ผลิตภัณฑ์

  1. หุ้น เป็นหุ้นส่วนบริษัท ด้วยเงินหลักร้อย
  2. กองทุน เปิดพอร์ตแบบอีซี่.. มีมืออาชีพคอยดูแลให้
  3. Intelligent Portfolios เปิดโหมดอัตโนมัติสำหรับดูแลการลงทุน
  4. สินทรัพย์ดิจิทัล การลงทุนบนสินทรัพย์แห่งอนาคต
  5. ตราสารหนี้และหุ้นกู้ ลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาว
  6. ตราสารอนุพันธ์ มองการณ์ไกล ด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  7. บริการยืมและให้ยืมสินทรัพย์ ปล่อยเช่า-ขอยืมหุ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน
  8. กองทุนส่วนบุคคล มีผู้จัดการช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้น
  9. คู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา

แหล่งความรู้ด้านการลงทุน

  1. เริ่มลงทุนก้าวแรก เริ่มลงทุนก้าวแรก
  2. ลงทุนตามสินทรัพย์ ลงทุนตามสินทรัพย์
  3. บทวิเคราะห์การลงทุน บทวิเคราะห์การลงทุน
  4. แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน

ข่าวสารและโปรโมชัน

  1. โปรโมชันและสิทธิพิเศษเพื่อคุณ
  2. อัปเดตข่าวสาร
  3. ประกาศ
  4. Point to invest
  5. INVX Point​
scbs image

โปรโมชันและสิทธิพิเศษ

พิเศษสำหรับลูกค้า Innovestx เท่านั้นใช้พอยต์แลกกองทุนรวมที่โดนใจ

ดูเพิ่มเติม

เกี่ยวกับเรา

  1. เกี่ยวกับเรา ร่วมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับเรา InnovestX
  2. ร่วมงานกับเรา ก้าวไปข้างหน้าแบบมีสไตล์
ค้นหาล่าสุด
เคลียร์
{{GetHitSearchValue.keywordTitle}}

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ 1Q24 มุ่งสู่เป้าหมาย ในเวลาที่ท้าทาย

blog_list_heading
InnovestX Research
22 พ.ย. 2566;
1799
แชร์บทความนี้
test_blog_details_img

เนื้อหาโดยรวม

    กลยุทธ์การลงทุนแนะนำจาก InnovestX research ปี 2024 เป็นปีแห่งความไม่แน่นอน เศรษฐกิจพัฒนาแล้วจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกจะรุนแรงขึ้นโดยเฉพาะสงครามและการเลือกตั้ง

    การลงทุนเน้นโฟกัสหุ้นที่มีคุณภาพและการฟื้นตัวของผลประกอบการ เป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นที่ฐานะการเงินแข็งแรง ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างชัดเจน และได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการระบายสินค้าคงคลังที่ชะลอตัวลง หุ้นเด่นใน 1Q24 ของเรา คือ BBL CPALL GULF KCE และ SCC
กลยุทธ์การลงทุนแนะนำในหุ้นไทย 1Q24

 

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำสำหรับปี 2024 ปีแห่งความไม่แน่นอน ท้าทาย และเต็มไปด้วยโอกาส

เศรษฐกิจพัฒนาแล้วจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 และจะทำให้ Fed ลดดอกเบี้ย 1% ในครึ่งปีแรก เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยแรงหนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่ยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะเงินฝืด ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกจะรุนแรงขึ้นโดยเฉพาะสงครามและการเลือกตั้ง

เศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงแบบ soft landing และต้องลดดอกเบี้ย 

เศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอลงชัดเจนขึ้นใน 4Q23 โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในครึ่งแรกของปี 2024 และเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ถลำลึก Fed จะต้องลดดอกเบี้ยลง 1% จากระดับปัจจุบัน โดยเป็นการลดในครึ่งแรกของปี ในขณะที่เศรษฐกิจของจีนอาจเติบโตเร็วขึ้นจากมาตรการการเงิน แต่ยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะเงินฝืด

มาตรการ digital wallet เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย 

เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปี 2024 หากมาตรการ digital wallet ผ่านตามที่นายกฯ ประกาศ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 4.1% แต่หากมาตรการไม่ผ่าน เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้เพียง 3.2% โดยคาดว่า ธปท. จะไม่ลดดอกเบี้ยในปี 2024

6 ปัจจัยที่ต้องจับตาสำหรับเศรษฐกิจไทย 

เราจับตา 6 ปัจจัยที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยพลิกฟื้นหรือชะลอลง อันได้แก่ 1) การผลิตภาคอุตสาหกรรม 2) ปริมาณเงินในระบบ (M2) ที่เริ่มหดตัว 3) ปริมาณสินเชื่อในระบบ 4) การลงทุนภาคเอกชนที่ยังคงหดตัวตามการผลิตภาคอุตสาหกรรม 5) รายได้เกษตรกรที่มีความเสี่ยงจากเอลนีโญ และ 6) การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง และกำลังรอจุดกลับตัวในปี 2024

Tricky year แนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2024 มีแนวโน้มที่จะถูกจำกัดความโดย 1) การเติบโตที่ชะลอตัว 2) การปรับลดอัตราดอกเบี้ย 3) ดอลลาร์ที่อ่อนค่า 4) การฟื้นตัวของกำไรในตลาดเอเชีย และ 5) ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ว่าตลาด EM และหุ้นคุณค่าจะปรับตัว outperform พร้อมกับความผันผวน

EM เติบโตสูงกว่า DM 

เราคาดว่า GDP ของตลาด EM จะฟื้นตัวในปี 2024 จากความหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน การสิ้นสุดวงจรการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ การแตะระดับสูงสุดของดัชนีค่าเงินดอลลาร์ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน และการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่ง ล้วนเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้ performance ของตลาด EM กลับตัว ตลาด LATAM และอาเซียนดูถูกเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต อีกทั้งยังมีแนวโน้มฟื้นตัวกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ดังนั้นเราจึงมองว่าตลาดจีน เวียดนาม และไทยมี risk และ reward ที่น่าสนใจ

ลงทุนในตลาดที่ผันผวนใน 1Q24 

ผลประกอบการหุ้นกลุ่มเทคฯ ที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง การปรับตัวลงถึงจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจอาเซียน การสิ้นสุดวงจรระบายสินค้าคงคลัง และความคาดหวังว่าธนาคารกลางของประเทศต่างๆ จะผ่อนคลายนโยบายการเงิน จะช่วยชดเชย sentiment เชิงลบจากความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอย และผลการเลือกตั้งไต้หวัน ดังนั้นตลาดน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นพร้อมกับความผันผวนที่สูงขึ้น ภายในฉากทัศน์เศรษฐกิจมหภาคที่ซับซ้อน กลยุทธ์ของเรา คือ การโฟกัสไปที่หุ้นที่ผลประกอบการมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น

โฟกัสที่คุณภาพและการฟื้นตัวของผลประกอบการ 

ตลาดมีความผันผวนสูง เราเล็งเห็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นที่ฐานะการเงินแข็งแรง ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างชัดเจน และได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการระบายสินค้าคงคลังที่ชะลอตัวลง หุ้นเด่นใน 1Q24 ของเรา คือ BBL CPALL GULF KCE และ SCC

 

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดเอกสารได้ที่นี่ คลิก

1Q24 InnovestX Strategy – Staying the course 

2024 is a year of uncertainty. Developed economies will enter a recession in the first half of the year and this will lead the Fed to reduce interest rates by 1 point in the first half of the year. The Chinese economy will slow down gradually with support from monetary policy relaxation. However, structural problems will persist, especially deflation. Global economic risks will be increased by wars and elections.

US soft landing and rate cut. US economic began to slow down more clearly in 4Q23. The US will enter a recession in 1H24. Then, the Fed must cut interest rates 100bps from current levels in 1H24. Meanwhile, China’s economy may grow faster due to monetary stimulus, but deflation persists.

Digital wallet is Thailand’s key growth driver. Thai economy will continue to recover in 2024. If the digital wallet measure passes the parliament, the Thai economy will expand 4.1%. Otherwise, Thai economy will expand only 3.2%. There will be no rate cut from Bank of Thailand in 2024.

Six factors to watch for Thai economy. We see six factors that could lead the Thai economy either to revive or to slow down: 1) industrial production, 2) a reduction in M2, 3) credit in the system, 4) falling in private investment, 5) the current risk to farm income from El Nino, 6) continued contraction in foreign direct investment (FDI) that are waiting for a reflection point in 2024.

Tricky year. 
The economic outlook in 2024 is likely to be defined by i) slowing growth, ii) interest rate cut, iii) weak dollar, iv) Asian earnings recovery, v) geopolitical uncertainty. These point to EM and value outperformance and potential volatility.

EM growth is higher than DM. We expect GDP of EMs to recover in 2024 on hopes of China’s stimulus. The ending of the US rate hike cycle, a peak in the dollar, China’s stimulus and strong earnings growth are key drivers for an EM performance reversal. LATAM and ASEAN appear cheap vs historical average with strong growth recovery. Thus, we view China, Vietnam and Thailand as offering attractive risk and reward.

Stay invested in volatile market in 1Q24. Continuous tech earnings recovery, ASEAN economic bottoming out, ending de-stocking cycle and hope on easing policy from central banks could offset the negative sentiment from risk of US recession, Taiwan election results. Thus, the market is expected to go up with rising volatility. Within a complex macro backdrop, our strategy is to focus on stocks experiencing earnings improving.

Focusing on earnings quality and recovery. Market uncertainty is high. We see a chance to add to stocks with strong balance sheet, high recovery visibility and gain benefits from stimulus and slow de-stocking. Our top picks in 1Q24 are BBL, CPALL, GULF, KCE, SCC 

 
 
Click here to read and/or download

 

กลับด้านบน