สรุปสาระสำคัญ
Intel รายงานงบและแนวโน้มดีกว่าคาด จากอุปสงค์ Server CPU ที่แข็งแกร่งและ Yield การผลิตที่ดีขึ้น ช่วยหนุนอัตรากำไรกลับมาเหนือ 40% ขณะที่การเพิ่ม CapEx เป็นบวกต่อ ASML, KLA, Applied Materials, Lam Research และ Ibiden อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามผลขาดทุนของ Foundry กระแสเงินสด และการได้ลูกค้าภายนอกใหม่.
1) ผลประกอบการ: ดีกว่าคาดเกือบทุกตัวชี้วัด
Intel รายงานผลประกอบการ 2Q26 แข็งแกร่งกว่าคาดอย่างชัดเจน โดยรายได้อยู่ที่ $16.1 พันล้าน เพิ่มขึ้น 25% YoY และสูงกว่าตลาดคาดที่ $14.4 พันล้าน ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงอยู่ที่ $0.42 สูงกว่าคาดเกือบเท่าตัวที่ $0.21–0.22 และพลิกจากขาดทุน $0.10 ต่อหุ้นในปีก่อน
อัตรากำไรขั้นต้นแบบปรับปรุงเพิ่มขึ้นเป็น 41.8% จาก 29.7% ในปีก่อน และสูงกว่าคาดที่ 39.2% ส่วนอัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 17.2% จากติดลบ 3.9% โดยได้แรงหนุนจากรายได้ที่สูงขึ้น ราคาขายเฉลี่ยและส่วนผสมผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น รวมถึง Yield และระยะเวลาการผลิตในโรงงานที่ปรับตัวดีขึ้น
|
ตัวชี้วัด
|
2Q26
|
เทียบปีก่อน
|
ตลาดคาด
|
ผลเทียบคาด
|
|
รายได้
|
$16.1 พันล้าน
|
+25%
|
$14.4 พันล้าน
|
ดีกว่าคาด
|
|
กำไรต่อหุ้นปรับปรุง
|
$0.42
|
จากขาดทุน $0.10
|
$0.21–0.22
|
ดีกว่าคาดมาก
|
|
อัตรากำไรขั้นต้นปรับปรุง
|
41.8%
|
จาก 29.7%
|
39.2%
|
ดีกว่าคาด
|
|
อัตรากำไรดำเนินงานปรับปรุง
|
17.2%
|
จาก -3.9%
|
11.1–11.2%
|
ดีกว่าคาด
|
|
กระแสเงินสดอิสระปรับปรุง
|
-$8.4 พันล้าน
|
จาก -$1.1 พันล้าน
|
—
|
ยังอ่อนแอ
|
อย่างไรก็ดี Intel ยังรายงานขาดทุนตามมาตรฐานบัญชี $11.0 พันล้าน หรือ $2.16 ต่อหุ้น ส่วนใหญ่เกิดจากรายการขาดทุนที่ไม่ใช่เงินสดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของหุ้น Intel ที่กันไว้ภายใต้ข้อตกลงกับรัฐบาลสหรัฐฯ จึงไม่ได้สะท้อนผลการดำเนินงานหลักโดยตรง
2) แรงหนุนและผลการดำเนินงานรายธุรกิจ
ธุรกิจศูนย์ข้อมูลและ AI
- ธุรกิจ Data Center and AI เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดยรายได้เพิ่มขึ้น 59% YoY เป็น $6.3 พันล้าน สูงกว่าคาด $5.5–5.6 พันล้าน และมีกำไรจากการดำเนินงาน $2.5 พันล้าน คิดเป็นอัตรากำไรประมาณ 40%
- แรงหนุนมาจากความต้องการ Server CPU ที่เพิ่มขึ้นทั้งจากผู้ให้บริการคลาวด์และลูกค้าองค์กร โดยเฉพาะ Xeon 6 และ Granite Rapids ซึ่งมีอุปสงค์สูงกว่ากำลังการผลิต นอกจากนี้ รายได้จากชิปที่ออกแบบเฉพาะงานเพิ่มขึ้นประมาณ 20% QoQ และเกือบสามเท่าจากปีก่อน
- บริษัทมองว่าการขยายตัวของ AI จากการฝึกโมเดลไปสู่การใช้งานจริง รวมถึงระบบ AI Agent และระบบหลาย Agent จะเพิ่มความต้องการ CPU ทั่วไป เนื่องจากระบบเหล่านี้ต้องใช้ CPU ควบคู่กับ GPU ในการจัดการข้อมูล การประมวลผลทั่วไป และการบริหารระบบ
ธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและ Physical AI
- รายได้ธุรกิจ Client Computing and Physical AI อยู่ที่ $8.9 พันล้าน เพิ่มขึ้น 13% YoY และสูงกว่าคาด $8.0 พันล้าน โดยรายได้ AI PC เพิ่มขึ้น 26% QoQ และคิดเป็นประมาณสองในสามของรายได้ธุรกิจลูกค้าแล้ว
- ผลประกอบการที่ดีกว่าคาดมาจากราคาขายเฉลี่ยที่แข็งแกร่ง การเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ระดับบน และการส่งผ่านต้นทุนบางส่วนไปยังลูกค้า มากกว่าการเติบโตของจำนวนเครื่อง เนื่องจากตลาด PC โดยรวมยังถูกกดดันจากราคาหน่วยความจำที่สูงและข้อจำกัดด้านชิ้นส่วน
- บริษัทคาดว่ารายได้ธุรกิจ PC ใน 3Q26 จะทรงตัว ขณะที่ธุรกิจ Edge และ Physical AI จะช่วยชดเชยบางส่วน โดย Intel มีลูกค้ามากกว่า 130 รายที่กำลังนำชิปไปใช้หรือทดสอบในระบบหุ่นยนต์และ Edge AI
ธุรกิจรับจ้างผลิตชิป
- รายได้ Intel Foundry อยู่ที่ $5.8 พันล้าน เพิ่มขึ้น 31% YoY และสูงกว่าคาดเล็กน้อย โดยปริมาณการผลิตบนกระบวนการ Intel 18A สูงกว่าเป้าหมายประมาณ 25% และเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% QoQ
- ผลขาดทุนจากการดำเนินงานของ Foundry อยู่ที่ $2.1 พันล้าน แต่ดีขึ้นจากขาดทุน $3.2 พันล้านในปีก่อน จาก Yield ที่สูงขึ้น รอบเวลาการผลิตสั้นลง และการใช้กำลังการผลิตดีขึ้น อย่างไรก็ดี รายได้จากลูกค้าภายนอกยังอยู่เพียง $293 ล้าน สะท้อนว่าธุรกิจ Foundry ยังพึ่งพาคำสั่งซื้อภายในกลุ่ม Intel เป็นหลัก
3) แนวโน้ม: ดีกว่าคาด แต่ยังติดข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต
Intel คาดรายได้ 3Q26 ที่ $15.8–16.8 พันล้าน โดยค่ากลาง $16.3 พันล้าน สูงกว่าตลาดคาด $15.1 พันล้านอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมคาดกำไรต่อหุ้นปรับปรุง $0.38 สูงกว่าคาด $0.27 และอัตรากำไรขั้นต้น 42% สูงกว่าคาด 40.2%
|
แนวโน้ม 3Q26
|
Guidance
|
ตลาดคาด
|
มุมมอง
|
|
รายได้
|
$15.8–16.8 พันล้าน
|
$15.1 พันล้าน
|
ดีกว่าคาด
|
|
กำไรต่อหุ้นปรับปรุง
|
$0.38
|
$0.27
|
ดีกว่าคาด
|
|
อัตรากำไรขั้นต้นปรับปรุง
|
42%
|
40.2%
|
ดีกว่าคาด
|
ฝ่ายบริหารปรับเพิ่มมุมมองต่อความต้องการ Server CPU โดยคาดจำนวนหน่วยในอุตสาหกรรมจะเติบโตระดับสองหลักแข็งแกร่งในปี 2026 และ 2027 และมีแรงส่งต่อเนื่องถึงปี 2028 รายได้มีโอกาสเร่งขึ้นใน 4Q26 หากกำลังการผลิตและการจัดหาชิ้นส่วนดีขึ้น แต่บริษัทยอมรับว่ายังไม่สามารถผลิตสินค้าได้เพียงพอกับอุปสงค์ภายในสิ้นปีนี้
- ในทางกลับกัน Intel คาดตลาด PC ปี 2026 จะลดลงระดับสองหลักต่ำ เนื่องจากราคาหน่วยความจำสูงขึ้นและมีข้อจำกัดด้านอุปทาน จึงทำให้ภาพการเติบโตในระยะสั้นพึ่งพาธุรกิจศูนย์ข้อมูลมากขึ้น
4) ประเด็นสำคัญจาก Earnings Call
- ฝ่ายบริหารระบุว่าความต้องการสินค้าของ Intel ยังสูงกว่ากำลังการผลิต แม้โรงงานจะผลิตเวเฟอร์ได้มากกว่าเป้าหมาย โดยข้อจำกัดไม่ได้อยู่เฉพาะการผลิตชิปหน้าโรงงาน แต่รวมถึงหน่วยความจำ วัสดุฐานรองชิป กระจกชนิดพิเศษ และกระบวนการบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง
- Intel มองว่าการใช้ CPU ในระบบ AI กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และอัตราส่วนจำนวน CPU ต่อ GPU เข้าใกล้ระดับสมดุลมากขึ้น เนื่องจากการใช้งาน AI เปลี่ยนจากการฝึกโมเดลไปสู่การประมวลผลเพื่อใช้งานจริง ซึ่งต้องพึ่ง CPU มากกว่าเดิม
- ด้านอัตรากำไร ฝ่ายบริหารตั้งเป้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่เหนือ 40% อย่างต่อเนื่อง โดย Yield ของ Intel 18A ปรับตัวดีกว่าเป้าหมาย ขณะที่ต้นทุนการผลิต Panther Lake ลดลงประมาณ 50% ตั้งแต่ต้นปี และคาดว่าจะลดลงอีก 20% ภายในปี 2026
- ฝ่ายบริหารยังระบุว่า การตัดสินใจเพิ่มงบลงทุนสะท้อนความเชื่อมั่นต่อสัญญาระยะยาวและสัญญาณความต้องการจากลูกค้า โดยบริษัทจะไม่เร่งลงทุนหากยังไม่มีความมั่นใจด้านผลตอบแทนและคำมั่นจากลูกค้า
5) แผนธุรกิจ โรงงาน และมุมมองด้าน AI
- Intel ปรับเพิ่มงบลงทุนปี 2026 เป็นมากกว่า $20 พันล้าน จากเดิมประมาณ $18 พันล้าน และคาดว่างบลงทุนปี 2027 จะสูงกว่าปี 2026 อย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทจะซื้อเครื่องมือผลิตชิปเพิ่มขึ้นประมาณ 40% จากปีก่อน พร้อมเร่งสร้างห้องสะอาดและจัดหาหน่วยความจำกับวัสดุฐานรองชิป
- การลงทุนจะเน้นกระบวนการ Intel 3, Intel 18A, Intel 18A-P และ Intel 14A รวมถึงการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง EMIB-T ซึ่งมีคำสั่งซื้อสะสมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
- สำหรับแผนเทคโนโลยี Intel 18A เริ่มเข้าสู่การผลิตจำนวนมากแล้ว ขณะที่ 18A-P เข้าสู่การทดลองผลิต และ Intel 14A มีกำหนดทดลองผลิตในครึ่งหลังของปี 2027 ก่อนเพิ่มการผลิตจำนวนมากในปี 2028 อย่างไรก็ดี การยืนยันความสำเร็จของธุรกิจ Foundry ยังต้องรอคำสั่งซื้อจากลูกค้าภายนอกที่มีนัยสำคัญ
- ในด้าน AI Intel วางตำแหน่งบริษัทให้ครอบคลุมตั้งแต่ CPU ชิปเฉพาะงาน การออกแบบชิป บรรจุภัณฑ์ขั้นสูง ไปจนถึงการผลิตเวเฟอร์ โดยธุรกิจชิปเฉพาะงานมีรายได้ใกล้ระดับ $2 พันล้านต่อปี และบริษัทคาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ $4 พันล้านในอนาคตอันใกล้
6) ความเสี่ยงสำคัญ
กระแสเงินสดและงบลงทุน: แม้ผลการดำเนินงานหลักดีขึ้น แต่กระแสเงินสดอิสระปรับปรุงยังติดลบ $8.4 พันล้าน และการเพิ่มงบลงทุนในปี 2026–2027 อาจทำให้การกลับมาสร้างกระแสเงินสดบวกใช้เวลานานขึ้น รวมถึงอาจต้องระดมทุนเพิ่มเติมหากการขยายตัวสูงกว่าคาด
ธุรกิจ Foundry ยังขาดทุน: รายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากธุรกิจภายใน และยังไม่มีลูกค้าภายนอกขนาดใหญ่เพียงพอที่จะยืนยันความสามารถในการแข่งขันกับ TSMC และ Samsung
ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี: ความสำเร็จระยะยาวยังขึ้นอยู่กับการเพิ่ม Yield ของ 18A และการส่งมอบ 14A ตามแผน หากเกิดความล่าช้า ต้นทุนต่อเวเฟอร์และอัตรากำไรอาจถูกกดดัน
ตลาด PC อ่อนแอ: บริษัทคาดยอดบริโภค PC ลดลงระดับสองหลักต่ำในปี 2026 จากราคาหน่วยความจำและข้อจำกัดด้านชิ้นส่วน ซึ่งอาจกดดันธุรกิจ Client ในครึ่งปีหลัง
ข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทาน: อุปสงค์สูงกว่ากำลังการผลิต แต่การเพิ่มเวเฟอร์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เนื่องจากยังขาดแคลนหน่วยความจำ วัสดุฐานรองชิป และกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์
การแข่งขัน: Intel ยังต้องแข่งขันกับ AMD และผู้พัฒนา CPU สถาปัตยกรรม Arm ในศูนย์ข้อมูล รวมถึง Nvidia และผู้ผลิตชิปเฉพาะงานในระบบ AI
ราคาหุ้นสะท้อนการฟื้นตัวบางส่วน: ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมากในปี 2026 ทำให้ตลาดเริ่มสะท้อนความคาดหวังต่อการฟื้นตัวของ Server CPU, 18A และ Foundry ไปแล้วบางส่วน
7) มุมมอง InnovestX
- เรามองผลประกอบการครั้งนี้เป็นบวกต่อ Intel เนื่องจากการเติบโตไม่ได้มาจากรายได้เพียงอย่างเดียว แต่สะท้อนการปรับตัวดีขึ้นทั้งด้าน Yield ราคาขาย ส่วนผสมผลิตภัณฑ์ การควบคุมค่าใช้จ่าย และการใช้กำลังการผลิต โดยเฉพาะธุรกิจ Server CPU ที่ได้รับประโยชน์จากการขยาย AI Inference และ Agentic AI ซึ่งช่วยเพิ่มบทบาทของ CPU ในโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล
- อย่างไรก็ดี เรายังมอง Intel เป็นหุ้นในช่วงฟื้นตัวมากกว่าธุรกิจที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติเต็มรูปแบบ เนื่องจาก Intel Foundry ยังขาดทุน กระแสเงินสดอิสระติดลบ และแผนลงทุนที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อฐานะการเงิน ขณะที่ความสำเร็จของ 14A และคำสั่งซื้อจากลูกค้าภายนอกยังต้องใช้เวลาพิสูจน์
- เชิงกลยุทธ์ เรามองว่าหุ้นมีแรงสนับสนุนระยะสั้นจากการปรับเพิ่มประมาณการรายได้และกำไร รวมถึงแนวโน้ม Server CPU ที่ดีกว่าคาด แต่หลังราคาหุ้นตอบรับเชิงบวกไปมากแล้ว การเพิ่มน้ำหนักควรรอจังหวะอ่อนตัว และติดตาม 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น การลดผลขาดทุนของ Foundry และการประกาศลูกค้าภายนอกสำหรับ 18A-P หรือ 14A ที่มีนัยสำคัญ
8) Read Across the Board: ผลกระทบต่อ Intel Supply Chain
ผลประกอบการและแผนเพิ่ม CapEx ของ Intel เป็นบวกต่อผู้ผลิตเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์และผู้ให้บริการในห่วงโซ่การผลิต โดยเฉพาะบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใน Intel 3, Intel 18A, Intel 18A-P, Intel 14A และ Advanced Packaging ทั้งนี้ Intel เตรียมซื้อเครื่องมือผลิตชิปในปี 2026 เพิ่มขึ้นประมาณ 40% YoY ก่อนที่ CapEx ปี 2027 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
|
บริษัท
|
ความเชื่อมโยงกับ Intel
|
สัดส่วนรายได้จาก Intel
|
Read Across
|
|
ASML
|
เครื่อง EUV และ High-NA EUV
|
9.36%
|
บวกเด่น จากการเร่งผลิต 18A และพัฒนา 14A โดย Intel เป็นผู้ใช้งาน High-NA EUV เชิงรุก
|
|
Applied Materials
|
เครื่องจักรสำหรับกระบวนการผลิตเวเฟอร์
|
2.54%
|
บวก จากการเพิ่มจำนวนเครื่องมือและกำลังการผลิตในโรงงานสหรัฐฯ
|
|
KLA
|
เครื่องตรวจสอบและควบคุมกระบวนการผลิต
|
4.85%
|
บวกเด่น เนื่องจากการเพิ่ม Yield ของ 18A และการพัฒนา 14A ต้องใช้เครื่องมือตรวจสอบขั้นสูงมากขึ้น
|
|
Lam Research
|
เครื่องกัดและเคลือบชั้นวัสดุบนเวเฟอร์
|
2.54%
|
บวก ตามจำนวนเครื่องมือผลิตชิปที่ Intel เตรียมสั่งซื้อเพิ่ม
|
|
Tokyo Electron
|
เครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์
|
3.30%
|
บวก จากการขยายกำลังผลิตหลายโหนด
|
|
ASM International
|
เครื่องเคลือบชั้นอะตอมและ Epitaxy
|
0.20%
|
บวก จากความซับซ้อนของโหนดขั้นสูง แม้สัดส่วนรายได้จาก Intel ยังไม่สูง
|
|
Teradyne / Advantest
|
เครื่องทดสอบชิป
|
1.92% / 1.69%
|
บวกปานกลาง จากปริมาณการผลิต CPU และชิปเฉพาะงานที่สูงขึ้น
|
|
Ibiden / Shin-Etsu Chemical
|
วัสดุฐานรองชิปและวัสดุสำหรับการผลิต
|
18.10% / 2.02%
|
บวกเด่น เนื่องจาก Substrate และวัสดุสำคัญยังเป็นข้อจำกัดหลักของห่วงโซ่อุปทาน
|
|
Amkor / ASE
|
บรรจุภัณฑ์และทดสอบชิป
|
1.04% / 0.76%
|
บวกปานกลาง จากการเติบโตของ Advanced Packaging แต่ Intel ยังมีความสามารถด้านบรรจุภัณฑ์ภายในสูง
|
|
SK Hynix / Micron / Samsung
|
หน่วยความจำสำหรับ Server และ PC
|
1.47% / 0.61% / 0.37%
|
บวกต่ออุปสงค์หน่วยความจำสำหรับ Server แต่ผสมต่อธุรกิจ PC จากราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้น
|
|
Nikon
|
เครื่อง Lithography รุ่นเก่าและบางกระบวนการเฉพาะ
|
3.08%
|
บวกจำกัด เนื่องจากการลงทุนโหนดขั้นสูงยังให้น้ำหนักกับ EUV ของ ASML มากกว่า
|
มุมมองรายกลุ่ม
- กลุ่มเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์: ASML, Applied Materials, KLA, Lam Research และ Tokyo Electron เป็นผู้รับประโยชน์โดยตรงที่สุดจากการเพิ่มงบลงทุนของ Intel โดยเราชอบ ASML และ KLA มากที่สุดในเชิงคุณภาพ จากบทบาทสำคัญต่อ High-NA EUV และการควบคุม Yield ตามลำดับ
- กลุ่มวัสดุฐานรองชิปและบรรจุภัณฑ์: Ibiden, Shin-Etsu Chemical, Amkor และ ASE ได้ประโยชน์จากข้อจำกัดด้าน Substrate และการเติบโตของ EMIB-T โดย Ibiden มีความไวต่อ Intel สูงที่สุดจากสัดส่วนรายได้ที่เกี่ยวข้องกับ Intel ราว 18.1% แต่มีความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวของลูกค้าสูงเช่นกัน
- กลุ่มหน่วยความจำ: SK Hynix, Micron และ Samsung ได้แรงหนุนจากการเร่งจัดหาหน่วยความจำสำหรับ AI Server อย่างไรก็ดี ราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้นเป็นดาบสองคม เนื่องจากช่วยเพิ่มราคาขายของผู้ผลิตหน่วยความจำ แต่กดดันต้นทุน PC และอาจลดความต้องการปลายทาง
- ผู้ได้ประโยชน์ทางอ้อม: Synopsys และ Cadence มีโอกาสได้ประโยชน์จากการขยายธุรกิจ ASIC, Foundry และการพัฒนา 14A ของ Intel ผ่านความต้องการซอฟต์แวร์ออกแบบและทรัพย์สินทางปัญญาชิปที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้รับประโยชน์โดยตรงจากการซื้อเครื่องจักรและการขยายกำลังผลิต
- เรามองภาพรวมเป็นบวกเด่นต่อ ASML, KLA, Applied Materials, Lam Research และ Ibiden โดยกลุ่มเครื่องจักรได้รับประโยชน์จากการเพิ่ม CapEx ของ Intel โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงด้าน Yield และผลขาดทุนของ Foundry โดยตรง ขณะที่ Ibiden มีความไวต่อการเพิ่มกำลังผลิตและข้อจำกัดด้าน Substrate สูง แต่มีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของลูกค้า
- สำหรับ Intel ปัจจัยยืนยันการฟื้นตัวระยะถัดไปคือการลดผลขาดทุนของ Foundry การได้ลูกค้าภายนอกที่มีนัยสำคัญ และการเปลี่ยน CapEx ที่เพิ่มขึ้นให้เป็นรายได้และกระแสเงินสดอย่างยั่งยืน
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน