/Ultra)
 ├── Gemini Spark → Chrome
 └── Daily Brief (paid subscribers)
 
📅 ฤดูใบไม้ร่วง 2026 (Fall)
 ├── Smart Glasses Audio (Warby Parker + Gentle Monster)
 └── Universal Cart → YouTube + Gmail integration
 
📅 ปลายปี 2026
 └── Project Aura (Xreal standalone AR) expanded testing
 
📅  2027
 ├── Display Smart Glasses (AR lens)
 ├── Google/Blackstone AI Cloud Company (500MW capacity)
 └── Apple Smart Glasses

 

มุมมองผู้บริหาร

  • Sundar Pichai (CEO) มองว่านี่คือช่วงเวลาที่มีความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ในปัจจุบันสามารถทำสิ่งที่เป็นประโยขน์ในชีวิตประจำวันได้จริง และ Google มั่นใจในยุทธศาสตร์แบบ "Full-Stack" ตั้งแต่ซิลิคอน (TPU รุ่นที่ 8) ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานระดับคลาวด์และผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงผู้ใช้หลักพันล้านคน
  • Demis Hassabis (Head of Google DeepMind) แสดงความเชื่อมั่นว่า AGI (Artificial General Intelligence) อีกไม่กี่ปีก็จะมาแล้วและมองว่าโลกกำลังยืนอยู่บนจนเริ่มต้นเนินเขาแห่งจุดจบทางเทคโนโลยี โดยระบุว่าเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนา AI ไม่ใช่แค่แชตบอต แต่คือการจำลองโลกความจริงเพื่อเร่งความเร็วการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ โดย AI tools สำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ รวมการค้นหายา, จำลองระบบชีววิทยา (virtual cells) เป็นส่วนหนึ่งของแผน AGI

 

มุมมองของ INVX

  • ระบบนิเวศน์แข็งแกร่ง Universal Cart, Gemini Spark, Daily Brief, Docs Live, Ask YouTube — ทุก product ต่างออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานอยู่ใน Google ecosystem ตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องไปหาข้อมูลที่อื่น
  • การใช้ AI โมเดลระดับโลกเพื่อจำลองระบบฟิสิกส์, พยากรณ์ภัยพิบัติ (Weather Next), และการปฏิวัติวงการแพทย์เพื่อรักษาโรค (Isomorphic Lab) เป็นการเปิดตลาดใหม่ที่ใหญ่ขึ้นในการใช้งาน
  • การมาของ AGI นั้น Google จะได้เปรียบเพราะมีทั้ง research lab (DeepMind), ระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Search + YouTube + Android), โครงสร้างพื้นฐาน Cloud (GCP), และ hardware (TPU Gen 8) ทำให้เป็นบริษัทที่พัฒนาและให้บริการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบครบวงจร (full stack AI) ที่ไม่มีใครทำได้เหมือนซึ่งจะส่งผลบวกระยะยาวด้านความสามารถในการแข่งขัน
  • Google กับ Blackstone จะสร้างบริษัท AI cloud ใหม่ที่เป้าหมาย 500MW ภายในปี 2027 เพื่อแข่งกับภาพนี้บ่งชี้ว่า Google กำลังสร้างกระแสรายได้ใหม่จากโครงสร้างพื้นฐานซึ่งจะเป็นส่วนเพิ่มจาก Google Cloud ในส่วนนี้จะกระทบกับกลุ่ม Neocloud อย่าง CoreWeave, Nebius, Iren
  • การเล่นสงครามราคาของ Google จะเป็นผลลบกับ Anthropic และ OpenAI ในระยะกลาง ทั้งนี้มองว่า Google กำลังวางสถานะของตัวเองเป็น solution สำหรับการจัดการการใช้ token ที่เป็นปัญหากับผู้ใช้งานและบริษัทเอกชนที่กำลังเผชิญอยู่
  • AI agents และ Universal Cart รูปแบบใหม่คือ Google เก็บค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมโดยตรงผ่านการช๊อปปิ้ง จองที่พัก และส่งอาหาร แทนที่จะเป็นรายได้จากค่าโฆษณา แน่นอนว่าส่วนนี้อาจจะมีแรงกดดันซึ่งโครงสร้างอัตราการทำกำไรต่ำกว่าเมื่อเทียบกับค่าโฆษณา ระยะสั้นอาจมีแรงกดดันแต่ระยะยาวตลาดขยายใหญ่ขึ้นมาก เรามองว่าส่วนนี้จะไปแข่งกับ DoorDash, Uber Eats, Booking.com, Expedia, Priceline, Yelp
  • แว่นตาอัจฉริยะคือการแข่งขันด้าน Platform ไม่ใช่การแข่งขันด้าน Hardware เรามองว่า Google กับ Samsung กำลังสร้าง Android XR platform กับ Qualcomm เช่นเดียวกับที่ Android สร้าง ecosystem บนมือถือ โดย Google มีข้อได้เปรียบที่ Meta ไม่มี คือ Google Maps และ Search เรามองว่าส่วนนี้จะไปกระทบกับ Apple, Amazon, Meta ซึ่งอาจจะกระทบกับ Meta มากกว่าเพราะมีความคาดหวังสูงจากสินค้านี้
  • ด้วยภาพของการสร้าง Ecosystem ที่เป็น Full stack AI ทำให้มีความได้เปรียบจากการแข่งขันในระยะสั้นและระยะยาว เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อ Google และ GOOG23

 

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5