Offshore Stock Update

งบกลุ่มค้าปลีกสหรัฐฯ ไตรมาสแรกส่วนใหญ่ดีกว่าคาด หนุนจากเงินคืนภาษี

By สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา|22 May 26 12:57 PM
retailers
สรุปสาระสำคัญ

ภาพรวมผลประกอบการกลุ่มค้าปลีก 1Q27 ส่วนใหญ่เติบโตได้ดีกว่าคาด โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้าราคาประหยัดที่มีอานิสงส์จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นความคุ้มค่าและเงินคืนภาษี ในขณะที่กลุ่มสินค้าปรับปรุงบ้านยังคงมีแรงกดดันจากดอกเบี้ยบ้านที่สูงและตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา ส่วนแนวโน้มข้างหน้าผู้บริหารส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังท่ามกลางความท้าทายจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เปราะบาง โดย INVX มีมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีกสินค้าจำเป็นอย่าง WMT และ COST ที่สุด เนื่องจากมีความมั่นคงและจำหน่ายสินค้าที่ราคาถูกสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน

ภาพรวมผลประกอบการกลุ่มค้าปลีก 
 
ภาพรวมผลประกอบการ 1Q27 ของกลุ่มค้าปลีกทั้ง 6 บริษัทส่วนใหญ่กำไรออกมาดีกว่าคาด ยกเว้น WMT ที่กำไรเป็นไปตามคาด โดยกลุ่มร้านค้าราคาประหยัดและห้างค้าปลีกทั่วไปขนาดใหญ่มีความโดดเด่น ขณธที่กลุ่มสินค้าซ่อมแซมและตกแต่งบ้านยังคงเผชิญความท้าทาย
 
  • กลุ่มที่ทำผลงานโดดเด่น: ROST โดดเด่นที่สุดด้วยยอดขายสาขาเดิมเติบโตทำสถิติสูงสุดถึง 17% ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก เช่นเดียวกับ TGT ที่ยอดขายสาขาเดิมกระโดดขึ้น 5.6% (สูงสุดตั้งแต่ปลายปี 2021 แต่มาจากฐานต่ำ) และ TJX ที่เติบโต 6%
  • กลุ่มที่ผลงานทรงตัว: HD และ LOW มียอดขายสาขาเดิมเติบโตเพียง 0.6% เนื่องจากความอ่อนแอของกลุ่มลูกค้าทั่วไป (DIY) แต่ยังสามารถบริหารจัดการทำ ขณะที่ WMT มียอดขายสาขาเดิมเติบโต 4.1% ดีกว่าคาด แต่เริ่มถูกกดดันด้านกำไร

 

ปัจจัยบวกและปัจจัยลบในไตรมาสนี้
 
ปัจจัยบวก:
 
  • เม็ดเงินคืนภาษี: เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะสั้น ส่งผลให้ภาพรวมการใช้จ่ายและยอดขายของอุตสาหกรรมในช่วงต้นปีได้รับแรงหนุนอย่างชัดเจน
  • พฤติกรรมแสวงหาความคุ้มค่า: ผู้บริโภคในทุกระดับรายได้มีการปรับพฤติกรรมหันมาให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและมองหาสินค้าลดราคามากขึ้น ซึ่งกลายเป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายที่สำคัญในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
  • การเติบโตของช่องทางออนไลน์และลูกค้าธุรกิจ: การปรับตัวไปมุ่งเน้นยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง สามารถช่วยพยุงและชดเชยกำลังซื้อหน้าร้านของลูกค้าทั่วไปของกลุ่มค้าปลีกปรับปรุงบ้านที่ขาดหายไปได้เป็นอย่างดี

 

ปัจจัยลบ:
 
  • ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้น: ทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นได้กลายมาเป็นอุปสรรคสำคัญที่บีบคั้นและกดดันอัตรากำไรของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมค้าปลีกโดยตรง
  • ความซบเซาของตลาดอสังหาริมทรัพย์และภาระดอกเบี้ย: อัตราดอกเบี้ยจดจำนองและราคาที่อยู่อาศัยที่ยังคงทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคขาดสภาพคล่องและจำเป็นต้องชะลอการใช้จ่ายสำหรับสินค้าหรือโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องพึ่งพาสินเชื่อ ซึ่งกดดันภาพรวมการบริโภคสินค้ามูลค่าสูงอย่างมีนัยสำคัญ
 
แนวโน้มรายได้และกำไร
 
ภาพรวมการประเมินแนวโน้มธุรกิจสะท้อนความมั่นใจที่กระจุกตัวเฉพาะบางกลุ่มธุรกิจ
 
  • ปรับเพิ่มคาดการณ์: ROST และ TJX ปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายและกำไรทั้งปีสะท้อนโมเมนตัมลูกค้าที่แข็งแกร่ง ส่วน TGT ปรับเพิ่มเป้ารายได้ทั้งปีขึ้น 2%
  • คงคาดการณ์เดิมอย่างระมัดระวัง: WMT คงเป้าหมายรายได้ทั้งปี แต่คาดการณ์กำไรในไตรมาส 2 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อยจากปัญหาต้นทุนพลังงาน ส่วน HD และ LOW คงเป้าหมายรายได้ที่ทรงตัวถึงเติบโตเล็กน้อย (0% ถึง 2%) 

 

มุมมองผู้บริหารในระยะข้างหน้า
 
ภาพรวมของผู้บริหารส่วนใหญ่ปรับมุมมองไปในทิศทางที่ระมัดระวังมากขึ้น ในขณะที่กลุ่มร้านค้าราคาประหยัดกลับเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่มีมุมมองโดดเด่นและเป็นบวกมากขึ้น โดยมองประเด็นต่อ พฤติกรรมผู้บริโภค, กำลังซื้อ และ ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานดังนี้ 
 
พฤติกรรมผู้บริโภค: ผู้บริโภคมีการปรับพฤติกรรมอย่างเห็นได้ชัดโดยเน้นการแสวงหาความคุ้มค่าและลดระดับการใช้จ่าย มีความรัดกุมและเลือกลำดับความสำคัญในการซื้อสินค้ามากขึ้น 
 
กำลังซื้อของผู้บริโภค: ภาพรวมกำลังซื้อมีลักษณะกระจุกตัว โดยกลุ่มผู้มีรายได้สูงยังคงเป็นฟันเฟืองหลักในการใช้จ่าย ขณะที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยเผชิญความตึงเครียดทางการเงินสูงและอ่อนไหวต่อราคาอย่างมาก 
 
ผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน: ราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นกำลังเป็นความท้าทายหลักที่กดดันทั้งอัตรากำไรของภาคธุรกิจและค่าครองชีพของผู้บริโภค ผู้ประกอบการค้าปลีกส่วนใหญ่จึงต้องเร่งปรับตัวเพื่อชดเชยต้นทุนดังกล่าว ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ การบริหารสินค้าคงคลังอย่างเข้มงวด และบางรายเลือกที่จะยอมแบกรับต้นทุนไว้เองเพื่อรักษาราคาป้ายไว้ดึงดูดลูกค้า
 
ตารางสรุปมุมมองของผู้บริหารในรายบริษัท
 
 

โทน Guidance ปัจจุบัน เทียบกับในอดีต

พฤติกรรมผู้บริโภค

กำลังซื้อของผู้บริโภค

ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

WMT

ระมัดระวัง

มากขึ้น

เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก

ลูกค้ารายได้สูงใช้จ่ายอย่างมั่นใจเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

 

ขณะที่ลูกค้ารายได้น้อยมีความตึงเครียดทางการเงินสูง

ต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นจะกัดกร่อนกำไร

 

โดยบริษัทเลือกที่จะรักษาราคาป้ายเพื่อดึงดูดลูกค้า

TGT

ระมัดระวังสูง

เน้นความสำคัญในการใช้จ่ายอย่างเข้มงวด

หลีกเลี่ยงสินค้าฟุ่มเฟือยชิ้นใหญ่

คาดว่ากำลังซื้อจะแผ่วลงหลังหมดแรงหนุนจากเงินคืนภาษี

เน้นการบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ชดเชยต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

ROST

เป็นบวกมากขึ้น

แสวงหาความคุ้มค่าและลดระดับการใช้จ่าย

แข็งแกร่งและขยายตัวได้ในทุกระดับรายได้

ได้เปรียบจากการซื้อสินค้าสต็อกค้างในราคาต่ำมาก มาหักลบกับต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น

TJX

บวกแต่ยังระมัดระวัง

มีความยืดหยุ่นสูง

ทุกกลุ่มระดับรายได้ สนใจในกลุ่มสินค้าราคาประหยัด

ใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงด้านราคาเชื้อเพลิง  ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง

HD

ระมัดระวัง

ชะลอโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องพึ่งพาสินเชื่อ

ถูกกดดัดอย่างหนักจากอัตราดอกเบี้ยและราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ทรงตัวในระดับสูง

เน้นควบคุมต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์

LOW

ระมัดระวัง

ลูกค้าหมวด DIY ถูกกดดันหนัก

ตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังคงซบเซา กำลังซื้อสำหรับโครงการขนาดใหญ่ถูกชะลอออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ปรับปรุงระบบโลจิสติกส์มาเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อชดเชยค่าขนส่งและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

 
มุมมองของ INVX
 
เรามีมุมมองต่อกลุ่มค้าปลีกในรายธุรกิจดังนี้
 
(+) กลุ่มค้าปลีกสินค้าจำเป็น (WMT, COST: ประกาศงบวันที่ 28 พ.ค. นี้)  - เรามองบวกต่อกลุ่มนี้ที่สุด เนื่องจาก 1) การยึดมั่นในความคุ้มค่าของสินค้าเป็นแกนหลักในการทำธุรกิจ สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่แสวงหาความคุ้มค่าในปัจจุบัน แม้ว่าการแบกรับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจะกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น 2) การบริหารต้นทุนที่ดีของบริษัท ทั้งในแง่สินค้าคงคลัง และอำนาจต่อรองกับคู่ค้า 3) ฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นจากระบบสมาชิก ทำให้รายได้และกำไรของกลุ่มนี้มีความผันผวนต่ำและเติบโตได้อย่างมั่นคง
 
(-) กลุ่มค้าปลีกวัสดุปรับปรุงบ้าน (HD, LOW) – เรามองว่าในระยะข้างหน้ายังไม่สดใส โดยมีแรงกดดันหลักจาก 1) ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัว โดยสังเกตได้จาก อัตราการเปลี่ยนมือของบ้านที่ต่ำที่สุดในรอบหลายปี หลังอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านแบบคงที่ 30 ปี ยังคงอยู่ในระดับสูง  นอกจากนี้ ในการประชุม FOMC ล่าสุด เผยให้เห็นถึงโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะกดดันให้อัตราการเปลี่ยนมือของบ้านยังคงต่ำ 2) กลุ่มลูกค้าทั่วไป (DIY) ระงับหรือเลื่อนโครงการตกแต่งบ้านขนาดใหญ่ที่มีค่าใช้จ่ายสูงออกไปก่อน แต่หันมาใช้จ่ายกับการเปลี่ยนสินค้าที่จำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากความกังวลด้านเศรษฐกิจและความสามารถในการจ่ายที่มีแรงกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น
 
(-) กลุ่มค้าปลีกสินค้าฟุ่มเฟือย (TGT, ROST, TJX) – แม้ว่า ROST และ TJX จะได้เปรียบกว่า TGT (กำลังอยู่ในแผนฟื้นฟู) ในแง่โมเดลธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าแบรนด์เนมลดราคา ซึ่งสามารถดึงดูดลูกค้ากลุ่ม Gen Z และ Millennials ได้จำนวนมาก แต่เราประเมินว่าแนวโน้มในระยะข้างหน้าของกลุ่มนี้ยังคงมีความเปราะบางสูง เนื่องจาก 1) ปัจจัยหนุนระยะสั้นอย่างฤดูกาลคืนภาษี ได้หมดลง กดดันต่อกำลังซื้อในอนาคต 2) ฐานตัวเลขที่สูง (2Q26 TGT จำหน่าย Nintendo Switch 2) ซึ่งจะกดดันการเติบโตในไตรมาสถัดไป 3) ความเสี่ยงฝั่งต้นทุนจากการทยอยหมดอายุของสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันในครึ่งปีหลัง 4) ความผันผวนจากนโยบายภาษีศุลกากรที่อาจกลับมากดดันอัตรากำไรเพิ่มเติม 5) มีแนวโน้มที่จะแข่งขันทางด้านโปรโมชั่นที่รุนแรงเพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรในระยะข้างหน้า
 
Author
Slide4
สิทธิชัย ดวงรัตนฉายา

นักกลยุทธ์อาวุโสตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ

Most Read
1/5
Related Articles
Most Read
1/5