Offshore Stock Update

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. เบื้องต้น ฟื้นตัวหลังราคาน้ำมันชะลอตัว

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|15 Jun 26 11:26 AM
ๅ
สรุปสาระสำคัญ

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. ฟื้นตัวดีกว่าคาดสู่ระดับ 48.9 จากราคาน้ำมันที่ลดลง แต่ภาพรวมยังเปราะบางจากค่าครองชีพสูงและแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ขณะที่ INVX มองว่าราคาน้ำมันจะยังทรงตัวในระดับสูง จากโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกทำลาย ซึ่งจะยังกดดันเศรษฐกิจและกำลังซื้อ จึงยังคงมองบวกต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกคุ้มค่าและกลุ่มที่มีอำนาจต่อรองราคา (WMT, COST, KO, PEP)

รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ต้นเดือน มิ.ย. เผยให้เห็นการฟื้นตัว หลังจากการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

สรุปตัวเลขและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

 

แม้ว่าตัวเลขภาพรวมจะปรับตัวดีขึ้นกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่หากเปรียบเทียบกับในอดีต ยังคงสะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างเห็นได้ชัด: 

 

  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค: ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 48.9 ในรายงานขั้นต้นของเดือนมิถุนายน จากระดับ 44.8 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 46.0 แต่ยังคงเป็นระดับที่ต่ำที่สุดเป็นอันดับสองนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในช่วงทศวรรษ 1970
  • ดัชนีสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน: ขยับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 48.4 จากระดับ 45.8 ในเดือนก่อนหน้า
  • ดัชนีความคาดหวังของผู้บริโภคในอนาคต: ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 49.3 จากระดับ 44.1 ในเดือนพฤษภาคม 

 

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย. ปรับตัวสูงขึ้น จากราคาพลังงานลดลง

 

us-consumer-confidence.png

 

อานิสงส์จากราคาน้ำมันขายปลีกที่ชะลอตัวเป็นตัวขับเคลื่อน

 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นในเดือนนี้ คือการลดลงของราคาน้ำมันขายปลีกในช่วงต้นเดือน ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดด้านค่าครองชีพลงชั่วคราว: 

 

  • ประโยชน์ต่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อย: รายงานระบุว่ากลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยมีความเชื่อมั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันเชื้อเพลิงคิดเป็นสัดส่วนขนาดใหญ่ของงบประมาณรายจ่ายในครัวเรือน
  • การลดลงของความคาดหวังเงินเฟ้อ: ผู้บริโภคคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในอีก 1 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ 4.6% ลดลงจาก 4.8% ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะยาว (5-10 ปี) ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญสู่ระดับ 3.4% จากระดับ 3.9% ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ช่วยลดความกังวลของธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้บางส่วน 

 

ปัจจัยความเสี่ยงและความกังวล

 

แม้จะมีการฟื้นตัวระยะสั้น แต่โครงสร้างทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเผชิญความกดดันอย่างหนักจากปัจจัยหลายประการ:

 

  • ราคาสินค้าที่ทรงตัวในระดับสูง: ผู้บริโภคกว่า 57% ระบุว่าภาวะราคาสินค้าที่สูงต่อเนื่องกำลังทำลายฐานะทางการเงินส่วนบุคคล และผู้บริโภคถึง 38% มองว่า ปัญหาเงินเฟ้อ เป็นความเสี่ยงที่น่ากังวลมากกว่า ปัญหาการว่างงาน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2025
  • แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น: ผู้บริโภคส่วนใหญ่ราว 47% คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้า ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023
  • ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์: สถานการณ์ความขัดแย้งกับประเทศอิหร่านยังคงเป็นชนวนเหตุสำคัญของภาวะเงินเฟ้อ แม้ฝ่ายบริหารจะมีการส่งสัญญาณว่าใกล้จะบรรลุข้อตกลงและชะลอมาตรการทางทหาร แต่ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลว่าต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นในห่วงโซ่อุปทานจะสะท้อนมายังราคาสินค้าในระยะถัดไป 

 

มุมมองของ INVX

 

แม้ว่าล่าสุด ปธน. ทรัมป์ เผยว่าสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบไม่เก็บค่าผ่านทาง แต่เรามองว่า อุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง จะไม่สามารถกลับผลิตได้ในระดับเดิมอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก โครงสร้างพื้นฐานในการผลิตน้ำมันได้รับความเสียหายจากสงคราม ดังนั้น เรามองว่า ราคาน้ำมันจะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กดดันค่าครองชีพของผู้บริโภคเป็นหลัก ด้วยเหตุนี้ เรายังมองบวกต่อบริษัท ที่มีกลยุทธ์เน้นความคุ้มค่า มีการประหยัดต่อขนาดสูง รวมไปถึงฐานสมาชิกแข็งแกร่งอย่าง WMT และ COST รวมไปถึงบริษัทที่มี Pricing Power สูงอย่าง KO และ PEP

Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5