
ผลประกอบการของ Sandisk และ Western Digital ยืนยันว่าความต้องการจัดเก็บข้อมูลจาก AI และศูนย์ข้อมูลยังแข็งแกร่ง โดยทั้งสองบริษัททำรายได้ กำไร และอัตรากำไรสูงกว่าคาด อย่างไรก็ตาม แนวโน้มรายได้ของ Sandisk ต่ำกว่าคาด ขณะที่อัตรากำไรของ Western Digital เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคู่แข่ง ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลงหลังประกาศงบ อย่างไรก็ดีภาพระยะกลางยังเป็นบวกต่ออุตสาหกรรม อย่าง Samsung, SK Hynix, Micron เพราะการใช้งาน AI ทำให้ปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งการประมวลผลและการเก็บรักษา
1) ภาพรวมอุตสาหกรรมจัดเก็บข้อมูลยังเติบโตจาก AI
ผลประกอบการของ Sandisk และ Western Digital สะท้อนว่าความต้องการจัดเก็บข้อมูลยังแข็งแกร่ง โดยมีแรงหนุนจากการลงทุนศูนย์ข้อมูล การใช้งานปัญญาประดิษฐ์ และปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการฝึกแบบจำลอง การประมวลผลคำสั่ง และระบบอัตโนมัติที่ต้องสร้างและเก็บข้อมูลตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของทั้งสองบริษัทปรับตัวลงหลังประกาศงบ แม้ผลประกอบการดีกว่าคาด เนื่องจากราคาหุ้นก่อนหน้านี้ปรับขึ้นมากและตลาดตั้งความคาดหวังต่อการเติบโตของรายได้ ราคาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และอัตรากำไรไว้ในระดับสูง
2) Sandisk เติบโตสูงจากหน่วยความจำสำหรับศูนย์ข้อมูล
Sandisk รายงานรายได้ไตรมาส 4 ปีบัญชี 2026 ที่ 8.97 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 372% YoY และ 51% QoQ สูงกว่าคาด ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 39.25 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดประมาณ 11% และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 84.6% จาก 78.4% ในไตรมาสก่อน
การเติบโตของรายได้ประมาณหนึ่งในสามมาจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และอีกสองในสามมาจากราคาขายที่สูงขึ้น โดยรายได้จากศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น 103% QoQ ขณะที่รายได้จากตลาดอุปกรณ์ใกล้ผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 48% QoQ แต่ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 32% QoQ
3) สัญญาระยะยาวช่วยให้รายได้ของ Sandisk มั่นคงขึ้น
Sandisk ลงนามข้อตกลงกับลูกค้าเพิ่มเติมอีก 5 ฉบับ ทำให้มีข้อตกลงรวม 10 ฉบับ โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับลูกค้าศูนย์ข้อมูล ข้อตกลงเหล่านี้ช่วยเพิ่มความชัดเจนของคำสั่งซื้อในระยะยาว และลดความผันผวนจากวัฏจักรราคาหน่วยความจำ
บริษัทมีภาระส่งมอบตามสัญญาที่กำหนดราคาขั้นต่ำรวมกว่า 91 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่าสัดส่วนสินค้าที่มีสัญญารองรับจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 67% ในปีบัญชี 2028 อย่างไรก็ตาม สัญญาระยะยาวอาจทำให้บริษัทได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นของราคาตลาดน้อยลงในช่วงที่อุปทานตึงตัว
4) แนวโน้ม Sandisk ต่ำกว่าความคาดหวังด้านรายได้
สำหรับไตรมาสแรกปีบัญชี 2027 Sandisk คาดรายได้ 10.30–10.80 พันล้านดอลลาร์ โดยค่ากลางอยู่ที่ 10.55 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดของตลาดประมาณ 5–6% ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วคาดอยู่ที่ 44–46 ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด
อัตรากำไรขั้นต้นคาดอยู่ที่ 83–85% ซึ่งอาจทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน เนื่องจากเริ่มรับรู้รายได้จากสัญญาที่กำหนดราคาล่วงหน้ามากขึ้น ส่งผลให้หุ้นปรับตัวลงหลังตลาดปิด แม้งบไตรมาสล่าสุดดีกว่าคาด
5) Western Digital ได้แรงหนุนจากความต้องการฮาร์ดดิสก์ความจุสูง
Western Digital รายงานรายได้ไตรมาส 4 ปีบัญชี 2026 ที่ 3.75 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 44% YoY และสูงกว่าคาดเล็กน้อย ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 3.56 ดอลลาร์ สูงกว่าคาด และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 54.4% สูงกว่าคาดที่ 51.9%
ธุรกิจคลาวด์คิดเป็น 89% ของรายได้รวม และเติบโต 43% YoY จากความต้องการฮาร์ดดิสก์ความจุสูง ส่วนปริมาณข้อมูลที่ส่งมอบเพิ่มขึ้น 22% YoY ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยความจุเพิ่มขึ้นในระดับเลขสองหลักปลาย ๆ จากการปรับราคาและสัดส่วนสินค้าความจุสูงที่เพิ่มขึ้น
6) แนวโน้ม Western Digital ดีกว่าคาด แต่ยังตามหลังคู่แข่งด้านอัตรากำไร
Western Digital คาดรายได้ไตรมาสแรกปีบัญชี 2027 ที่ 4.0–4.2 พันล้านดอลลาร์ ค่ากลางสูงกว่าคาดเล็กน้อย ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้วคาดอยู่ที่ 3.85–4.15 ดอลลาร์ สูงกว่าคาด และอัตรากำไรขั้นต้นคาดเพิ่มขึ้นเป็น 55–56% เทียบกับตลาดคาดที่ 53.8%
อย่างไรก็ตาม ตลาดกังวลว่าอัตรากำไรเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนเพียงประมาณ 1 จุด ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง Seagate ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4–5 จุด ส่วนหนึ่งเกิดจาก Western Digital ยังไม่ได้เริ่มส่งมอบฮาร์ดดิสก์เทคโนโลยีใหม่ในปริมาณมาก โดยบริษัทคาดว่าจะเริ่มส่งมอบรุ่นความจุ 44 เทราไบต์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2027
7) ความต้องการแข็งแกร่ง แต่ความคาดหวังของตลาดสูงมาก
ภาพรวมของทั้งสองบริษัทชี้ว่าความต้องการจัดเก็บข้อมูลยังไม่ได้อ่อนตัว โดย Sandisk ได้รับประโยชน์จากหน่วยความจำความเร็วสูงสำหรับศูนย์ข้อมูล ส่วน Western Digital ได้รับประโยชน์จากฮาร์ดดิสก์ความจุสูงที่มีต้นทุนต่อหน่วยข้อมูลต่ำ เหมาะสำหรับการเก็บข้อมูลจำนวนมากในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ตลาดไม่ได้พิจารณาเพียงการเติบโตของรายได้ แต่ให้ความสำคัญกับความเร็วในการปรับขึ้นราคา อัตรากำไร และแนวโน้มที่ต้องสูงกว่าประมาณการอย่างชัดเจน หลังราคาหุ้นในกลุ่มปรับขึ้นมากในช่วงก่อนหน้า งบที่เพียงดีกว่าคาดเล็กน้อยจึงยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนราคาหุ้น
| รายการ | Sandisk | Western Digital | เปรียบเทียบ |
|---|---|---|---|
| งวดผลประกอบการ | 4Q ปีบัญชี 2026 | 4Q ปีบัญชี 2026 | งวดเดียวกัน |
| รายได้ | 8.97 พันล้านดอลลาร์ | 3.75 พันล้านดอลลาร์ | Sandisk มีขนาดรายได้สูงกว่า |
| การเติบโต YoY | +372% | ประมาณ +44% | Sandisk เติบโตสูงกว่ามาก จากฐานต่ำและราคาหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้น |
| การเติบโต QoQ | +51% | ไม่ได้ระบุในข้อมูลแนบ | Sandisk มีแรงส่งรายไตรมาสเด่น |
| กำไรต่อหุ้นแบบปรับปรุงแล้ว | 39.25 ดอลลาร์ | 3.56 ดอลลาร์ | ทั้งสองบริษัทสูงกว่าคาด |
| เทียบกำไรต่อหุ้นกับตลาดคาด | สูงกว่าคาดราว 11% | สูงกว่าคาดราว 6–8% | Sandisk ดีกว่าคาดมากกว่า |
| อัตรากำไรขั้นต้น | 84.6% | 54.4% | Sandisk สูงกว่าอย่างชัดเจน |
| เทียบอัตรากำไรกับตลาดคาด | สูงกว่าคาด | สูงกว่าคาดที่ 51.9% | ทั้งคู่ควบคุมต้นทุนและได้ประโยชน์จากราคาขายที่ดี |
| ธุรกิจขับเคลื่อนหลัก | หน่วยความจำ NAND และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลสำหรับศูนย์ข้อมูล | ฮาร์ดดิสก์ความจุสูงสำหรับคลาวด์และศูนย์ข้อมูล | ได้ประโยชน์จาก AI เหมือนกัน แต่ใช้เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลต่างกัน |
| รายได้ศูนย์ข้อมูล/คลาวด์ | ศูนย์ข้อมูล 2.98 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 103% QoQ | คลาวด์ 3.3 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 43% YoY | Western Digital พึ่งพาคลาวด์มากกว่า ขณะที่ Sandisk โตเร็วกว่า |
| กระแสเงินสดอิสระ | 7.08 พันล้านดอลลาร์ | 1.28 พันล้านดอลลาร์ | ทั้งคู่สร้างเงินสดแข็งแกร่ง |
| แนวโน้มรายได้ไตรมาสถัดไป | 10.30–10.80 พันล้านดอลลาร์ | 4.0–4.2 พันล้านดอลลาร์ | ทั้งคู่คาดรายได้เติบโตต่อ |
| เทียบแนวโน้มรายได้กับตลาดคาด | ต่ำกว่าคาดประมาณ 5–6% | ใกล้เคียงถึงสูงกว่าคาดเล็กน้อย | Sandisk น่าผิดหวังกว่า |
| แนวโน้มกำไรต่อหุ้น | 44–46 ดอลลาร์ | 3.85–4.15 ดอลลาร์ | ใกล้เคียงถึงสูงกว่าคาดเล็กน้อย |
| แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น | 83–85% | 55–56% | Sandisk อาจลดลงเล็กน้อย ส่วน Western Digital ยังเพิ่มขึ้น |
| ปฏิกิริยาราคาหุ้นหลังงบ | ปรับลงประมาณ 4–8% | ปรับลงประมาณ 9–12% | ตลาดมองว่าแนวโน้มยังไม่สูงพอเมื่อเทียบกับความคาดหวัง |
| ประเด็นสำคัญ | สัญญาระยะยาวช่วยลดความผันผวน แต่จำกัดประโยชน์จากราคาที่เพิ่มขึ้น | อัตรากำไรดีขึ้น แต่ยังตามหลัง Seagate และต้องรอสินค้ารุ่นใหม่ | ปัจจัยพื้นฐานดี แต่ต้องส่งมอบแนวโน้มที่สูงกว่าคาดอย่างชัดเจน |
มุมมองของ InnovestX
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน