
Xiaomi Auto ประกาศเปิดตัวรถยนต์ตระกูลใหม่ SkyNomad รถ SUV อัจฉริยะพื้นที่กว้างที่ชูจุดเด่นด้วยห้องโดยสารแบบพื้นเรียบพร้อมระบบรางเลื่อนพิเศษที่สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในเป็นห้องทำงาน ที่นอน หรือสตูดิโอได้ โดยเปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง (EREV) ร่วมกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ช่วยทำลายข้อจำกัดด้านสถานีชาร์จและดันระยะทางขับขี่รวมให้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ INVX มองว่า จะเป็นบวกต่อโครงสร้างผลิตภัณฑ์ของ Xiaomi อย่างไรก็ดี การแข่งขันด้านราคาที่สูง จะยังเป็นปัจจัยหลักในการดันกำไรในระยะข้างหน้า ด้วยเหตุนี้ เรายังมองบวกต่อ กลุ่มต้นน้ำอย่างแบตเตอรี่และระบบขับขี่อัจฉริยะ เช่น CATL (CATL23), Horizon Robotics (HORIZON23) มากกว่า
ประเด็นสำคัญจากการเปิดตัว SkyNomad ของ Xiaomi
Xiaomi Auto เปิดตัวชื่อผลิตภัณฑ์รถยนต์ตระกูลใหม่ SkyNomad ซึ่งวางตำแหน่งเป็นรถ SUV อัจฉริยะที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบห้องโดยสารได้ และรองรับการใช้งานที่หลากหลายกว่ารถยนต์รุ่นเดิมอย่าง SU7 และ YU7
รถยนต์ตระกูลใหม่นี้คาดว่าจะใช้ระบบไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง หรือ EREV ซึ่งมีเครื่องยนต์ขนาดเล็กทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าสำหรับชาร์จแบตเตอรี่เมื่อจำเป็น ช่วยลดข้อจำกัดด้านระยะทางและโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ โดย SkyNomad อาจมีระยะทางขับขี่รวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร เหมาะกับผู้บริโภคที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนจากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าล้วน
การเปิดตัว SkyNomad เป็นส่วนสำคัญของยุทธศาสตร์ Human x Car x Home ของ Xiaomi ซึ่งต้องการเชื่อมโยงสมาร์ตโฟน รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และระบบ AI เข้าสู่ระบบนิเวศเดียวกัน พร้อมขยายฐานรายได้จากธุรกิจโทรศัพท์มือถือไปสู่รถยนต์และบริการดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงขึ้น
SkyNomad คืออะไร
SkyNomad เป็นชื่อรถยนต์ตระกูลใหม่ของ Xiaomi ซึ่งเน้นแนวคิด SUV อัจฉริยะ พื้นที่กว้าง และปรับเปลี่ยนได้ โดยคาดว่าจะประกอบด้วยอย่างน้อยสองรุ่นหลัก ได้แก่
|
รุ่น |
ตำแหน่งทางการตลาด |
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย |
|
SkyNomad N70 |
SUV ขนาดกลาง 5 ที่นั่ง |
ครอบครัวขนาดเล็กและผู้ใช้งานในเมือง |
|
SkyNomad N90 |
SUV ฐานล้อยาว 5–7 ที่นั่ง |
ครอบครัวขนาดใหญ่และตลาดระดับบน |
|
SkyNomad N90 Max |
SUV อเนกประสงค์ระดับบน |
ลูกค้าที่เน้นท่องเที่ยวและกิจกรรมกลางแจ้ง |
N70 คาดว่าจะมีขนาดใกล้เคียงกับ Li Auto L6/L7 และ AITO M6/M7 ขณะที่ N90 จะเข้าแข่งขันกับรถขนาดใหญ่อย่าง Li Auto L9, AITO M9 และ Zeekr 9X
รุ่น N90 Max อาจติดตั้งเต็นท์แบบพับเก็บได้บนหลังคา ช่วยเปลี่ยนรถให้รองรับการตั้งแคมป์และกิจกรรมกลางแจ้ง สะท้อนความพยายามของ Xiaomi ในการสร้างความแตกต่างจากการแข่งขันที่มักเน้นระยะทาง ระบบขับขี่อัจฉริยะ และราคาเป็นหลัก
ลักษณะรถยนต์ของ Xiaomi SkyNomad N90 Max



จุดเด่นด้านระบบขับเคลื่อนและระยะทาง
SkyNomad มีแนวโน้มใช้ระบบ EREV ซึ่งประกอบด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์ที่ใช้ผลิตไฟฟ้า โดยรถยังคงขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก แต่สามารถใช้น้ำมันเพื่อสร้างไฟฟ้าเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมด
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า N70 อาจใช้แบตเตอรี่ขนาด 52–76 kWh ส่วน N90 อาจใช้แบตเตอรี่ขนาด 76 kWh รองรับระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนประมาณ 265–370 กิโลเมตร ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับรถ EREV ในระดับเดียวกัน
ทั้งสองรุ่นอาจใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร เทอร์โบ กำลัง 112 kW จาก Harbin Dongan Auto Engine เป็นระบบขยายระยะทาง ซึ่งจะช่วยให้รถเดินทางรวมได้มากกว่า 1,000 กิโลเมตรเมื่อรวมพลังงานจากแบตเตอรี่และน้ำมัน
ข้อได้เปรียบของระบบนี้คือสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในเมืองใหญ่ที่ต้องการใช้รถไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังรองรับการเดินทางระยะไกลโดยไม่ต้องพึ่งสถานีชาร์จเพียงอย่างเดียว
ห้องโดยสารปรับเปลี่ยนได้ สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
หนึ่งในจุดขายสำคัญของ SkyNomad คือการออกแบบห้องโดยสารจากรูปแบบการใช้งานภายในเป็นจุดเริ่มต้น แทนการออกแบบตัวรถภายนอกก่อนเหมือนรถยนต์ทั่วไป
รถจะมีพื้นห้องโดยสารแบบเรียบและติดตั้งรางสำหรับเลื่อนเบาะ ที่นั่ง โต๊ะ และอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในได้หลายรูปแบบ เช่น
รูปแบบเลย์เอาต์ที่สามารถปรับแต่งได้ ซึ่งสามารถใช้เป็นสตูดิโอ คาเฟ่ ห้องประชุม และห้องนั่งเล่นได้

แนวทางดังกล่าวช่วยให้ SkyNomad ไม่ได้แข่งขันเพียงในฐานะรถยนต์ แต่เป็นพื้นที่อัจฉริยะเคลื่อนที่ ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของ Xiaomi ด้านสมาร์ตโฟน อุปกรณ์เชื่อมต่อ และบ้านอัจฉริยะ
หากบริษัทสามารถเชื่อมระบบภายในรถเข้ากับสมาร์ตโฟน เครื่องปรับอากาศ กล้อง อุปกรณ์เพื่อความบันเทิง และระบบ AI ได้อย่างราบรื่น จะช่วยเพิ่มความแตกต่างจากผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
การวางตำแหน่งราคาและตลาดเป้าหมาย
SkyNomad N70 คาดว่าจะมีราคาเริ่มต้นมากกว่า 200,000 หยวน โดยทำหน้าที่เป็นรุ่นหลักสำหรับสร้างยอดขาย ขณะที่ N90 และ N90 Max อาจมีราคาตั้งแต่ประมาณ 300,000 หยวนจนถึง 400,000–500,000 หยวน ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และรูปแบบการตกแต่ง
ช่วงราคาดังกล่าวทำให้ Xiaomi สามารถครอบคลุมตั้งแต่ตลาด SUV ระดับกลางไปจนถึงตลาดระดับบน และแข่งขันได้ทั้งกับผู้ผลิตรถ EREV อย่าง Li Auto และ AITO รวมถึงรถไฟฟ้าระดับบนจาก Zeekr และ Xpeng
|
ช่วงตลาด |
รุ่น Xiaomi |
คู่แข่งสำคัญ |
|
SUV ระดับกลาง |
SkyNomad N70 |
Li Auto L6, AITO M6 |
|
SUV ระดับกลางถึงบน |
SkyNomad N70 รุ่นสูง |
Li Auto L7, AITO M7 |
|
SUV ขนาดใหญ่ระดับบน |
SkyNomad N90 |
Li Auto L9, AITO M9 |
|
SUV อเนกประสงค์ระดับสูง |
SkyNomad N90 Max |
Zeekr 9X และ SUV หรูจากจีน |
ข้อได้เปรียบของ Xiaomi คือฐานลูกค้าสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อัจฉริยะจำนวนมาก รวมถึงความสามารถในการจัดซื้อชิ้นส่วนและบริหารห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจช่วยให้บริษัทเสนอเทคโนโลยีระดับสูงในราคาที่แข่งขันได้
มุมมองของ INVX
เรามองพัฒนาการของ SkyNomad เป็นบวกต่อ Xiaomi ในเชิงโครงสร้าง เนื่องจากช่วยขยายตลาดรถยนต์จากรถไฟฟ้าล้วนไปยัง EREV ซึ่งมีฐานลูกค้ากว้างกว่า และช่วยลดความกังวลของผู้บริโภคเรื่องระยะทางและสถานีชาร์จ
การมีทั้ง SU7, YU7 และ SkyNomad ทำให้ Xiaomi ครอบคลุมตลาดรถซีดาน SUV ไฟฟ้าล้วน และ SUV ระยะทางไกลมากขึ้น ช่วยกระจายความเสี่ยงด้านผลิตภัณฑ์และเพิ่มโอกาสบรรลุเป้าหมายยอดส่งมอบ
แม้ SkyNomad จะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโต แต่ตลาดรถยนต์จีนยังเผชิญการแข่งขันสูง โดยคาดว่าจะมีรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดถึง 156 รุ่นในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
จำนวนผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ผู้ผลิตกลับมาใช้ส่วนลด การลดราคา และการเพิ่มอุปกรณ์โดยไม่ปรับราคาขาย ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่ออัตรากำไรของทั้งอุตสาหกรรม
คู่แข่งสำคัญของ Xiaomi ได้แก่
|
บริษัท |
จุดแข็ง |
ผลกระทบจาก SkyNomad |
|
Li Auto |
ผู้นำตลาด EREV และรถครอบครัว |
เผชิญคู่แข่งโดยตรงในรุ่น L6–L9 |
|
Seres/AITO |
ระบบรถยนต์และเทคโนโลยีจาก Huawei |
อาจต้องเพิ่มอุปกรณ์หรือปรับราคา |
|
Xpeng |
ระบบขับขี่อัจฉริยะและรถไฟฟ้าล้วน |
เผชิญการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและราคา |
|
Zeekr |
รถไฟฟ้าระดับบนและสมรรถนะสูง |
ถูกท้าทายในตลาด SUV ระดับบน |
|
Tesla |
แบรนด์สินค้าแข็งแกร่งและประสิทธิภาพการผลิต |
ยังขาดผลิตภัณฑ์ EREV และ SUV ขนาดใหญ่ในจีน |
ด้วยเหตุนี้ ในระยะสั้น เรามองว่าราคาหุ้นอาจยังมีความผันผวนจากความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเพิ่มกำลังการผลิต อัตรากำไรของธุรกิจรถยนต์ และการแข่งขันด้านราคา นักลงทุนจึงควรติดตามราคาขายจริง ยอดคำสั่งซื้อ อัตราการยกเลิกคำสั่งซื้อ และระยะเวลารอรับรถหลังเปิดตัวอย่างใกล้ชิด ดังนั้น เราจึงมองบวกต่อกลุ่มต้นน้ำอย่างแบตเตอรี่และระบบขับขี่อัจฉริยะ เช่น CATL (CATL23), Horizon Robotics (HORIZON23) มากกว่า
ข้อสงวนสิทธิ์
ข้อมูล ความเห็น บทวิเคราะห์ ราคา การคาดการณ์ และ/หรือ ข้อมูลอื่นใด (“ข้อมูล”) ที่ปรากฏ จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยมีที่มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (“INVX”) ไม่รับรองความถูกต้อง ครบถ้วน หรือความเป็นปัจจุบันของข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูล ณ วันที่เผยแพร่และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ข้อมูลนี้ไม่ถือเป็นการรับประกันราคาหรือผลตอบแทน คำแนะนำการลงทุน การเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ หรือชักชวนให้เสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด INVX และ/หรือ กรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของ INVX ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายอันเป็นผลมาจากหรือเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลดังกล่าว
INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน