ผลิตภัณฑ์

  1. หุ้น เป็นหุ้นส่วนบริษัท ด้วยเงินหลักร้อย
  2. กองทุน เปิดพอร์ตแบบอีซี่.. มีมืออาชีพคอยดูแลให้
  3. Intelligent Portfolios เปิดโหมดอัตโนมัติสำหรับดูแลการลงทุน
  4. สินทรัพย์ดิจิทัล การลงทุนบนสินทรัพย์แห่งอนาคต
  5. ตราสารหนี้และหุ้นกู้ ลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาว
  6. ตราสารอนุพันธ์ มองการณ์ไกล ด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
  7. บริการยืมและให้ยืมสินทรัพย์ ปล่อยเช่า-ขอยืมหุ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน
  8. กองทุนส่วนบุคคล มีผู้จัดการช่วยให้การลงทุนของคุณง่ายขึ้น
  9. คู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา

แหล่งความรู้ด้านการลงทุน

  1. เริ่มลงทุนก้าวแรก เริ่มลงทุนก้าวแรก
  2. ลงทุนตามสินทรัพย์ ลงทุนตามสินทรัพย์
  3. บทวิเคราะห์การลงทุน บทวิเคราะห์การลงทุน
  4. แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน แหล่งความรู้ครอบจักรวาลการลงทุนเพื่อทุกคน

ข่าวสารและโปรโมชัน

  1. โปรโมชันและสิทธิพิเศษเพื่อคุณ
  2. อัปเดตข่าวสาร
  3. ประกาศ
  4. Point to invest
  5. INVX Point​
scbs image

โปรโมชันและสิทธิพิเศษ

พิเศษสำหรับลูกค้า Innovestx เท่านั้นใช้พอยต์แลกกองทุนรวมที่โดนใจ

ดูเพิ่มเติม

เกี่ยวกับเรา

  1. เกี่ยวกับเรา ร่วมเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับเรา InnovestX
  2. ร่วมงานกับเรา ก้าวไปข้างหน้าแบบมีสไตล์
ค้นหาล่าสุด
เคลียร์
{{GetHitSearchValue.keywordTitle}}

สรุปตลาดรายเดือน - เดือนพฤศจิกายน 2566

blog_list_heading
31 ต.ค. 2566;
187
แชร์บทความนี้
test_blog_details_img

เนื้อหาโดยรวม

ภาพรวมตลาด ต.ค. – แนวโน้มตลาด พ.ย.

คาด SET ในเดือน พ.ย. เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ โดยกรอบล่างบริเวณแนวรับ 1356 และ 1343 จุด ตามลำดับ มองเป็นจุดฟื้นตัว ด้วยภาวะ oversold ทางเทคนิค และมูลค่าทางพื้นฐานที่น่าสนใจ โดย SET บริเวณ 1350 จุดลงไป เทรดที่ P/E ระดับเพียง 13.5 เท่า ทำให้คาดดัชนีจะมีแรงซื้อกลับ บริเวณแนวรับดังกล่าว ส่วนกรอบบนถูกจำกัดบริเวณแนวต้าน 1410 และ 1437 จุด ตามลำดับ จากปัจจัยลบที่ต้องติดตาม ทั้งความรุนแรงในตะวันออกกลาง ความกังวลเงินเฟ้อและผลตอบแทนพันธบัตรที่สูง รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐที่ยังคงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง ยังเป็นปัจจัยกดดันดัชนีอยู่

SET เดือน ต.ค. ปัจจัยลบถาโถมโหมกระหน่ำ ทำดัชนีร่วงต่ำสุดในรอบ 3 ปี เป็นอีกเดือนที่ตลาดหุ้นไทยปรับลงตลอดแทบทั้งเดือน กดดันจากทั้งปัจจัยลบในประเทศ หลัง ธปท. กังวลเศรษฐกิจไทยระยะยาวจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงหลุด 37 บ./ดอลลาร์ ขณะที่ Bond Yield พุ่งขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งนโยบาย Digital Wallet ที่เลื่อนไป เม.ย.-พ.ค. 67 และปัจจัยลบต่างประเทศจากสงครามในตะวันออกกลางอาจมีผลทางอ้อมต่อการส่งออกยานยนต์และจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทย ส่งผลให้ดัชนีหลุด 1400 จุด ต่ำสุดในรอบ 3 ปี

เดือน ต.ค. ต่างชาติขายสุทธิเป็นเดือนที่ 9 ที่ 1.57 หมื่นลบ. จากเดือนก่อนหน้าที่ขายสุทธิ 2.20 หมื่นลบ. โดยในเดือนนี้กระแส fund flow ไหลออกจากตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกแทบทุกตลาด กล่าวคือ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ราว 0.37, 0.41, 0.16, 0.46, 0.12, 4.41 และ 2.15 พันล้านเหรียญตามลำดับ ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นไทยไปแล้วกว่า 4.77 พันล้านเหรียญ รองจากไต้หวันที่ขายสุทธิไปกว่า 6.59 พันล้านเหรียญ ขณะที่เกาหลีใต้ยังมีสถานะเป็นซื้อสุทธิราว 4.16 พันล้านเหรียญ

SET มีโอกาสรีบาวด์แต่ upside จำกัด เป็นโอกาสสะสมลงทุนระยะยาว มอง SET มีโอกาสฟื้นตัวได้บ้าง จากคาดแนวโน้มเศรษฐกิจของจีนจะฟื้นตัวและของสหรัฐที่ยังแข็งแกร่ง แต่คาด Upside จะยังถูกจำกัด จากปัจจัยลบที่ต้องติดตาม ทั้งความรุนแรงในตะวันออกกลาง ความกังวลเงินเฟ้อและผลตอบแทนพันธบัตรที่สูง รวมถึงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐที่ยังคงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจัยในประเทศ ติดตามการประกาศผลการดำเนินงาน 3Q66 ของหุ้นกลุ่ม Real Sector เรามอง SET ที่ปรับลงเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นพื้นฐานดีใน 3 กลยุทธ์ลงทุน ดังนี้ 1) หุ้น Undervalued ซึ่งราคาเข้าเขต oversold และมีพื้นฐานดี Valuation ไม่แพง 2) หุ้นที่คาดผลประกอบการดีต่อเนื่องใน 4Q66 (+YoY, +QoQ) 3) หุ้นที่จ่ายปันผลสูง (Yield Play) โดยคาดให้ Div. Yield เกินปีละ 4%

ประเด็นสำคัญในเดือนนี้ในประเทศ : 6 พ.ย. - อัตราเงินเฟ้อ (ต.ค.) ; 10 พ.ย. – ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ต.ค.) ; 20 พ.ย. – GDP 3Q66 ; 28 พ.ย. - ยอดส่งออก-นำเข้า (ต.ค.) ; 29 พ.ย. – ประชุม กนง. ต่างประเทศ : 1 พ.ย. - ดัชนี ISM PMI ภาคการผลิต (ต.ค.), การจ้างงานภาคเอกชน (ต.ค.) ของสหรัฐ, การประชุม Fed ; 3 พ.ย. - ดัชนี ISM PMI ภาคบริการ (ต.ค.), การจ้างงานนอกภาคเกษตร, อัตราว่างงาน (ต.ค.) ของสหรัฐ ; 14 พ.ย. – อัตราเงินเฟ้อ (ต.ค.) ของสหรัฐ ; 15 พ.ย. – ดัชนีราคาผู้ผลิต (ต.ค.), ยอดค้าปลีก (ต.ค.) ของสหรัฐ ; 29 พ.ย. – GDP 3Q66 (ครั้งที่ 2) ของสหรัฐ

A look back at Oct and ahead to Nov

In November, the SET is expected to fluctuate within a given range, with the support at 1,356 and 1,343, where a rebound could happen as the market will be technically oversold and valuations fundamentally attractive. At 1,350, the SET trades at a P/E ratio of only 13.5x, which could lead to buying back to support levels. Resistance is put at 1,410 and 1,437, with several negative factors that will exert pressure on the market and require close monitoring: escalating tensions in the Middle East, inflation, high bond yield and the Fed’s high interest rates.

The SET plunged to a three-year low below 1,400 on a barrage of negatives, yet another month of decline. The index was pressured by a variety of domestic negative, including the BoT’s expressed concerns about the long-term prospects of the Thai economy due to structural issues, leading to a depreciation of the Thai baht, which fell below 37 THB/USD. Concurrently, bond yield surged. Additionally, the digital wallet was postponed to April-May 2024. Abroad, pressure came from the war in the Middle East had might indirectly affect automotive exports and tourism.

In Oct, foreign investors were net sellers for the ninth month at Bt15.7bn, compared to a net sell of Bt22bn in Sep. Throughout the month, funds exited from almost all stock markets in the Asia-Pacific region. Foreign investors were net sellers in Thailand at US$0.37bn, Indonesia at US$0.41bn, the Philippines at US$0.16bn, Malaysia at US$0.46bn, Vietnam at US$0.12bn, Taiwan at US$4.41bn and South Korea, at US$2.15bn. YTD, foreign investors have net sold more than US$4.77bn in the Thai stock market, second only to Taiwan, where net selling has surpassed US$6.59bn, while South Korea still maintains a net buying position of approximately US$4.16bn.

Rebound expected, but upside limited, opportunity to accumulate. The SET is expected to recover, driven by expectation of China's economic recovery and a continuing strong US economy but upside is limited due to several negative factors that require close monitoring, including the escalating tensions in the Middle East, inflationary concerns, high bond yields, and the persistent higher-for-longer stance of the Fed. On the domestic front, attention should be given to the announcement of 3Q23 results in non-bank sectors. We see the recent downturn in the SET as an opportunity to accumulate stocks with solid fundamentals: 1) Undervalued stocks that have entered oversold territory; 2) stocks with YoY and QoQ earnings growth in 4Q23; 3) high dividend-yield stocks with dividend yield above 4%.

This month:Domestic: 1) Nov 6 – CPI for Oct; 2) Nov 10 – Consumer confidence for Oct; 3) Nov 20 – 3Q23 GDP; 4) Nov 28 – Trade balance for Oct; 5) Nov 29 – BoT’s MPC meeting. Foreign: 1) Nov 1 – US ISM manufacturing PMI for Oct, US ADP non-farm payrolls for Oct; 2) Nov 3 – US ISM services PMI for Oct, US non-farm payrolls and unemployment rate for Oct; 3) Nov 14 – US CPI for Oct; 4) Nov 15 – US PPI for Oct, US retail sales for Oct; 5) Nov 29 – US prelim GDP 3Q23.

PDF คลิกอ่านเพิ่มเติม  INVX Databook_November2023_T 
PDF Click  INVX Databook_November2023_E

กลับด้านบน