สรุปสาระสำคัญ
Nvidia รายงานรายได้และกำไรใน 1QFY27 ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิป AI ในกลุ่ม Data Center ที่เติบโตในระดับสูง บริษัทยังได้ประกาศเพิ่มการจ่ายเงินปันผลและโครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 80,000 ล้านดอลลาร์ พร้อมทั้งปรับโครงสร้างการรายงานผลประกอบการใหม่เพื่อสะท้อนธุรกิจในอนาคต บริหารเน้นว่าการลงทุนใน AI ยังอยู่ช่วงต้นของการลงทุน ความต้องการใช้งาน AI มีมากกว่าแค่บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เริ่มเห็นสัญญาณเหล่านี้กับลูกค้าภาคเอกชนและภาครัฐบาลลูกค้ารวมถึงการเอาเทคโนโลยีที่ผสานความฉลาดของ AI เข้ากับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์มากขึ้น
ผลประกอบการดีกว่าที่คาดการณ์
- รายได้รวมและกำไรต่อหุ้น (EPS) สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ 3% และ 6-7% ตามลำดับ เป็นผลมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นสูงในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI การใช้งานด้านการประมวลผลเฉพาะด้านที่เพิ่มขึ้น และยอดขายกลุ่ม Data Center ที่เติบโตสูงมาก รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้ฝั่ง Networking ที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- มีการบันทึกรายการ กำไร/ขาดทุนจากตราสารทุน ซึ่งเป็นกำไรถึง 6 หมื่นล้านเหรียญ
| |
ผลงานจริง |
คาดการณ์ |
เทียบกับคาดการณ์ |
| รายได้ |
$81.6B |
$78.8–79.2B |
ดีกว่าที่คาด 3.4% |
| รายได้จาก Data Center |
$75.25B |
$73.48B |
ดีกว่าที่คาด 2.4% |
| รายได้จาก Edge Computing |
$6.4B |
$5.6B |
ดีกว่าที่คาด 14.3% |
| อัตราการทำกำไรขั้นต้น |
75.00% |
74.4–75.0% |
ใกล้เคียงคาดการณ์ |
| กำไรจากการดำเนินงาน |
$53.78B |
$52.07B |
ดีกว่าที่คาด 3.3% |
| กำไรต่อหุ้น (EPS) |
$1.87 |
$1.75–1.77 |
ดีกว่าที่คาด 5.6–6.9% |
| คาดการณ์ 2QFY27 |
$91.0B ±2% |
$86.1–87.4B |
ดีกว่าที่คาด 4.1–5.7% |
รายละเอียดของผลประกอบการ
- การเติบโตของรายได้เมื่อเทียบกับปีก่อนเร่งตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน รายได้รวมทำสถิติใหม่ที่ 16 หมื่นล้นเหรียญ เติบโต 85% YoY และ 20% QoQ โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Non-GAAP) ยังคงแข็งแกร่งรักษาระดับได้ที่ 75.0% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดในระดับตัวเลขสามหลักเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
- อัตราการทำกำไรขั้นต้นขยายตัวต่อเนื่องและยังคงรักษาระดับได้ที่ 75% เพิ่มขึ้น 370bps YoY ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น
- รายได้จากกลุ่ม Data Center เพิ่มขึ้น 93% YoY และ 21% QoQ และมียอดขายจากธุรกิจประมวลผล (Compute) เพิ่มขึ้น 77% YoY และ 18% QoQ จากยอดขายและยอดผลิตของ Blackwell ที่เพิ่มขึ้น
- รายได้จากกลุ่มลูกค้า Hyperscaler เพิ่มขึ้น 12% QoQ คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของรายได้ Data Center ทั้งหมด
- รายได้กลุ่ม Networking ทำสถิติสูงสุดใหม่และเติบโตสูงที่ 199% YoY บ่งชี้ว่า Nvidia ได้คำสั่งซื้อใน Data Center มากกว่าแค่ GPU โดย Spectrum-X และ InfiniBand (4x YoY) กำลังมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- รายได้จาก Edge Computing และ Physical AI เพิ่มขึ้น 29% YoY เป็นผลมาจากยอดขายจาก Uber robotaxi, DRIVE platform จาก BYD, Geely, Nissan และ Isuzu, รวมถึงการเพิ่มขึ้นของหุ้นยนต์ที่คล้ายมนุษย์ (Humanoid Robot)
- ราคาเช่า GPU H100/A100 ในระบบคลาวน์เพิ่มขึ้น 15–20% YTD แต่ยังมีความต้องการที่สูง
- ยังไม่มีรายได้จาก H200 ในจีนแม้สหรัฐอนุมัติให้ส่งออกได้แล้ว แต่จีนยังไม่เปิดให้บริษัทในประเทศซื้อจาก NVDA
| รายการทางบัญชี (Non-GAAP) |
1QFY27 |
เทียบไตรมาสก่อน (QoQ) |
เทียบปีก่อน (YoY) |
| รายได้รวม |
81,615 |
20% |
85% |
| ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน |
7,612 |
12% |
52% |
| อัตรากำไรขั้นต้น |
75% |
-0.1 pts |
+14.2 pts |
| กำไรจากการดำเนินงาน |
53,783 |
21% |
147% |
| กำไรสุทธิ |
45,548 |
17% |
139% |
| กำไรต่อหุ้น (Diluted EPS) |
$1.87 |
18% |
140% |
| Segment |
Q1 FY27 |
QoQ |
YoY |
| Data Center (รวม) |
$75.25B |
21% |
92% |
| - Hyperscale |
~$38B |
12% |
na |
| - ACIE (AI Cloud, Industrial, Enterprise) |
~$37B |
31% |
na |
| - Compute |
$60.4B |
18% |
77% |
| - Networking |
$14.8B |
35% |
199% |
| Edge Computing |
$6.4B |
10% |
29% |
แนวโน้มของบริษัทยังดีต่อเนื่อง
- รายได้ใน 2QFY27 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 9.1 หมื่นล้านเหรียญ (บวกลบ 2%) ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 8.8 หมื่นล้านเหรียญ
- อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ 75.0% บวกลบ 50bps ส่งสัญญาณว่าจะไม่ขยายตัวเพิ่ม แม้ว่าค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานทั้งปีจะเพิ่มขึ้น 40% เพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่ให้คาดการณ์ไว้ใน 4QFY25
- อัตราภาษีอยู่ที่ 16–18% (ลดจาก 17–19% เดิม เนื่องจากรายได้จากต่างประเทศที่ดีขึ้น)
- บริษัทตั้งเป้ายอดขาย Blackwell และ Rubin กว่า 1 ล้านล้านเหรียญ ยืนยันเป้าหมาย 2025–2027 (ไม่รวม Vera CPU อย่างเดียว, Groq LPX, Rubin Ultra ซึ่งมองว่าส่วนนี้มี upside เพิ่ม)
- Vera Rubin เริ่มกระบวนการผลิตและจะส่งมอบใน 3QFY27 และจะเข้าสู่รายได้ในช่วง 4QFY27 และ 1QFY28
- ไม่มีการรวมรายได้จากการขาย H200 ไปยังจีน
| |
2QFY27 คาดการณ์ของบริษัท |
เทียบกับคาดการณ์ของตลาด |
| รายได้ |
$91.0B ±2% |
+4.1% vs $87.4B est. |
| อัตราการทำกำไรขั้นต้น |
75.0% ±50bps |
In-line |
| ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน |
~$8.3B |
+4.7% vs $7.93B est. |
| กำไรต่อหุ้น |
~$2.06 |
+7.3% vs $1.92 est. |
งบดุลแข็งแกร่งและกระแสเงินสดดีกว่าที่คาดการณ์
- กระแสเงินสดอิสระ (FCF) ทำสถิติใหม่ที่ 9 หมื่นล้านเหรียญในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 3.5 หมื่นล้านเหรียญ
- สินค้าคงคลังปรับตัวเพิ่มขึ้น 128% YoY และ 21% QoQ บริษัทยืนยันว่าเป็นการเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับความต้องการระบบ Blackwell และรองรับยอดขายในอนาคต
- งบลงทุนต่ำมากเพียง 8 พันล้านเหรียญ เนื่องจาก Nvidia เป็น fabless ไม่ต้องสร้างโรงงานเอง แต่การลงทุนในบริษัทในระบบนิเวศน์หรือห่วงโซ่อุปทานแทบจะทดแทนงบลงทุนแบบเดิม โดยในปีนี้ลงทุนไป 2-3 หมื่นล้านเหรียญ
- หลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ทางการเงินที่ไม่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หลักเพิ่มขึ้นจาก 2 หมื่นล้านเหรียญเป็น 4.4 หมื่นล้านเหรียญ สะท้อนการลงทุนในบริษัท AI อย่าง OpenAI (3 หมื่นล้านเหรียญ) และ Anthropic (1 หมื่นล้านเหรีญ) ซึ่งบันทึกแบบ cost method (วิธีการบันทึกบัญชีเงินลงทุนที่บันทึกตามราคาทุนที่จ่ายซื้อจริง) ซึ่งอาจจะมีความเสี่ยงเรื่อง impairment หากมูลค่าลดลงในอนาคต
- จากตัวเลขงบดุลที่ NVDA เป็นบริษัทที่มีเงินสดมากกว่าที่หนี้สิน 2 หมื่นล้านเหรียญบ่งชี้ว่าบริษัทมีความเสี่ยงด้านการเงินต่ำ
| งบดุล |
26-Apr-26 |
25-Jan-26 |
การเปลี่ยนแปลง |
| เงินสดและการงทุน |
$50.3B |
$49.7B |
ทรงตัว |
| หลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ทางการเงินที่จดทะเบียน |
$30.2B |
$12.9B |
134% |
| หลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ทางการเงินที่ไม่จดทะเบียน |
$43.4B |
$22.3B |
95% |
| สินค้าคงคลัง |
$25.8B |
$21.4B |
21% |
| ลูกหนี้การค้า |
$40.7B |
$38.5B |
+6% (DSO 45 วัน ↓6 วัน) |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น |
$195.5B |
$157.3B |
24% |
| |
|
|
|
| กระแสเงินสด |
1QFY27 |
1QFY26 |
YoY |
| กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน |
$50.3B |
$27.4B |
84% |
| งบลงทุน (CAPEX) |
$1.8B |
$1.2B |
43% |
| กระแสเงินสดสุทธิ |
$48.6B |
$26.1B |
86% |
| FCF Margin |
~59.5% |
~59.3% |
ทรงตัว |
| การลงทุนหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ทางการเงินที่ไม่จดทะเบียน |
($18.6B) |
($0.6B) |
Anthorpic และ OpenAI |
| การซื้อหุ้นคืน |
($19.3B) |
($14.1B) |
37% |
มุมมองของผู้บริหาร
- CEO ย้ำว่าความต้องการอยู่ในระดับสูงเพราะ AI Agent มาถึงแล้ว โดย NVDA เป็นแพลตฟอร์มเดียวที่รันโมเดลชั้นนำทุกตัวในทุกระบบคลาวด์ ส่วนแบ่งตลาดด้านการประมวลผลกำลังเพิ่มขึ้น กลุ่มลูกค้าที่ไม่ใช่เทคโนโลยีขนาดใหญ่หรือ Hyperscalers จะโตเร็วกว่าในระยะยาว มองว่า Vera Rubin จะได้รับเสียงตอบรับและมีความต้องการมากกว่า Blackwell และซีพียูรุ่นใหม่เปิดตลาดใหม่มูลค่าสองแสนล้านเหรียญ จีนยังไม่มีรายได้แต่มองว่าจะเริ่มเห็นคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
- CFO มั่นใจในเป้ารายได้หนึ่งล้านล้านเหรีญจากชิปรุ่น Blackwell และ Rubin ช่วงปี 2025–2027 Vera Rubin จะเริ่มการผลิต 3QFY27 และเร่งตัวจริงใน 4QFY27 มองเห็นรายได้จากซีพียูใกล้สองหมื่นล้านเหรียญในปีนี้ และมีแนวโน้มที่จะขึ้นเป็นผู้จำหน่ายซีพียูชั้นนำของโลก อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับ 75% เปอร์เซ็นต์ตลอดปี และยังไม่รวมรายได้จากจีน
ความเชื่อมโยงของผลประกอบการที่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรม
- ต่อกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และพันธมิตร ตัวเลขประมาณการงบลงทุนของ Hyperscalers ที่เพิ่มขึ้น ส่งสัญญาณบวกต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลเซมิคอนดักเตอร์อื่นๆ เช่น Broadcom, AMD, Marvell และ ARM
- ต่อโครงสร้างต้นทุนและราคา ราคาการเช่าชิป H100 บนคลาวด์ปรับตัวขึ้นถึง 20% ตั้งแต่ต้นปี แสดงให้เห็นถึงอำนาจในการกำหนดราคาที่มหาศาลและอุปสงค์ที่มากกว่าอุปทาน และรายได้ AI cloud เพิ่มขึ้นมากกว่า 3x YoY บ่งชี้วว่ากลุ่ม Neo-clouds อย่าง CoreWeave, Nebius, Iren และลูกค้าระดับองค์กรทั่วไปมีแนวโน้มที่จะเติบโตเร็วกว่ากลุ่ม Hyperscalers ซึ่งบ่งบอกถึงการประยุกต์ใช้ AI ในอุตสาหกรรมวงกว้างเพิ่มสูงขึ้น
- ต่อกลุ่ม Optic ทั้งนี้รายได้จากกลุ่ม Networking ทำสถิติสูงสุดใหม่และเติบโตสูงมาก เพื่องรองรับเชื่อมต่อ Vera Rubin จะเป็นภาพบวกกับ Coherent, Corning, Lumentum มองว่าเมื่อ Vera Rubin เริ่มมียอดขาย ความต้องการในกลุ่ม optical interconnect จะเร่งตัวขึ้นใน 2H26
- ต่อกลุ่มหน่วยความจำ รายได้ของ Data Center ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เรายังมองว่ามีความต้องการในหน่วยความจำอยู่มาก ซึ่งจะเป็นบวกต่อ Sk Hynix, Samsung, Micron Tecnology
- Vera CPU เป็นผู้แข่งขันโดตรงในอุตสาหกรรม CPU ที่มีมูลค่าตลาดราว 2 แสนล้านเหรียญ NVDA ระบุ Vera ดีกว่า x86 alternatives ในเรื่อง agentic workloads ทำให้เรามองว่าตรงนี้เป็นลบกับ Intel และ AMD
- Cerebras, Groq-style inferencing เรามองว่าเป็นคู่แข่งกับ NVDA แต่มองว่าตลาดยังค่อนข้างเฉพาะสำหรับ SRAM-based accelerators ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดน้อยกว่า 15%
- บริษัทที่เป็น Suppliers หลักให้กับ NVDA ได้แก่ TSMC (19% ของรายได้), SK Hynix (27%), Wistron (16%), Micron (17%), Teradyne (10%), Hon Hai (2%), Fabrinet (28%), ASE Tech (8%), Ibiden (21%), King Yuan Electronic (36%), Monolithic Power System (12%), Keysight Technologies (5%)
มุมมองของ INVX
- แม้บริษัทจะทำผลงานได้ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้และให้แนวโน้มไตรมาสถัดไปที่แข็งแกร่ง แต่ตลาดมองไปที่ความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของการเติบโตในระยะยาวและการแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้ราคาอาจจะผันผวนหรือลดลงได้ ทั้งนี้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 20% YTD และขึ้นมาก่อนประกาศผลประกอบการแล้ว อาจจะมองเป็นการขายทำกำไรในระยะสั้นออกมา แต่เรามองว่าหากราคาลงมาใกล้ 200-210 เหรียญมองเป็นจังหวะในการซื้อเล่นรอบ และมองว่า NVDA อาจจะต้องเล่นเก็งกำไรผลประกอบการก่อนประกาศ 2 สัปดาห์
- ตัวเลขรายได้และกำไร รวมถึงประมาณการใน 2QFY27 ที่สูงกว่าคาด ชี้วความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังเร่งตัวอยู่และ Hyperscale ยังอยู่ในช่วงที่ลงทุนสูงอยู่ อาจจะสะท้อนภาพว่าวัฏจักรการลงทุนใน AI ยังดำเนินต่อไป
- ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดที่สูงมากใน GPUs, networking, และกำลังเข้าสู่ตลาด CPU (Vera) และ software stack เต็ม ทำให้มีความแข็งแรงในห่วงโซ่อุปทานมากสูงมากและยากที่คู่แข่งเลียนแบบในระยะสั้นและสามารถสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวต่อเนื่อง
- ยอดขายของ Hyperscale ที่เพิ่มขึ้น 12% QoQ แต่ ACIE โต 31% QoQ บ่งชี้ว่าการกระจายความเสี่ยงของ Hyperscale กำลังเกิดขึ้นจริง บ่งชี้ว่า Nvidia ต้องหาตลาดใหม่มาทดแทนซึ่ง CEO ก็บอกไปแล้วว่ากลุ่มที่มิใช่ Hyperscale มีการเติบโตที่สูงกว่า
- อัตราการทำกำไรสุทธิที่มากกว่า 70%, FCF ~49 พันล้าน/ไตรมาส ทำให้บริษัทคืนทุนผู้ถือหุ้น้ต่อเนื่องผ่านการจ่ายเงินปันผลหรือซื้อหุ้นคืน (50% ของ FCF) และยังสามารถลงทุนในห่วงโซ่อุปทานและพันธมิตรเชิงยุทธศาตร์ (OpenAI, Anthropic) ได้ต่อเนื่อง
- FCF yield ~3.5% ซึ่งไม่แพงเกินไปสำหรับบริษัทที่ยังเติบโตได้ในระดับ 80% YoY เรามองว่าผลประกอบการไม่ใช่ปัญหาที่ต้องกังวลแต่ยอดขายจากจีน (มูลค่าตลาด 5 หมื่นล้านเหรียญต่อปี) และ Vera Rubin (มูลค่าตลาด 2 หมื่นล้านเหรียญ) เป็น catalyst ใหม่ให้หุ้นปรับเพิ่มขึ้น