สรุปสาระสำคัญ
ผลประกอบการ 2Q26 ของ OR ปรับตัวลงทั้ง QoQ และ YoY โดย OR รายงาน ขาดทุนสุทธิ 1.77 พัน ลบ. เทียบกับกำไร 2.42 พัน ลบ. ใน 1Q26 เนื่องจากผลขาดทุนจากสต็อกและปริมาณขายที่ลดลง เราต้องปรับประมาณการลงเพื่อสะท้อนกำไร 1H26 ที่ค่อนข้างต่ำ คำแนะนำและราคาเป้าหมายอยู่ระหว่างการปรับปรุง
- ผลประกอบการ 2Q69 ของ OR อ่อนแอลงทั้ง QoQ และ YoY โดย OR รายงาน ขาดทุนสุทธิ 1.77 พันลบ. เทียบกับ กำไรสุทธิ 2.42 พันลบ. ใน 1Q69 แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 16.8% QoQ ตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากปริมาณขายที่ลดลง อัตรากำไรที่อ่อนตัวลง และการบันทึกการปรับต้นทุนน้ำมันทางบัญชีในสะท้อนราคาตลาด (NRV loss) จากการปรับลดลงของราคาน้ำมันในช่วงปลายไตรมาสได้ นับเป็นไตรมาสที่อ่อนแอที่สุดในรอบหลายปี
- ธุรกิจ Mobility ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ OR เป็นปัจจัยฉุดผลประกอบการสำคัญ โดย EBITDA พลิกเป็น ขาดทุน 1.25 พันลบ. จาก กำไร 4.74 พันลบ. ในไตรมาสก่อน เนื่องจากปริมาณขายลดลง 16.2% QoQ เหลือ 5.6 พันล้านลิตร ขณะที่ กำไรขั้นต้นที่ปรับแล้ว (adjusted gross profit) ลดลงเหลือเพียง 0.49 บาท/ลิตร จาก 0.74 บาท/ลิตร ใน 1Q69 โดยเฉพาะอัตรากำไรของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันที่อ่อนตัวลงอย่างมาก ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและอุปสงค์ที่ชะลอตัวจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง
- ธุรกิจ Global ยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง โดย EBITDA พลิกเป็น ขาดทุน 512 ลบ. จาก กำไร 436 ลบ. ใน 1Q69 สาเหตุหลักมาจากยอดขายที่ลดลงในฟิลิปปินส์ ลาว และกัมพูชา รวมถึงผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน ขณะที่สถานการณ์ไทย-กัมพูชายังคงส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานในกัมพูชา
- อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ Lifestyle ยังคงเป็นจุดแข็งของบริษัท โดยรายได้เพิ่มขึ้น 2.8% QoQ และ EBITDA ทรงตัวที่ 1.99 พันลบ. แม้มีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ Cafe Amazon มียอดจำหน่าย 117 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 4.5% QoQ และ 9.3% YoY จากการขยายสาขาและกิจกรรมส่งเสริมการขาย สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจ Non-Oil ที่ช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการจากธุรกิจน้ำมันได้บางส่วน และระดับ EBITDA Margin ที่มากกว่า 30%
- กำไรใน 1H26 เพียง 640 ลบ. ลดลง 90% YoY แต่ถ้าปรับผลกระทบจากขาดทุนจาก NRV จะคิดเป็นกำไร 3 พันลบ. ลดลง 53% YoY เนื่องจากต้นทุนน้ำมันที่ค่อนข้างสูงในช่วงที่บริษัทต้องสำรองน้ำมันตามมาตรการรัฐ
- สำหรับแนวโน้ม 3Q26 ผู้บริหารมองว่าธุรกิจค้าปลีกน้ำมันยังแข็งแรง Inventory Loss และ NRV มีโอกาสกลับรายการบางส่วน ขณะที่ค่าการตลาดมีแนวโน้มฟื้นตัวสู่ระดับประมาณ Bt0.8-Bt1.0/liter หากไม่มีการแทรกแซงเพิ่มเติมจากภาครัฐ
- เราอยู่ระหว่างการปรับประมาณการเพื่อสะท้อนกำไร 1H26 ที่อ่อนแอ

INVX และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (“ธนาคารฯ”) เป็นบริษัทย่อยที่บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธนาคารฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบเท่านั้น INVX และ/หรือ บริษัทในเครือ SCBX อาจเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง หรือ ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ บนหลักทรัพย์ที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงอาจมีการทำธุรกรรมอื่นใดในหลักทรัพย์ที่ถูกกล่าวถึง อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ได้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน อ่านต่อ: > ข้อสงวนสิทธิ์.pdf